To top
11 มิ.ย.

กระเป๋าน่าลงทุน – Hermes Birkin Bag

กระเป๋าน่าลงทุน – Hermes Birkin Bag เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กระเป๋าจากแบรนด์ Hermes เป็นงานฝีมือที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม เลอค่า และเป็นเจ้าของได้ยากแบรนด์หนึ่งของโลก เพราะเหตุใดกระเป๋าสนนราคาหลักแสนบาทรุ่นนี้ ถึงยังเป็นที่ต้องการของเหล่าบรรดาผู้บริโภคระดับ VIP

วันนี้เราจะพาคุณมาติดตามตำนานของกระเป๋า Birkin รวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาด ที่หล่อหลอมให้กระเป๋ารุ่นนี้กลายเป็นสินค้าที่คุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ และคุณเชื่อหรือไม่ว่า? การลงทุนในกระเป๋า Birkin มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นหรือแม้แต่การลงทุนในทองคำเสียอีก

The History of Birkin

The History

ย้อนกลับไปเมื่อ ปี ค.ศ. 1984 เมื่อนักแสดงสาวชาวอังกฤษนามว่า เจน เบอร์กิ้น (Jane Birkin) ได้พบกับ ฌอง หลุยส์ ดูมาร์ (Jean-Louis Dumas) CEO ของ Hermès ในขณะนั้น ระหว่างโดยสารบนเครื่องบิน ซึ่งเดินทางจากกรุงปารีสไปยังกรุงลอนดอน เป็นที่ทราบกันดีกว่า เจนเป็นคนที่นิยมพกพาตะกร้าสานติดตัวไปไหนต่อไหนเป็นประจำ ซึ่งถือได้ว่าตะกร้าสานนี้เปรียบเสมือนกระเป๋าประจำตัวของเธอก็ไม่ผิด และเหตุการณ์ที่เป็นจุดกำเนิดของ Birkin ก็เริ่มต้นขึ้น

hermes Jane Birkin

เจนพยายามที่จะจัดเก็บตะกร้าสานของเธอ บนที่เก็บของเหนือศีรษะ แต่ด้วยความเทอะทะของตะกร้าที่มีขนาดไม่พอเหมาะกับช่องเก็บของ ทำให้เกิดความผิดพลาด ตะกร้าสานของเธอฝาเปิด พลิกคว่ำ ตกลงบนพื้น ข้าวของกระจัดกระจาย ฌอง หลุยส์ สังเกตเห็นดังนั้น เขาจึงเสนอที่จะออกแบบกระเป๋าแบบใหม่ให้แก่เธอ โดยทำการร่างแบบกระเป๋าในแบบที่เจนต้องการลงบนถุงใส่อาเจียนที่มีบริการบนเครื่องบิน และอีก 1 ปีต่อมา กระเป๋า Birkin Bag ใบแรกก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

ส่วนหนึ่งของ Hermes Birkin ในซีรีย์ "Sex and The City"

ส่วนหนึ่งของ Hermès Birkin ในซีรีย์ “Sex and The City”

ในช่วงแรก กระเป๋า Hermès Birkin ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก กว่าจะประสบความสำเร็จ จนขึ้นสู่กระเป๋าที่ขึ้นชื่อว่าเป็น It Bag แห่งยุคก็อีก 10 กว่าปีต่อมา ในปี ค.ศ. 2001 Birkin ได้ปรากฏโฉมในฉากๆ หนึ่ง ของซีรีย์ดังเรื่อง “Sex and The City” โดยเนื้อเรื่องในช่วงนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ตัวละครที่ชื่อ ซาแมนต้า โจนส์ (Samantha Jones) ใช้ชื่อลูกค้าเซเลปของเธอ เป็นสิทธิในการใช้ซื้อกระเป๋า “The Birkin” โดยไม่ต้องรอคิวนานถึง 5 ปี ซึ่งหลังจากซีรีย์ตอนนี้ออกอากาศ คิวในการรอซื้อกระเป๋ารุ่นนี้ ก็ยาวนานขึ้นถึง 3 เท่า

