To top
12 ส.ค.

เปิด 10 ขั้นตอน ก่อนจะมาเป็น Chanel Classic Flap Bag

เปิด 10 ขั้นตอน กว่าจะมาเป็น Chanel Classic Flap Bag - ในบทความนี้ เราจะพาทุกคน ไปดูขั้นตอนการผลิตกระเป๋า Iconic ซึ่งขึ้นแท่นสุดยอดคลาสสิกตลอดกาล อยู่ในใจของสาวกแฟชั่นแบรนด์ Chanel มาทุกยุคทุกสมัย สัญลักษณ์แห่งความหรูหราไร้ข้อกังหา ได้รับการพัฒนาจากกระเป๋ารุ่น 2.55 ซึ่งมาดมัวแซลชาแนลได้สร้างสรรค์ไว้เมื่อปี ค.ศ. 1955 และนำมารีดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย โดย คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เมื่อครั้งที่เขาเพิ่งมาร่วมงานกับแบรนด์ชาเนลในปี ค.ศ. 1983...
Continue reading
11 ส.ค.

เปิดประวัติ Chanel J12 The Iconic of watchmaking

เปิดประวัติ Chanel J12 - ช่วงประมาณปี ค.ศ. 2000 นับว่า เป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกาของ CHANEL ด้วยการเปิดตัวคอลเล็กชั่น J12 ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ มาจากการเดินเรือ เป็นต้นกำเนิดในการปฏิวัตินำวัสดุเซรามิก มาใช้ผลิตนาฬิกา เป็นการรวมความเป็นผู้ชายและผู้หญิง ความแข็งแกร่งและความสง่างาม ความลึกลับและความคมชัด เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ความมหัศจรรย์ของนาฬิกาที่ได้ชื่อว่าเป็นไอคอนิกของนาฬิกาแห่งศตวรรษที่ 21 จะมีที่มาอย่างไรบ้าง ติดตามไปพร้อมกัน...
Continue reading
5 ส.ค.

เปิดที่มา Chanel Caviar – วัสดุที่มีความคงทนมากที่สุด

เป็นที่ทราบกันดีสำหรับสาวก Chanel ว่ากระเป๋าซึ่งขึ้นแท่นไอคอนิกตลอดกาลของแบรนด์อย่าง Chanel Classic, Chanel Boy, Chanel 19 ไปจนถึง Chanel Wallet on Chain ส่วนใหญ่แล้ว ล้วนตัดเย็บมาจากวัสดุอยู่สองชนิด นั่นก็คือ Lambskin (หนังแกะ) และ Caviar Leather (หนังคาเวียร์) ซึ่งในบทความนี้เราจะ เปิดที่มา Chanel Caviar Leather หนังที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความทนทาน ตลอดจนวิธีการดูแลหนังชนิดนี้ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน Chanel Caviar Leather หนังคาเวียร์ เป็นชื่อที่เรียกกันโดยทั่ว ๆ ไป แท้จริงแล้วนั้นเกิดขึ้นจากการนำเอาหนังลูกวัวที่มีผิวสัมผัสค่อนข้างหยาบ มาผ่านกรรมวิธีเฉพาะทำให้เกิดลวดลายเกรน (Grained) ซึ่ง Chanel เรียกลวดลายที่เกิดขึ้นนี้ว่าคาเวียร์ (Caviar) หนังคาเวียร์นั้นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักกระเป๋า Chanel นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติอันโดดเด่นในเรื่องของความทนต่อการเกิดรอยขีดข่วนของหนังชนิดนี้ และมีการบำรุงรักษาที่ง่าย ไม่ซับซ้อนอีกด้วย ความจริงแล้วหนังคาเวียร์จากแบรนด์ Chanel จะมีความหลากหลายของผิวสัมผัสที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละปีการผลิต ในบางครั้งคุณอาจจะรู้สึกว่ากระเป๋าที่ทำขึ้นจากหนังคาเวียร์ในปีนั้น ๆ  มีผิวสัมผัสที่แตกต่างจากกระเป๋ารุ่นเดียวกัน ซึ่งผลิตเมื่อ 5 ปีก่อน อีกทั้งหนังคาเวียร์ในบางซีซั่นนั้น อาจจะมีผิวสัมผัสที่นิ่มมากกว่า หรือในบางซีซั่นอาจจะมีผิวสัมผัสที่แข็ง หรือหยาบกว่า Type of Chanel Caviar Leather อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า หนังคาเวียร์นั้น มีความหลากหลายขึ้นอยู่กับซีซั่น หรือขึ้นอยู่กับฤดูกาลต่าง ๆ ของแฟชั่น ซึ่งสามารถแยกประเภทของหนังคาเวียร์ชนิดต่าง ๆ ได้ดังนี้ Chanel Rigid Caviar : เป็นหนังคาเวียร์ที่มีผิวสัมผัสแข็งและมีน้ำหนักมากกว่าหนังคาเวียร์แบบอื่น ๆ มักนำไปใช้ในการตัดเย็บกระเป๋ารุ่น Chanel Classic...
Continue reading
6 ก.ค.

