To top
1 เม.ย.

Chanel No. 5 ความหอมอมตะเหนือกาลเวลา ที่โลกจารึก

Chanel No. 5 หรือน้ำหอมหมายเลข 5 ซึ่งถือได้ว่าเป็นไอเทมอมตะ อันอยู่เหนือกาลเวลาที่อยู่คู่กับโลกแห่งเครื่องหอมบนเรือนร่างของหญิงสาวมานานนับศตวรรษ น้ำหอมที่ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนกลิ่นอายและเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม อย่างที่ทราบกันดีว่า ไอเทมต่าง ๆ ที่ได้รับการออกแบบโดยเจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่นตลอดกาลอย่าง Coco Chanel จะระบุด้วยหมายเลขที่มีความหมายเบื้องหลังด้วยกันทั้งสิ้น     ในปีค.ศ. 2021  น้ำหอมแห่งประวัติศาสตร์นี้ จะมีอายุครบ 100 ปีอย่างเป็นทางการ ในวันนี้ เราจะพาทุกคน ย้อนรอยกลับไป เพื่อทำการถอดรหัสน้ำหอมหมายเลข 5 อันเลื่องชื่อนี้ ทำไม โคโค่กับเลข 5 จึงได้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และเพราะเหตุใด น้ำหอมหมายเลข 5 นี้ ถึงยังคงยืนหยัด โปรยเสน่ห์ความหอมที่ไม่เคยจางหาย ให้กับสาว ๆ ทั่วโลก อีกทั้งยังคงเป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอีกด้วย ร่วมติดตามไปพร้อมกัน   The Idea ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1921 หลังจากที่ชาแนล นอกเหนือจากการสร้างสรรความงามทางด้านแฟชั่นที่แสดงออกถึงตัวตนอย่างชัดเจนแล้ว เธอยังต้องการรังสรรค์น้ำหอม ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของหญิงสาวได้อย่างแท้จริง น้ำหอมที่สามารถสะท้อนความเป็นผู้หญิงออกมาได้อย่างเต็มที่ และไม่เคยมีใครริเริ่มผลิตมาก่อนในยุคนั้น เธอจึงได้ร่วมมือกับ Ernest Beaux (เออร์เนสต์ โบซ์) นักปรุงน้ำหอมชื่อดัง ผู้สร้างชื่อจากการปรุงน้ำหอมส่วนพระองค์ให้กับพระเจ้าซาร์ของรัสเซีย Ernest Beaux เธอได้มีโอกาสรู้จักกับนักปรุงน้ำหอมมีชื่อผู้นี้ เมื่อครั้งออกเดตกับ Grand Duke Dmitri Pavlovich (แกรนด์ดยุก ดมิทรี พาฟโลวิช) แห่งรัสเซีย ขณะกำลังพักผ่อนเที่ยวชายหาดในโกตดาซูร์ ชาแนลซึ่งขณะนั้นกิจการแฟชั่นกำลังไปได้ด้วยดี ได้ปรึกษากับพาฟโลวิชว่าคงดีไม่น้อยถ้าเธอจะมีน้ำหอมภายใต้แบรนด์ของตัวเอง นั่นเป็นจุดเริ่มต้น ในการร่วมงานกันของเธอและเออร์เนสต์ หลังการพบกันครั้งแรก ชาแนลได้มอบโจทย์ให้เออร์เนสต์ตีความทันที ซึ่งน้ำหอมที่เธอต้องการนั้น ต้องมีกลิ่นเหมือน "ผู้หญิง" ที่ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่น...
Continue reading
31 มี.ค.

