To top
9 พ.ค.

10 อันดับกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู ซื้อแล้วรุ่ง ราคาพุ่งไม่มีตก

10 อันดับกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู ซื้อแล้วรุ่ง ราคาพุ่งไม่มีตก เป็นการจัดอันดับกระเป๋าแบรนด์เนม ที่ได้รับการยอมรับว่า คุ้มค่าในการลงทุน และสามารถสร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำได้ ซึ่งหากกล่าวถึงการออมเงินระยะยาว หลาย ๆ คนอาจให้ความสนใจไปกับการลงทุนในกองทุนต่าง ๆ หรือการเข้าซื้อหุ้น ซื้อทอง ที่ดินหรือสินทรัพย์ขนาดใหญ่เพื่อการเก็งกำไร แต่ทว่า ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจ ซึ่งให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และสามารถสร้างผลกำไรได้ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ การลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์เนม

ภาพลักษณ์ของกระเป๋าแบรนด์เนม คนทั่วไปส่วนใหญ่อาจมองว่า เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และราคาสูงเกินความจำเป็น แต่ความเป็นจริงแล้ว นอกเหนือจากราคา ยังมีเรื่องของคุณภาพ วัสดุที่นำมาใช้ ความหายาก รวมทั้งเรื่องราวความเก่าแก่ ความพิเศษและเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้น ๆ  ที่ช่วยตอกย้ำความมีมูลค่าในตัวของมันเอง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมกระเป๋าเหล่านี้ ถึงได้มีราคาพุ่งสูงขึ้นทุกปี วันนี้ เรามาทำความรู้จักกับทั้ง 10 รุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดกระเป๋าน่าลงทุนตลอดกาล จะมีรุ่นใดบ้างนั้น ติดตามไปพร้อมกัน

 

1. HERMES BIRKIN

หนึ่งในสุดยอดกระเป๋า ที่สาว ๆ หลายต่อหลายคนปรารถนา อีกทั้งยังขึ้นชื่อว่าครอบครองยากมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลกกับสถิติรอคิวซื้อที่ยาวนานถึง 6 ปี กับราคาค่าตัวที่สูงถึง 6 หลัก ได้รับการออกแบบโดย Jean-Louis Dumas (ฌอง หลุยส์ ดูมาร์) ทายาทบริหาร Hermès รุ่นที่ 5 ได้รับแรงบันดาลใจจาก นักแสดงหญิง Jane Birkin (เจน เบอร์กิน) ที่ทั้งคู่บังเอิญได้พบกันบนเครื่องบินระหว่างเดินทางจากปารีสไปลอนดอน เมื่อปี ค.ศ. 1981

ราคาเปิดตัวเริ่มแรกของกระเป๋ารุ่นนี้ เมื่อปี ค.ศ. 1985 อยู่ที่ $2,000 หรือประมาณ 63,200 บาทโดยมีการปรับราคาขึ้นเรื่อยมาตามลำดับ สำหรับการแปรผันของราคากระเป๋า ขึ้นอยู่กับขนาด สี วัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ ยกตัวอย่างเช่น หากซื้อกระเป๋า Birkin ในปี 2004 มาในราคา $4,000 (126,436 บาท) ผ่านไปเป็นเวลา 15 ปี จะสามารถขายมันได้ ในราคา $5,000-6,000 (159,000-190,000 บาท) ซึ่งหมายความว่า ยิ่งซื้อมานานเท่าไหร่ ก็สามารถคูณมูลค่าเป็นจำนวนปีเพิ่มขึ้นเข้าไปได้อีก ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ กระเป๋าน่าลงทุน – Hermes Birkin Bag

สำหรับในประเทศไทย ราคาของกระเป๋า Birkin ของใหม่ในบูทีค จะมีราคาขายอยู่ที่ประมาณ 600,000-5,000,000 บาทโดยในแต่ละปี ราคาของกระเป๋า Birkin จะมีการปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 14.2%  ในส่วนของราคากระเป๋า Birkin ในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือสอง จะอยู่ที่ระหว่าง 230,000 ถึง 530,000 บาท ซึ่งสามารถแปรผันได้ตามความต้องการของตลาด  Birkin Bag ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นกระเป๋าที่มีมูลค่าสูงสุดตลอดกาล อีกทั้งราคาของกระเป๋ามือ2 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