 

The Birkin The Kadashains

The Values of The Birkin

การสร้าง Demand หรือความต้องการสินค้าให้เกิดขึ้นในโลกแห่งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ขยับราคาขายขึ้นไปที่ $50,000 (ประมาณ 1,580,000 บาท) จากราคาเปิดตัวที่ $2,000 (ประมาณ 63,200 บาท) ซึ่งนอกจากกลยุทธ์ทางการโฆษณาแล้ว การที่ดารา เซเลบริตี้ ต่างพากันหิ้วกระเป๋าใบนี้เฉิดฉายไปมา ยิ่งทำให้กระเป๋ามีชื่อเสียงโด่งดังมากยิ่งขึ้น

แต่ ราคาของ Birkin จะไม่สามารถดันราคาสูงขึ้นไปขนาดนี้ได้ หากไม่มีการจำกัดจำนวนการผลิตหรือการคุม Supply Chain ซึ่ง Birkin Bag เป็นกระเป๋าที่ตัดเย็บด้วยมือทุกใบ ใช้เวลาในการตัดเย็บทั้งหมด 48 ชั่วโมง โดยช่างเพียง 1 คน

ซึ่งช่างฝีมือที่ทาง Hermès จะอนุญาตให้ทำการผลิตกระเป๋ารุ่นนี้ได้นั้น จะต้องมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทาง Hermès ได้ใช้กลยุทธ์นี้เพื่อให้สินค้ามีจำนวนจำกัด นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้กระเป๋า  Birkinกลายเป็นสินค้าที่กลุ่มคนมีเงินให้ความสนใจ และอยากครอบครอง

Birkin Bag

ตัวเลขกระเป๋ารุ่นนี้ที่ผลิตในแต่ละปียังคงเป็นความลับ แต่คาดการณ์ว่าทางบริษัทจะผลิตไม่เกิน 2 แสนใบต่อปี นั่นจึงทำให้ Birkin ไม่ได้มีฐานะเพียงแค่สินค้าแฟชั่นธรรมดาๆ แต่เปรียบเสมือนสัญญลักษณ์ในการแสดงสถานะหรือฐานะทางสังคมของผู้ที่ได้เป็นเจ้าของ เพราะไม่ใช่ว่าใครจะเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ถึงแม้จะร่ำรวยมีเงินทองมากมาย

นอกจากราคาที่สูงเฉียดฟ้าแล้ว ปริมาณการผลิตที่จำกัดอันไม่สัมพันธ์กับความต้องการของตลาด และการต้องต่อคิวรอคอยกระเป๋าเป็นเวลาหลายปี เป็นสิ่งที่ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้เพิ่มคุณค่าในตัวเองเท่าทวีคูณ กลายเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่เศรษฐีบางคนยินดีที่จะจ่ายเพื่อซื้อเก็บไว้เก็งกำไรแทนการซื้อทองคำ

 

Increased in Value year on year

ในที่นี้เราจะเปรียบเทียบการลงทุน 3 ประเภทที่แตกต่างกัน ได้แก่ “หุ้น S&P 500” คือ หุ้นที่แสดงถึงผลตอบแทนในตลาดหุ้นโดยรวมของอเมริกา, “ทองคำ” ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชิ้นหนึ่ง และ “กระเป๋า Hermès Birkin” อันมีรูปธรรมและเห็นภาพชัดเจน ตัวอย่างการลงทุนทั้ง 3 ประเภทนี้ ได้รับเลือกเพราะเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีความหลากหลาย และได้รับความนิยมมากที่สุด โดยการวิเคราะห์นี้ จะเป็นการรวบรวมข้อมูลเป็นเวลา 35 ปี ตั้งแต่วันแรกที่กระเป๋า Birkin วางจำหน่าย จนถึงปี 2016