ประวัติ Buccellati เครื่องประดับจากฝีมือช่างทองชาวอิตาลี

ประวัติ Buccellati -  หากเอ่ยถึงเครื่องประดับอัญมณีที่มีชื่อเสียงในระดับโลก จากประเทศอิตาลี หนึ่งในแบรนด์ที่หลาย ๆ คนนึกถึง ต้องมี บุชเชลลาติ (Buccellati) อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเครื่องประดับสไตล์โรมัน ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ความงดงามอันเกิดจากลวดลายที่พริ้วไหว แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด  ในบทความนี้จะกล่าวถึง ประวัติ Buccellati  ย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาเริ่มการก่อตั้งแบรนด์เมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา  The History of Buccellati มาริโอ บุชเชลลาติ (Mario Buccellati) บุชเชลลาติ (Buccellati) แบรนด์เครื่องประดับที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี ถูกก่อตั้งโดย มาริโอ บุชเชลลาติ (Mario Buccellati) เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน ปี ค.ศ. 1891 ในเมืองอังโกนา (Ancona) ตอนกลางของประเทศอิตาลี ตระกูลของเขาเป็นช่างทองเก่าแก่ในอิตาลี โดยเขาเป็นช่างทอง ที่ได้รับฉายาว่า Prince of Goldsmiths “เจ้าชายช่างทอง” จากความหลงใหลในการทำเครื่องประดับ และอัญมณี ตั้งแต่สมัยเยาว์วัย ศิลปะแบบ Renaissance โลหะ และอัญมณี ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ทั้งสามสิ่งนี้นำไปสู่สไตล์ที่แตกต่างและเอกลักษณ์อันโดดเด่น ซึ่งนั่นทำให้เครื่องประดับของ Buccellati เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในอิตาลี โดยร้านบูติกของแบรนด์ Buccellati แห่งแรกนั้น ถูกเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1919 ร้านตั้งอยู่บนถนน Via degli Orefici ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ต่อมาในปี ค.ศ. 1951 Buccellati ได้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยการเปิดร้านค้าแห่งแรกในนิวยอร์ก ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจาก ลูค่า บุชเชลลาติ (Luca Buccellati) ลูกชายของเขา และอีกไม่กี่ปีต่อมา ก็เปิดร้านค้าแห่งที่สองขึ้นที่ Fifth Avenue หลังจากการเสียชีวิตของ มาริโอ บุชเชลลาติ ในปี ค.ศ. 1966 ลูค่า บุชเชลลาติ และน้องชาย จานมาเรีย บุชเชลลาติ (Gianmaria Buccellati) ก็ได้เข้ามาดูแลกิจการทั้งหมดของครอบครัว  ลูค่า บุชเชลลาติ ดูแลด้านการพัฒนาธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1970 แบรนด์ได้พัฒนาและขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ จานมาเรีย บุชเชลลาติ รับผิดชอบด้านการออกแบบ เขาและกลุ่มเพื่อนร่วมอาชีพ ได้ก่อตั้งสถาบันอัญมณีแห่งอิตาลี (IGI) ขึ้นในปี ค.ศ. 1973 และเมื่อปี ค.ศ. 1979 Buccellati  ได้กลายมาเป็นผู้ผลิตเครื่องประดับชาวอิตาลีรายแรกที่เปิดร้านบูติกที่ Vendôme (จัตุรัสวองโดม เป็นย่านที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของปารีส) อันเป็นการยืนยันสถานะของแบรนด์ ถึงความเป็นอัญมณีที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ในปี ค.ศ. 1995 Buccellati ได้จัดนิทรรศการ The Art of Buccellati ที่สถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะไปจัดอีกครั้งในปี ค.ศ. 1996 ณ พิพิธภัณฑ์ในโครอนโต และในปี ค.ศ. 2000 แบรนด์จัดนิทรรศการ Buccellati: Art in Gold, Silver and Gems ขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภายในงานได้มีการจัดแสดงผลงานการออกแบบของ ลูค่า บุชเชลลาติ และ จานมาเรีย บุชเชลลาติ เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาในอดีตของแบรนด์ หลังจากที่แบรนด์ Buccellati ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณีมาเป็นเวลานานพอสมควร ในปี ค.ศ. 2001 แบรนด์ก็ได้เปิดตัวคอลเล็กชั่นนาฬิกา ครั้งแรกในงานนิทรรศการ SIHH ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นาฬิกาแต่ละเรือนถูกออกแบบอย่างปราณีต มีลวดลายบนตัวเรือน และสายรัดที่พริ้วไหวสวยงาม ในปี ค.ศ. 2004 แบรนด์ได้จัดการแสดงคอลเล็กชั่น Animalier ขึ้นที่มิลาน ซึ่งในคอลเล็กชั่นนั้นประกอบไปด้วยเข็มกลัดรูปสัตว์ 28 ชิ้นที่สร้างขึ้นจากไข่มุกบาร็อค  จานมาเรีย บุชเชลลาติ ได้รับแรงบันดาลใจให ม่จากหินอัญมณีขนาดใหญ่ที่มีสีสันสดใส เขาสร้างคอลเล็กชั่น Cocktail Rings ซึ่งเป็นแหวนที่มีดีไซน์เป็นหัวแหวนขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเพชร และอัญมณีขนาดใหญ่ ที่ได้มาจากการเดินทางไปทั่วโลกของเขาในช่วงเวลาหนึ่งปี อัญมณีเหล่านี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนที่ชื่นชอบเครื่องประดับของ Buccellati อันมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ นิทรรศการ Buccellati Timeless Art ถูกจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2008 ที่พิพิธภัณฑ์มอสโกเครมลิน ซึ่งนี่เป็นนิทรรศการที่จัดขึ้นให้กับช่างอัญมณีที่ยังคงมีชีวิตอยู่ และ จานมาเรีย บุชเชลลาติ ได้ก่อตั้งมูลนิธิ Gianmaria Buccellati Foundation โดยเขาได้มอบของสะสมส่วนตัวให้กับมูลนิธิ อันได้แก่ ถ้วยประดับอัญมณี เครื่องประดับ รวมไปถึงภาพวาดของ มาริโอ บุชเชลลาติ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ที่วาดโดยเขาเอง และมีบางชิ้นที่เป็นฝีมือการวาดของ มาริโอ บุชเชลลาติ เองด้วย  อันเดร บุชเชลลาติ (Andrea Buccellati) ลูกชายของ จานมาเรีย บุชเชลลาติ ได้เข้ามาดูแลธุรกิจต่อจากผู้เป็นพ่อในปี ค.ศ. 2011 และได้...
Continue reading
30 มี.ค.