 

2. CHANEL CLASSIC FLAP

กระเป๋าสะพายสายโซ่สุดหรูอันคุ้นตา กระเป๋าที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามอมตะตลอดกาล Chanel Classic Flap ความคลาสสิกอันเป็นที่ใฝ่ฝันของสาว ๆ มาทุกยุคทุกสมัย แรงบันดาลใจในการออกแบบจากกระเป๋าสุดหรูในตำนานอย่าง “Chanel 2.55” ถูกนำมาร่ายมนต์วิเศษในรูปโฉมใหม่โดยดีไซเนอร์ก้องโลก คาร์ล ลาเกอร์เฟล (Karl Lagerfeld) โดยได้ทำการดัดแปลงตัวล็อคแบบใหม่ เป็นรูปตัว C ไขว้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “CC turn-lock” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งทั่วโลกให้การยอมรับ

ปัจจุบัน ราคาของ Chanel Classic Flap อยู่ที่ประมาณ 200,000-240,000 บาท ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กระเป๋ารุ่นนี้มีการปรับราคาขึ้นประมาณ 20% ทุกปี การได้เป็นเจ้าของกระเป๋าคลาสสิกรุ่นนี้สักใบ จึงถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา กระเป๋าถูกปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาซื้อขายในตลาดแบรนด์เนมมือ 2 จะสามารถขายได้ถึง 70-80% ของราคาซื้อในปีนั้น ๆ ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ กระเป๋าน่าลงทุน Chanel Classic Flap Bag

ด้วยวิกฤติเศรฐกิจในปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่มักทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ถอยหนี คือ ราคาของสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้น แต่สำหรับ Chanel แล้ว มันกลับตรงกันข้าม การขึ้นราคาสินค้า เป็นการแสดงถึงคุณค่าของแบรนด์ ที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี กลับทำให้ลูกค้ามีความต้องการมากยิ่งขึ้น จากการสังเกตตามเว๊ปไซต์ซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 พบว่ากระเป๋า Chanel Classic ยังได้รับการถามไถ่ ประกาศตามหาอยู่เสมอ ๆ อันถือเป็นเครื่องการีนตี ถึงมูลค่าและความนิยม ที่ไม่เคยเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา

 

3. LOUIS VUITTON NEVERFULL

หนึ่งในกระเป๋าที่ขึ้นชื่อว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดของโลก จากแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศส อย่าง Louis Vuitton เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ภายใต้ชื่อ “ไม่มีวันเต็ม” กับดีไซน์เรียบง่าย เข้ากับทุกกระแสแฟชั่น อีกทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ใช้สอยอันครบครัน Neverfull จึงขึ้นแท่นเป็นกระเป๋ายอดนิยมในทันที ด้วยกระแสความนิยมที่มีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้ราคาของกระเป๋ารุ่นนี้ ถูกปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 20-30% ทุกปี ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ กระเป๋าน่าลงทุน – Louis Vuitton Neverfull

สำหรับราคาซื้อขาย Neverfull ในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 ในปัจจุบัน พบว่าราคาขายสูงถึง 65-80% จากราคาซื้อเลยทีเดียว กระเป๋ารุ่นนี้ ไ่ม่เพียงแต่จะครองใจสาวกแบรนด์เนมกระเป๋าหนักได้แล้ว แต่ยังสามารถเจาะตลาดระดับแมสได้อีกด้วย ความแข็งแรงทนทาน รวมทั้งสามารถบรรจุของได้มาก ถือเป็นจุดขายอันโดดเด่น อีกทั้งราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ไม่ยาก โดยกระเป๋ามือหนึ่งในบูทีค ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 30,000-40,000 บาท นั่นเป็นเหตุผลที่ Neverfull ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