กว่าจะเป็นลิปสติก Chanel

กว่าจะเป็นลิปสติก Chanel ได้นั้น เริ่มจากใครไปไม่ได้เลย นอกจาก กาเบรียล บอนเนอร์ ชาแนล (Gabrielle Bonheur Chanel) ลิปสติกสีแดงสดที่ตัดอย่างพอดีกับใบหน้าขาวนวลเนียน ผมดำสลวย คิ้วคมเข้ม รับกับใบหน้าที่ได้รูป ที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็เป็นอันต้องตกหลุมรักในความงามนี้ ด้วยสีที่แดงสดของตัวลิปสติกในยุคสมัยนั้น ทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Chanel กาเบรียล บอนเนอร์ ชาแนล (Gabrielle Bonheur Chanel) การแต่งหน้าของ ชาแนล ไม่ใช่เฉพาะเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เพื่อเป็นการแสดงถึงความเป็นตัวตนของเธอให้ทุกคนได้รับรู้ ซึ่งเธอเองเคยได้กล่าวไว้ว่า "To be irreplaceable one must be different" หากต้องการเป็นคนที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้นั้น เราจะต้องสร้างความแตกต่าง และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ลิปสติก Chanel   History of Chanel Lipstick กว่าจะเป็นลิปสติก Chanel ชาแนลนั้นได้ให้ความสำคัญกับการแต่งหน้าเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการดีไซน์ออกแบบเสื้อผ้าหรือกระเป๋า เธอถือว่าการแต่งหน้าคืออีกหนึ่งสิ่งหนึ่งที่เธอรัก โดยเธอต้องการที่จะสร้างความโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น ๆ  ประกอบกับความเป็น Perfectionism ของชาแนล จึงทำให้วันหนึ่ง ใน ปี ค.ศ. 1917 เธอตัดสินใจที่จะตัดผมของตัวเองให้เป็นหน้าม้าหนา รับกับดวงตาคมโตของเธอ พร้อมกับเริ่มนำ ลิปสติกสีแดงสดมาทาบนริมฝีปากที่ได้รูป ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนหันมาสนใจในลิปสติกสีแดงที่น่าหลงไหลและเย้ายวลนี้   เนื่องจาก ชาแนล นั้นเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดของทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้า ผม ดังนั้น เธอจะไม่พอใจอย่างมาก ถ้าหากสีลิปสติกของเธอเฟดสีลง...
Continue reading
23 พ.ค.

Chanel No. 5 ความหอมอมตะเหนือกาลเวลา ที่โลกจารึก

Chanel No. 5 หรือน้ำหอมหมายเลข 5 ซึ่งถือได้ว่าเป็นไอเทมอมตะ อันอยู่เหนือกาลเวลาที่อยู่คู่กับโลกแห่งเครื่องหอมบนเรือนร่างของหญิงสาวมานานนับศตวรรษ น้ำหอมที่ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนกลิ่นอายและเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม อย่างที่ทราบกันดีว่า ไอเทมต่าง ๆ ที่ได้รับการออกแบบโดยเจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่นตลอดกาลอย่าง Coco Chanel จะระบุด้วยหมายเลขที่มีความหมายเบื้องหลังด้วยกันทั้งสิ้น     ในปีค.ศ. 2021  น้ำหอมแห่งประวัติศาสตร์นี้ จะมีอายุครบ 100 ปีอย่างเป็นทางการ ในวันนี้ เราจะพาทุกคน ย้อนรอยกลับไป เพื่อทำการถอดรหัสน้ำหอมหมายเลข 5 อันเลื่องชื่อนี้ ทำไม โคโค่กับเลข 5 จึงได้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และเพราะเหตุใด น้ำหอมหมายเลข 5 นี้ ถึงยังคงยืนหยัด โปรยเสน่ห์ความหอมที่ไม่เคยจางหาย ให้กับสาว ๆ ทั่วโลก อีกทั้งยังคงเป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอีกด้วย ร่วมติดตามไปพร้อมกัน   The Idea ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1921 หลังจากที่ชาแนล นอกเหนือจากการสร้างสรรความงามทางด้านแฟชั่นที่แสดงออกถึงตัวตนอย่างชัดเจนแล้ว เธอยังต้องการรังสรรค์น้ำหอม ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของหญิงสาวได้อย่างแท้จริง น้ำหอมที่สามารถสะท้อนความเป็นผู้หญิงออกมาได้อย่างเต็มที่ และไม่เคยมีใครริเริ่มผลิตมาก่อนในยุคนั้น เธอจึงได้ร่วมมือกับ Ernest Beaux (เออร์เนสต์ โบซ์) นักปรุงน้ำหอมชื่อดัง ผู้สร้างชื่อจากการปรุงน้ำหอมส่วนพระองค์ให้กับพระเจ้าซาร์ของรัสเซีย Ernest Beaux เธอได้มีโอกาสรู้จักกับนักปรุงน้ำหอมมีชื่อผู้นี้ เมื่อครั้งออกเดตกับ Grand Duke Dmitri Pavlovich (แกรนด์ดยุก ดมิทรี พาฟโลวิช) แห่งรัสเซีย ขณะกำลังพักผ่อนเที่ยวชายหาดในโกตดาซูร์ ชาแนลซึ่งขณะนั้นกิจการแฟชั่นกำลังไปได้ด้วยดี ได้ปรึกษากับพาฟโลวิชว่าคงดีไม่น้อยถ้าเธอจะมีน้ำหอมภายใต้แบรนด์ของตัวเอง นั่นเป็นจุดเริ่มต้น ในการร่วมงานกันของเธอและเออร์เนสต์ หลังการพบกันครั้งแรก ชาแนลได้มอบโจทย์ให้เออร์เนสต์ตีความทันที ซึ่งน้ำหอมที่เธอต้องการนั้น ต้องมีกลิ่นเหมือน "ผู้หญิง" ที่ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่น...
Continue reading