Louis Vuitton Trunks เปิดตำนานหีบแห่งประวัติศาสตร์

Louis Vuitton Trunks เป็นชื่อเรียกของหีบเดินทาง อันเป็นสินค้าสร้างชื่อของแบรนด์ ทำการผลิตโดย Louis Vuitton Malletier บริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายหีบเดินทาง ซึ่งแยกตัวเป็นอิสระจาก House of Louis Vuitton โดยมี Yves Carcelle (อีฟ คาร์เซลล์) เป็น CEO คนปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของกลุ่ม LVMH (Möet Hennessey • Louis Vuitton) จากจุดเริ่มต้นก่อตั้งแบรนด์สุดหรู เมื่อปี ค.ศ. 1854 บนถนน Rue Neuve des Capucines ในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส  จากผู้ผลิตหีบเดินทางอันมีชื่อเสียง จนถึงปัจจุบัน Louis Vuitton นำเสนอรูปแบบและดีไซน์ของหีบเดินทางที่แตกต่างกันออกไป  ด้วยวัสดุรวมถึงการผสมผสานระหว่างศิลปะหลากหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ร่วมกับย้อนประวัติศาสตร์ไปเมื่อครั้งแบรนด์ทำการผลิตหีบเดินทางครั้งแรก จุดกำเนิดเรื่องราวจากหีบสี่เหลี่ยมธรรมดา ที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อจนถึงปัจจุบัน   HOW IT ALL BEGAN ทุกอย่างเริ่มต้น เมื่อ หลุยส์ วิตตอง เด็กหนุ่มชนชั้นแรงงานชาวฝรั่งเศส ตัดสินใจเดินหน้า เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเริ่มต้นประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ที่ส่งผลต่อเนื่องไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน ในฐานะของผู้ผลิตหีบเดินทาง ที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จที่สุด แบรนด์หนึ่งของโลก มองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง (Monsieur Louis Vuitton) ในปี ค.ศ.1835 เด็กชาย หลุยส์ วิตตอง ในวัยเพียง 14...
Continue reading
24 มี.ค.

ประวัติ H. Stern ราชาแห่งอัญมณีหลากสีจากบราซิล

ประวัติ H. Stern - Stern (ฮาร์. สแตน) แบรนด์เครื่องประดับชั้นเลิศที่โดดเด่นด้วยอัญมณีหลากสี ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเน้นความงามที่เป็นสากล เรื่องราว และ ประวัติ H. Stern ถูกขีดเขียนโดย ฮันส์ สแตน (Hans Stern) นักอัญมณีและนักธุรกิจชาวบราซิล ซึ่งเขาได้รับการขนานนามว่าเป็น King of The Colored Gems "ราชาแห่งอัญมณีหลากสี" โดยหนังสือพิมพ์รายวัน The New York Times The History of H. Stern แบรนด์ H. Stern (ฮาร์. สแตน) ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1945 โดย ฮันส์ สแตน (Hans Stern) เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1922 ในเมืองเอสเซน (Essen) ประเทศเยอรมนี เขาเติบโตมาในครอบครัวชาวยิว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1939 เขาและครอบครัวได้อพยพจากเยอรมนีไปยังบราซิล ขณะนั้น ฮันส์ สเติร์น มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น เมื่ออพยพไปอยู่บราซิลเขาได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับเครื่องประดับอัญมณี ฮันส์ สแตน (Hans Stern) เริ่มอาชีพในอุตสาหกรรมอัญมณีที่ บริษัท Cristab ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองริโอเดอจาเนโร ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกอัญมณีและแร่ธาตุที่สำคัญของบราซิล ต่อมาเขาได้เดินทางไปทำงานยังรัฐมีนัส...
Continue reading
23 มี.ค.