 

4. LADY DIOR BAG

กระเป๋าที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลมากที่สุดรุ่นหนึ่งในโลกแฟชั่น จากแบรนด์หรูระดับแนวหน้าอย่าง Christian Dior กระเป๋ารุ่น Iconic ที่ได้รับขนานนามตามพระนามของแฟชั่นไอคอนแห่งยุค 80-90 “เจ้าหญิงไดอาน่า” ถูกจัดให้เป็น Timeless Investment ที่ควรค่าแก่การลงทุน แต่เดิมมีชื่อว่า “Chouchu” ซึ่งมีความหมายว่าเป็นที่ชื่นชอบ

หลังจากเจ้าหญิงทรงถือกระเป๋ารุ่นนี้ปรากฏแก่สายตาชาวโลกในช่วงแรก ๆ สร้างปรากฏการณ์ยอดขายมากกว่า 2 แสนใบภายในเวลาเพียง 2 ปี ทางแบรนด์จึงเปลี่ยนชื่อรุ่นของกระเป๋าเป็น “Lady Dior” เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหญิงไดอาน่า จนถึงปัจจุบัน Lady Dior ยังคงสถานะเป็น It Bag ที่สาว ๆ ทุกคนใฝ่ฝันจะครอบครอง ด้วยดีไซน์ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยสีสันและขนาดที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ออกมาให้ยลโฉมในทุกซีซั่น

ปัจจุบัน ราคาเริ่มต้นของ Lady Dior อยู่ที่ประมาณ 120,000-150,000 บาท โดยแต่ละปีราคาจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 14% สามารถส่งต่อในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 ได้ประมาณ 14% จากราคาซื้อ ซึ่งราคาอาจมีการแปรผันไปตามรุ่น ขนาด วัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ อีกทั้งในรุ่น Limited Edition บางรุ่นที่หายากและเป็นที่ต้องการ ราคาอาจสูงขึ้นไปจากที่ได้กล่าวเอาไว้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาหลาย ๆ ส่วนประกอบการตัดสินใจ โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ กระเป๋าน่าลงทุน – Christian Dior Lady Bag

 

5. CHANEL BOY BAG

The Boy Bag เปิดตัวครั้งแรกในงานแฟชั่นโชว์ Fall/Winter Ready-To-Wear Collection ของ Chanel ในปี ค.ศ. 2011 ด้วยรูปทรงคลาสสิก สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น จึงขึ้นแท่นเป็น Iconic Bag ไปในทันทีนับตั้งแต่เปิดตัว ออกแบบโดย คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าใส่กระสุนปืนของนักล่าสัตว์ ใน 1 ปี ทาง Chanel จะนำเสนอ Boy Bag ในรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งดีไซน์ รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ มากถึง 4 ครั้งด้วยกัน

สำหรับราคาเริ่มต้นของ Chanel Boy จะอยู่ที่ประมาณ 135,000 บาท ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ขนาด รุ่น และวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ เป็นกระเป๋าอีกรุ่นที่ถือได้ว่าคุ้มค่าแก่การลงทุน เนื่องจากสามารถส่งต่อได้สูงสุดประมาณ 40% ของราคาที่ซื้อ ความนิยมที่ไม่ถดถอย ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความทันสมัย พร้อมความโดดเด่นและโฉบเฉี่ยว จึงไม่มีทีท่าว่ามูลค่าของกระเป๋ารุ่นนี้ จะลดลงแต่อย่างใด

 

6. DIOR SADDLE BAG

กระเป๋าที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากอานม้า เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1999 ในช่วงที่ จอห์น กัลลิอาโน (John Galliano) แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ ยังดำรงตำแหน่งดีไซเนอร์ให้กับแบรนด์ สร้างปรากฏการณ์ความนิยมด้วยยอดขายกว่า 60% ในปี 2001 ก่อนจะกลับมา Re-Born อีกครั้ง ในงานแฟชั่นโชว์ Fall/Winter 2018 Collection เพิ่มเติมด้วยลูกเล่นใหม่ ๆ บนกระเป๋า เพิ่มมูลค่า ส่งผลให้กระเป๋า Dior Saddle Bag ดังเปรี้ยงปร้าง สร้างความนิยมเป็นอย่างมากอีกครั้ง