ระหว่างปี 1980 และ 2015 S&P 500 คืนค่าเฉลี่ย(ต่อปี) เล็กน้อยที่ 11.66% ซึ่งค่าเฉลี่ยผลตอบแทนจริงอยู่ที่ 8.65% อย่างไรก็ตามค่าเฉลี่ยเหล่านี้ ยังไม่ได้คำนึงถึงความผันผวนของตลาด ยกตัวอย่างเช่น ผลตอบแทนประจำปี S&P 500 สูงสุดในช่วงเวลานี้คือ ปี 1995 อยู่ที่ 37.20% แต่ยังมีค่าเฉลี่ยต่ำลงไปถึง -36.55% ในปี 2008 ด้วย

ในช่วงเวลาเดียวกัน ทองคำมีผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 1.9% ซึ่งเท่ากับผลตอบแทนจริง -1.5% ซึ่งทองคำเคยขึ้นราคาสูงสุดที่ $1,571.52 ในปี 2011 แต่ก็เคยถึงระดับต่ำสุดเฉลี่ยที่ $271.04 ใน ปี 2001 ด้วยเช่นกัน

The Hermès Birkin Price History

จากการศึกษาพบว่า ราคาของ Birkin เพิ่มขึ้น 500% ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยปีละ 14% เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในหุ้น S&P 500 ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 12 % ต่อปีเท่านั้น กล่าวได้ว่าตลาดทองคำและตลาดหุ้น มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่การลงทุนในกระเป๋า Birkin มีแต่จะเพิ่มค่าขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะในปี 2001 ที่เพิ่มขึ้นถึง 25% และเคยทำราคาในการประมูลสูงสุดอยู่ที่ราว 7.8 ล้านบาทไทยต่อใบ

รวมทั้งมีแนวโน้มว่ามูลค่าของกระเป๋าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ราคาเปิดตัวเริ่มแรกเมื่อปี 1985 อยู่ที่ $2,000 หรือประมาณ 63,200 บาท และมีการปรับราคาขึ้นเรื่อยมาตามลำดับ ราคาจะเติบโตมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดสี วัสดุในการตัดเย็บ ขนาด และการตกแต่ง โดยทั่วไปแล้ว หากซื้อกระเป๋า Birkin ในปี 2004 มาในราคา $4,000 (126,436 บาท) ผ่านไปเป็นเวลา 15 ปี จะสามารถขายมันได้ ในราคา $5,000-6,000 (159,000-190,000 บาท)

The Hermès Birkin Price

แม้จะผ่านการใช้งานมาหลายครั้งแล้วก็ตามที แต่สำหรับในประเทศไทยแล้ว ราคา Birkin ในตลาดซื้อขายมือ 2 จะอยู่ที่ระหว่าง 2.3 แสน จนถึง 5.3 แสนบาท ซึ่งมีการผันแปรตามความต้องการของตลาด ปกติแล้วสินค้าหลายๆ อย่าง เมื่อเก็บไว้เป็นเวลานานมักเสื่อมความนิยมและด้อยค่าลงไป

แต่สำหรับกระเป๋า Birkin นั้นกลับตรงกันข้าม ยกตัวอย่างเช่น Hermès Birkin หนัง Togo ขนาด 30 ราคาขายในปี 2015 อยู่ที่ $18,050 (570,518 บาท) ราคาขายในปี 2019 อยู่ที่ $21,500 (679,564 บาท) อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 30.3% (ราคาขายอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสี ขนาดและรุ่นของสินค้าที่แตกต่างกันออกไป) และนั่นทำให้ราคาของกระเป๋ามือ 2 เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Hermes

อะไรทำให้ Birkin มีค่าสูงนัก? สิ่งหนึ่งคือมันเปรียบเสมือนเครื่องบ่งบอกสถานะทางสังคม เป็นที่รู้กันดีว่ากระเป๋าแฟชั่นชั้นสูงรุ่นนี้ มีราคาค่าตัวอยู่ที่ $13,000 (410,825 บาท) จนถึง $100,000 (3,160,199 บาท) อีกทั้งจำนวนการผลิตที่มีน้อย การซื้อก็แสนจะยากเย็น ไม่แปลกใจที่ราคาในตลาดมือ 2 ย่อมพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

นอก