ประวัติ Proenza Schouler แบรนด์ของคนยุคใหม่

ประวัติ Proenza Schouler - หากพูดถึงแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ ดีไซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน แน่นอนว่า โพรเอนซา สคูลเลอร์ (Proenza Schouler) ก็คงจะเป็นหนึ่งในนั้น ในบทความนี้จะเล่าถึงเรื่องราว และ ประวัติ Proenza Schouler ที่มีจุดเริ่มต้นการทำวิทยานิพนธ์ จนนำไปสู่การสร้างแบรนด์จนเป็นรู้จักไปทั่วโลก โดยเฉพาะกระเป๋ารูปทรงคลาสสิก ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ดูดีมีสไตล์ และบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณ ...
Continue reading
19 มี.ค.

Little Black Dress จากความโศกเศร้า สู่แฟชั่นชั้นสูงระดับโลก

Little Black Dress หรือที่สาว ๆ รู้จักกันดี ภายใต้ตัวย่อภาษาอังกฤษ 3 ตัว "LBD" ไอเท่มเสื้อผ้า ที่กลายเป็น Must-have-item เป็นชุดเก่งที่สาว ๆ ต้องมีติดตู้แทบจะทุกคน ชุดกระโปรงสีดำที่เปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้าน ที่มีประวัติศาสตร์เดินทางข้ามผ่านเวลามาอย่างยาวนาน จากความหมายของสีดำ อันเป็นตัวแทนของการไว้ทุกข์ จนถึงปัจจุบัน เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความหมายของแฟชั่น ที่มิใช่เป็นเพียงเรื่องของเสื้อผ้า แต่มันยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงที่มา เศรษฐกิจ และการเมือง จากวันแรกที่ ตำนานของโลกแฟชั่น อย่าง Coco Chanel ได้ปลดแอกเสรีภาพในการแต่งกายให้กับสุภาพสตรีทั่วโลก สะบัดโครงสร้างเครื่องแต่งกายของสตรีในยุควิกตอเรียอันแสนจะเทอะทะ ไปสู่เสื้อผ้าที่เรียบง่าย ทะมัดทแมงและสวมใส่สบาย ซึ่งนั่น นับเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็น "คลาสสิกพีซ" ของ LBD ซึ่งในวันนี้ เราจะพาทุกคน ย้อนกลับไป ถึงต้นกำเนิดของแฟชั่นในตำนานนี้ ก่อนวิวัฒนาการมาเป็นส่วนหนึ่งในโลกของแฟชั่นชั้นสูง ดั่งเช่นในปัจจุบัน The Power of BLACK สีดำ สีที่สามารถสื่อความหมายได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความลึกลับ ความปรารถนา หรือแม้กระทั่งเป็นตัวแทนของความเศร้าโศก ในช่วง Middle aged หรือในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5-15 ยุโรป ได้ประกาศให้การสวมใส่ชุดสีดำ เป็นการแสดงออกถึงการไว้ทุกข์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นชาติแรก ๆ ที่มีค่านิยมนี้ แต่ไม่ได้รับความนิยมในวงกว้างเท่าใดนัก ด้วยความที่ชุดไว้ทุกข์ของคนในยุคนั้น ส่วนใหญ่ตัดเย็บขึ้นมาจากวัสดุราคาแพง จึงจำกัดค่านิยมเหล่านี้ เฉพาะชนชั้นสูงหรือกลุ่มคนร่ำรวยเท่านั้น Queen Victoria's Mourning outfit ในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 สีดำ ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมั่งคั่งในหมู่ขุนนางชาวสเปนและเหล่าพ่อค้าชาวดัตช์ เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสีดำในสมัยนั้น ได้มาจากผลแอปเปิ้ลโอ๊คนำเข้า...
Continue reading
25 ก.พ.