ราคาจำหน่ายของกระเป๋าอยู่ที่ประมาณ 73,000-110,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่น ขนาด และวัสดุที่ใช้ทำการตัดเย็บ สามารถส่งต่อในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 ได้ประมาณ 14% จากราคาซื้อ เป็นกระเป๋าอีกหนึ่งรุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม คลาสสิก ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ แต่ผสมผสานเข้ากันได้ดีกับแฟชั่นปัจจุบันได้อย่างลงตัว

 

7. PRADA GALLERIA BAG

หรือที่รู้จักคุ้นเคยในชื่อ Prada Saffiano Lux กระเป๋าที่ถูกยกให้เป็นกระเป๋าที่คลาสสิคและขึ้นแท่นความนิยมสูงสุด เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ด้วยดีไซน์ที่ให้กลิ่นอายของความเป็นอิตาลีโบราณตัดกับโลหะที่ใช้ประดับกระเป๋าเพิ่มความทันสมัย เป็นผลงานที่เกิดจากการผสมผสานความงดงามของงานศิลปะ เอกลักษณ์ของความคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค และความทันสมัยของสาวยุคใหม่ เอาไว้ได้อย่างลงตัว

Prada Galleria ยังขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ด้วยวัสดุที่ผลิตจากหนังลูกวัวคุณภาพสูง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Saffiano” (ซาเฟียโน่) ซึ่งมีการนำหนังชนิดนี้มาใช้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1913 การสร้างเอกลักษณ์ลงบนผืนหนังชนิดนี้ มาผ่านกรรมวิธีพิเศษเฉพาะที่ได้รับการจดสิทธิบัตรโดยพราด้า คือการนำหนังผ่านความร้อนที่มากถึง 70 องศาเซลเซียส จากนั้นนำหนังมากดพิมพ์ลาย Crosshatch เป็นเวลา 10-15 วินาที จนเกิดเป็นลายเส้นนูนสวยงาม สุดท้ายคือการเคลือบหนังด้วยแว๊กซ์ จนได้ผลลัพท์เป็นหนังซาเฟียโน่ที่เราคุ้นเคย

จุดเด่นของกระเป๋ารุ่นนี้ อยู่ที่ความทนทาน สามารถกันน้ำและรอยขีดข่วนได้ดี ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ ยังได้รับความนิยมอย่างสูงจนถึงปัจจุบัน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นของ Prada Galleria อยู่ที่ประมาณ 65,000 ไปจนเกือบ 100,000 บาท โดยแต่ละปี ราคาจะปรับขึ้นประมาณ 15-20 % และสามารถส่งต่อในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 ได้ประมาณ 15-25% จากราคาซื้อ

 

8. FENDI PEEKABOO BAG

Fendi Peekaboo ถูกออกแบบโดย คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld)  เปิดตัวครั้งแรกในช่วง Spring เมื่อปี ค.ศ. 2009 รูปทรงของกระเป๋าคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับสาว ๆ Working Woman ภายในกระเป๋าได้รับการตกแต่งให้มีลูกเล่นอันโดดเด่น ตัวอย่างเช่น Hardwear ที่มีรูปร่างคล้ายดวงตา หรือพวงกุญแจตุ๊กตาที่ไว้สำหรับประดับ แม้รูปทรงของกระเป๋าโดยรวมจะดูไม่โดดเด่น แต่ด้วยลูกเล่นเสริมต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยเสริมลุคให้กระเป๋า ดูไม่จำเจอีกต่อไป