ประวัติ Mouawad แบรนด์นาฬิกาหรูหราและเครื่องประดับชั้นสูง

ประวัติ Mouawad คือแบรนด์จิวเวลรี่ อันมีประวัติยาวนาน มากว่า 130 ปี ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาหรูหราประดับอัญมณี รวมถึงการผลิตอัญมณีชั้นสูง ในบทความนี้จะมาเผยถึงเรื่องราว ประวัติ Mouawad ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเรียนรู้ด้านการทำนาฬิกา และอัญมณี จนก้าวเข้าสู่การบุกเบิก ในการเป็นผู้นำด้านเครื่องประดับ แบรนด์นั้นถูกบริหารงานโดยคนในตระกูล และปัจจุบันธุรกิจ ก็ถูกสืบทอดมาจนถึงทายาทรุ่นที่สี่  The History of Mouawad  เรื่องราวที่ไม่ธรรมดาของแบรนด์ โมอาวาร์ด (Mouawad) ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ David Mouawad ออกเดินทางจาก เลบานอน สถานที่ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ในปี ค.ศ. 1890 เพื่อไปเรียนรู้งานฝีมือด้านช่างทำนาฬิกา ช่างทอง และช่างอัญมณี ที่นิวยอร์กและเม็กซิโก โดยเขาใช้เวลาในการเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นเป็นเวลานานกว่าสองทศวรรษ ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นผู้บุกเบิกด้านเครื่องประดับ เขาจึงเดินทางกลับไปเปิดเวิร์คช็อปแห่งแรกของ Mouawad ในปี ค.ศ. 1908 ณ บ้านเกิดของเขาเอง  ร้านแห่งแรกตั้งอยู่ในเมือง Beirut (เบรุต) เมืองหลวงของประเทศเลบานอน โดยประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายนาฬิกา การซ่อมแซมเครื่องประดับ ในทุก ๆ วัน เดวิด โมอาวาร์ด นั้นมีความหลงใหลในงานที่ตัวเองทำเพิ่มมากขึ้น บวกกับความชำนาญและประสบการณ์ที่เขาได้เก็บเกี่ยวสะสมมา ทำให้เขาเกิดแนวคิด ในการสร้างสรรค์นาฬิกาสำหรับลูกค้าที่ร่ำรวยของ Mouawad  ซึ่งนาฬิกาแต่ละเรือนนั้นเต็มไปด้วยความงดงาม ความซับซ้อน ซึ่งเป็นสไตล์ที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร  ต่อมาในปี ค.ศ. 1950 Fayez Mouawad ลูกชายของ David Mouawad ได้ขยายธุรกิจไปยังแถบตะวันออกกลาง และได้ย้ายสาขาไปอยู่ที่ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขาเป็นนักอัญมณีรายแรก ๆ ที่เข้าไปค้าขายในแถบนี้ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา นั่นก็คือ การนำเอาอัญมณีล้ำค่ามาประดับไว้บนนาฬิกา จากพรสวรรค์ข้อนี้ของเขาดึงดูดลูกค้าที่เป็นเหล่าบุคคลชั้นสูงของซาอุดิอาระเบีย และในไม่ช้าผลงานอันโดดเด่นของเขาก็เป็นที่นิยมอย่างเป็นวงกว้าง จนกลายมาเป็นเครือข่ายของกลุ่มลูกค้าที่ร่ำรวยไปในที่สุด มาถึงทายาทรุ่นที่สามของแบรนด์คือ Robert Mouawad ลูกชายของ Fayez Mouawad ได้นำแบรนด์ Mouawad เข้าสู่ตลาดยุโรปและขยายกิจการไปทั่วโลก ในตอนแรกนั้น Robert Mouawad เริ่มเข้ามามีบทบาทในองค์กร ด้วยการเป็นพนักงานขายให้กับแบรนด์ Mouawad เพื่อเรียนรู้ธุรกิจ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1970 เขาได้เข้ารับตำแหน่งประธานต่อจากพ่อของเขา ซึ่ง Robert Mouawad ได้ทำการย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่เจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเริ่มผลิตนาฬิกาในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดยใช้ชื่อว่า Robergé  ในปี ค.ศ. 2010 Robert Mouawad ออกจากบริษัท เพื่อมุ่งเน้นไปที่การบริหารงานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มูลนิธิ Robert Mouawad และรวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ของเขาด้วย Robert Mouawad เกษียณอายุการทำงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม ปี ค.ศ. 2010 และหลังจากนั้น บริษัท ก็ถูกกุมบังเหียนโดยลูกชายทั้งสามคนของเขา คือ  Fred Mouawad และ Pascal Mouawad และ Alain Mouawad ที่มาเข้าร่วมเป็นหัวหน้าแผนกนาฬิกาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2013 เป็นต้นมา อีกทั้งแบรนด์ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ Fantasy Bra ที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับ Victoria’s Secret ซึ่งโชว์นี้เป็นที่รอคอยของผู้คนไปทั่วโลก นอกจากนี้ในปี ค.ศ. 2019 Mouawad ยังเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ได้รับเลือก ให้เป็นผู้สนับสนุนหลักในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส โดยทางแบรนด์ได้ทำการออกแบบมงกุฏ “Power of Unity” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมงกุฏนางงามที่แพงที่สุดในโลก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 150 ล้านบาท  ลูกค้าของ Mouawad นั้นมีมากมายนับตั้งแต่เซเลบริตี้ ไปจนถึงชนชั้นราชวงศ์ แบรนด์มีฐานผลิตใหญ่อยู่สามแห่งคือ ประเทศซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอีกแห่งหนึ่งก็คือ ประเทศไทย นั่นเป็นเพราะไทยคือศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีแห่งเอเชีย ด้วยความชำนาญ ความเชี่ยวชาญทางด้านการขึ้นแบบ การประกอบเครื่องประดับอัญมณี อีกทั้งประเทศไทยยังมีชื่อเสียงในด้านการเจียระไนพลอยที่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ...
Continue reading
23 ก.พ.

ประวัติ David Yurman กับที่มาของกำไล Cable Classic

ประวัติ David Yurman แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติอเมริกัน เป็นที่รู้จักในวงการเครื่องประดับระดับนานาชาติ โดยมีสินค้าที่เป็นที่นิยมและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือ กำไล Cable Classic ในบทความนี้เราจะพาคุณย้อนไปศึกษา ถึงเรื่องราวของ David Yurman (เดวิด เยอร์แมน) ศิลปินมากความสามารถ ที่มีความหลงใหลในงานด้านการออกแบบ จนนำไปสู่การเป็นนักออกแบบเครื่องประดับยอดนิยมและเป็นที่รักของวงการแฟชั่นจนถึงปัจจุบัน The History of David Yurman เรื่องราวของแบรนด์ เดวิด เยอร์แมน (David Yurman) ก่อตั้งโดยนักออกแบบเครื่องประดับชาวอเมริกันนามว่า  เดวิด เยอร์แมน (David Yurman) เขาเกิดที่ Long Island เกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างเหนียวแน่น ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหานคร New York เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1942 ในช่วงที่เขากำลังศึกษาในระดับมัธยมปลายเขา ได้ออกแบบผลงานประติมากรรม คือรูปปั้นขนาดเล็กออกมาวางขายในโรงอาหารที่โรงเรียน ความสนใจในงานศิลปะของเขาเปรียบเสมือนการจุดประกายของแบรนด์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สิ่งที่ช่วยเน้นย้ำ ให้ความสนใจทางด้านศิลปะของเขาเพิ่มมากขึ้น นั่นคือ การเดินทางไปยัง โพรวินซ์ทาวน์รัฐแมสซาชูเซตส์ (Provincetown, Massachusetts) ที่นั่นเขาได้พบกับ เออร์เนสโต กอนซาเลส (Ernesto Gonzales) ศิลปินชาวคิวบาที่มีฝีมือทางด้านงานปั้น และงานเชื่อม นามว่า เออร์เนสโต กอนซาเลส ซึ่งเขาได้สอนเทคนิคการเชื่อม การหลอมโลหะ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เดวิด เยอร์แมน จึงเริ่มทดลองออกแบบสร้างเครื่องประดับโลหะของตัวเองขึ้น หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เดวิด เยอร์แมน ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University) ในช่วงสั้น ๆ และได้ลาออก หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินทางไปที่แคลิฟอร์เนีย...
Continue reading
28 ม.ค.