นอกจากนี้ Peekaboo ยังเป็นกระเป๋า Classic Line ของแบรนด์ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน กระเป๋ารุ่นนี้ยังคงได้รับการต้อนรับและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยทุกปีทาง Fendi จะทำการเปิดตัวกระเป๋าที่ตัดเย็บด้วยวัสดุใหม่ ๆ แตกต่างกันออกไป รวมถึงสีสันที่มีให้เลือกมากมายเอาใจกลุ่มลูกค้าอยู่เสมอ ๆ ราคาจำหน่ายในบูทีค อยู่ที่ประมาณ 100,000 ไปจนถึง 150,000 บาท ราคาจะปรับขึ้นประมาณ 10-15% ต่อปี และสามารถส่งต่อในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 ได้ประมาณ 40-50% จากราคาซื้อ

 

9. GUCCI SOHO DISCO BAG

หลังการเปิดตัวของกระเป๋ารุ่นนี้ เมื่อปี ค.ศ. 2012 Gucci Soho Disco ก็ได้ขึ้นแท่นติดอันดับเป็นกระเป๋ายอดนิยมของ Gucci ในเวลาไม่นานนัก ด้วยตัวกระเป๋าที่ถูกดีไซน์ออกมาให้มีขนาดกระทัดรัด โดดเด่นด้วยโลโก้ GG แบบนูนที่ถูกเย็บอยู่ด้านหน้าของกระเป๋า สะดุดตาด้วยหัวซิปที่ตกแต่งด้วยพู่หนังเก๋ๆ (Leather Tassel) ช่องเก็บของที่กว้างขวาง รวมถึงอะไหล่สีทองอ่อนๆ กำลังดี การออกแบบโดยรวมที่ลงตัว จึงไม่แปลกใจ หากกระเป๋ารุ่นนี้จะได้รับความสนใจจากเหล่าคนดังและแฟชั่นนิสต้ามากมาย

ราคาจำหน่ายของกระเป๋ารุ่นนี้ อยู่ที่ประมาณ 39,000 บาท อีกทั้งยังสามารถส่งต่อในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 ได้ถึงประมาณ 90% จากราคาซื้อเลยทีเดียว

 

10. MULBERRY ALEXA BAG

เป็นกระเป๋าแบรนด์ดังจากอังกฤษ Mulberry ที่ออกแบบมาโดยเน้นถึงความคล่องตัวเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้มากที่สุด Alexa Bag เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Mulberry และ อเล็กซ่า ชุง (Alexa Chung) นางแบบ นักเขียนและดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ในวงการแฟชั่น  ราคาจำหน่ายปัจจุบันของกระเป๋ารุ่นนี้ อยู่ที่ประมาณ 50,000 – 73,000 บาท ราคาขึ้นต่อปีประมาณ 12% สามารถส่งต่อในตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือ 2 ได้ประมาณ 65% จากราคาซื้อ

 

นอกจากกระเป๋าจะเปรียบเสมือนแอ็กเซสเซอรี่ ที่เอาไว้ใส่ของจุกจิกของสาว ๆ เป็นเพื่อนคู่ใจร่วมทางไปในทุกโอกาสแล้ว กระเป๋าแต่ละใบ ยังมีส่วนในการสะท้อนตัวตนของบุคคลผู้เป็นเจ้าของ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมบุคลิคภาพและความมั่นใจ ความฝันของผู้หญิงแทบจะทุกคนบนโลกใบนี้ คือการได้ครอบครองกระเป๋าแบรนด์เนมดี ๆ สักใบ

การเลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาสูงสักใบ สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงความคุ้มค่ากับทุกเม็ดเงินที่เสียไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลตอบแทนของการลงทุนในกระเป๋าแบรนด์เนมนั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกการลงทุนคือความเสี่ยง ไม่มีอะไรที่จะรับประกันความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นควรเลือกซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองและเชื่อถือได้ และทั้งหมดนี้คือ 10 อันดับกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู ซื้อแล้วรุ่ง ราคาพุ่งไม่มีตก ที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด ที่จะมีครอบครองไว้สักใบ ในชีวิต

KATE