ประวัติ Van Cleef & Arpels อัญมณีของสุภาพสตรีชั้นสูง

vancleef-&-arpels
ประวัติ Van Cleef & Arpels - ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เพชรและอัญมณี คือสิ่งที่อยู่คู่กับผู้หญิงมาในทุกยุคทุกสมัย เครื่องประดับอัญมณีที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในหมู่สุภาพสตรี ชนชั้นสูงมายาวนานนับศตวรรษ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ (Van Cleef & Arpels) แบรนด์เครื่องประดับเก่าแก่ ที่มีอายุกว่า 124 ปี เรื่องราวของ Van Cleef & Arpels นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและโรแมนติก ในวันนี้ เราจะพาทุกท่าน ย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับกลิ่นอายความคลาสสิก เรื่องราวของอัญมณีชั้นสูงจากฝรั่งเศส แบรนด์นี้ไปพร้อม ๆ กัน The History of Van Cleef & Arpels  อัลเฟรด แวน คลีฟ (Alfred Van Cleef) และ เอสเทล อาร์เปลส (Estelle Arpels) แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ Van Cleef & Arpels เป็นบริษัทเครื่องประดับหรูหรา นาฬิกา และน้ำหอม ของฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1896 เรื่องราวของแบรนด์เริ่มต้นขึ้นจากความรักของคู่หนุ่มสาว นามว่า เอสเทล อาร์เปลส (Estelle Arpels) ลูกสาวของพ่อค้าอัญมณี ซาโลมอน อาร์เปลส (Salomon Arpels) ซึ่งได้แต่งงานกับ อัลเฟรด แวน คลีฟ (Alfred Van Cleef) ลูกชายช่างทำเครื่องประดับ  ความหลงใหลในการทำเครื่องประดับของทั้งสองครอบครัว เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านที่ Place Vendôme สถานที่อันมีชื่อเสียงในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดหาอัญมณีที่หายาก ไปจนถึงการทำเครื่องประดับ และนาฬิกา ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในตลาดสินค้าหรูหรา โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีชื่อเสียง  ในปี ค.ศ. 1954 ทางแบรนด์ ได้ทำการเปิดตัวคอลเล็กชั่นเครื่องประดับรูปสัตว์ต่าง ๆ โดยใช้ชื่อว่า La Boutique โดยผลงานที่เป็นที่ชื่นชอบและถูกกล่าวถึงมากที่สุดมีด้วยกันสองชิ้น คือ เครื่องประดับรูปสุนัขนั่งที่ทำจากลวดทองขัดเงา มาพร้อมดวงตาสีเขียวนิล และจมูกสีดำนิล และเครื่องประดับรูปกระต่าย ที่ถูกสร้างขึ้นจากทองคำ 18 K อันมีดวงตาสีมรกตประดับด้วยเพชรเม็ดเดี่ยวทรงกลม พร้อมทั้งจมูกที่ทำจากทับทิม   เครื่องประดับส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1957 จะมีรูปทรงเป็นดอกไม้ โดยเฉพาะดอก Camellia (คาร์มิเลีย) อันเป็นชิ้นงานสุดแสนโรแมนติกของ Van Cleef & Arpels ซึ่งประกอบไปด้วยเพชรเจียระไนทรงกลมเรียงสลับกันกับแซฟไฟร์ เครื่องประดับชุดดอก Camellia นี้ประกอบไปด้วยเข็มกลัด และต่างหู ที่เข้ากันได้ดี โดยตัวเข็มกลัดนั้นมีน้ำหนักเพชรรวมแล้วประมาณ 10 กะรัต ซึ่งด้านหลังนั้นมีสัญลักษณ์ Van Cleef & Arpels N.Y. 40223 ปรากฏอยู่    Van Cleef &...
Continue reading
16 ม.ค.

ประวัติ Piaget กว่า 140 ปี ความงามของเครื่องบอกเวลาชั้นสูง

ประวัติ piaget
ประวัติ Piaget - หากกล่าวถึงนาฬิกาที่ได้รับการนิยมในระดับสากล ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนาฬิกาสัญชาติสวิส ซึ่งนาฬิกาที่ประทับตรา Swiss Made นั้นเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพที่ทั้งโลกให้การยอมรับ Piaget แบรนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสง่างามของอัญมณีชั้นสูง ทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านการออกแบบนาฬิกาหรูหราที่มีรูปลักษณ์เพรียวบาง โดดเด่นด้วยกลไกที่บางเฉียบ และเรื่องราวความน่าสนใจ รวมถึง ประวัติ Piaget ที่มีอายุยาวนานกว่า 140 ปี จะถูกเปิดเผยในบทความนี้   The History of Piaget จุดเริ่มต้นของนาฬิกา Piaget (เพียเจต์) เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ใน La Côte-aux-Fées บนเทือกเขา Jura ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จอร์ช - เอดูอาร์ด เพียเจต์ (Georges-Édouard Piaget) ผู้หลงใหลในการผลิตนาฬิกาตั้งแต่วัยเยาว์ ได้จัดตั้งเวิร์กชอปการผลิตนาฬิกาขึ้นในฟาร์มของครอบครัวในปี ค.ศ. 1874 ในขณะที่มีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น เขาได้ทุ่มเทให้กับการสร้างกลไกนาฬิกาที่มีความแม่นยำสูง โดยเขามีคติที่ใช้ผลักดันการทำงานของตัวเองว่า "Always do better than necessary" หรือมีความหมายว่า ทำให้ดีกว่าเสมอ ในปี ค.ศ. 1910 ธุรกิจของครอบครัวกำลังเฟื่องฟูโดยทุกคนได้ทำงานร่วมกันเพื่อสืบสานมรดกตกทอดของ จอร์ช - เอดูอาร์ด เพียเจต์ และลูกชายของเขา ทิโมธี เพียเจต์ (Timothée Piaget) บุคคลสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจพัฒนา จากการเป็นผู้ผลิตกลไกนาฬิกา กลายมาเป็นผู้ผลิตนาฬิกาพกและนาฬิกาข้อมือหรูหรา จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1943 เพียเจต์ ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และได้มีการขยายไลน์การผลิตที่ใหญ่ขึ้นใหม่ที่ La Côte-aux-Fées ทายาทรุ่นที่สามของตระกูล Gérald...
Continue reading
14 ม.ค.

KAWS คือ ศิลปะกราฟฟิตี้ที่ก้าวเข้าสู่แฟชั่นแนวสตรีท

KAWS คือ ตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ประหลาด ๆ ที่มีความโดดเด่นตรงสัญลักษณ์กากบาท (X X) ที่ดวงตา และส่วนหัวที่เป็นรูปกะโหลก แน่นอนว่ามองปราดเดียวก็รู้ได้ว่า มันคือผลงานการออกแบบของ ควอส์  (Kaws) ซึ่งเป็นนามแฝงของศิลปินและดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน ไบรอัน โดเนลลี (Brian Donnelly) ซึ่งผลงานของเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นศิลปะสไตล์ Street Art และการออกแบบสไตล์ Street Fashion ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนไปทั่วโลก ...
Continue reading
13 ม.ค.

ประวัติ Bao Bao Issey Miyake กับดีไซน์สุดแหวกก้องโลก

ประวัติ Bao Bao Issey Miyake - Bao Bao กระเป๋ารูปทรงแปลกตา ที่เราคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี กับจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ฉีกกรอบของรูปแบบกระเป๋าแบรนด์เนมเดิม ๆ ในดีไซน์ที่แตกต่าง โดยสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามสัมภาระที่ผู้ใช้ใส่เข้ามาในกระเป๋า สถาปัตยกรรมที่ท้าทายความสามารถในการประดิษฐ์ ด้วยการรังสรรค์ง่าย ๆ จากรูปสามเหลี่ยมที่นำมาต่อกัน บนตัวผ้าตาข่าย หลังจากการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2000 ก็ยังคงครองความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงไหลในจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด  คงอยากทราบว่า อะไรคือแรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋าที่มีดีไซน์สุดแหวกจากแบรนด์ Issey Miyake แบรนด์ชื่อดังจากแดนอาทิตย์อุทัย แบรนด์นี้มีจุดเด่นอะไร ถึงได้รับความนิยมระดับโลก รวมถึงการออกแบบที่ไม่เหมือนกระเป๋าใบไหนในตลาดที่เคยมีมา ในบทความนี้ เรามีคำตอบ     Issey Miyake อิซเซ มิยะเกะ (Issey Miyake) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อของแบรนด์เนมระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อของผู้ก่อตั้งบริษัท อิซเซ มิยะเกะ เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน ปี ค.ศ. 1938 ที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ชีวิตในวัยเด็กของเขา ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือ เหตุการณ์ที่อเมริกาปล่อยระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมืองฮิโรชิมา เพื่อกดดันให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม ซึ่งในขณะนั้น มิยะเกะ มีอายุเพียง 7 ปีเท่านั้น เป็นโชคดีของเขาที่สามารถรอดชีวิตจากเหตุการณ์ร้ายแรงในครั้งนั้นได้ อิซเซ มิยะเกะ (Issey Miyake) ต่อมา เขาได้เข้าศึกษาในสาขาการออกแบบและกราฟฟิก ณ มหาวิทยาลัย Tama Art University ในเมืองโตเกียว โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาเมื่อ ปี ค.ศ. 1964  มิยะเกะ...
Continue reading