To top
28 เม.ย.

Louis Vuitton Keepall Bag – Anatomy of Bag

Louis Vuitton Keepall Bag เป็นหนึ่งในกระเป๋าเดินทางที่มีชื่อเสียงที่สุดรุ่นหนึ่งของแบรนด์ หลุยส์ วิตตอง ถูกออกแบบและวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1924 ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย รองรับการใช้งานที่หลากหลาย น้ำหนักเบา เหมาะกับงานสมบุกสมบัน อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทำให้ Keepall กลายเป็นตัวเลือกแรกๆ ของนักเดินทางในทันที จนได้รับสมญานามว่าเป็น “Multi-use soft luggage” ตลอดกาลของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งในวันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดของกระเป๋ายอดฮิตใบนี้ อะไรถึงทำให้ Keepall Bag ใบนี้ ยังคงเป็นที่นิยมถึงปัจจุบัน

 

Front Design : ด้านหน้าของกระเป๋า

Louis Vuitton Keepall Bag - Anatomy of Bag

  • Double Handle : หูจับคู่อันแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้มาก
  • Size Number Stamp : เหนืออะไหล่รูปตัว D สำหรับคล้องสายพายด้านข้างกระเป๋า ระบุ Heat Stamp เป็นตัวเลขซึ่งแสดงถึงขนาดของกระเป๋า เช่นถ้าเป็นกระเป๋า Keepall 45 ด้านข้างจะระบุเลข 45
  • Adjustable Leather Strap : สายสะพาย สามารถถอดออกและปรับระดับได้ มาพร้อมที่พักไหล่ โดยจะมีอยู่ในรุ่น Keepall Bandouliere (เช่นเดียวกันกับกระเป๋ารุ่น Speedy) โดยในรุ่น Keepall ธรรมดาจะไม่มีสายสะพาย แต่มีจำหน่ายแยกต่างหาก
  • Material : สำหรับลายผ้าใบที่นิยมในกระเป๋า Keepall ได้แก่ ลาย Classic Monogram, Damier Ebene, Damier Azur, Monogram Eclipse และ Damier Cobalt Canvas อีกทั้งยังมีรุ่น Limited Edition และ Seasonal อีกมากมาย โดยฟังก์ชั่นภายในกระเป๋าก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยตามแต่เทศกาลรวมถึงประเทศที่จำหน่าย
  • Handle Buckle : สายหนังสำหรับรัดหูกระเป๋าเข้าไว้ด้วยกัน สามารถปรับได้ มีลักษณะคล้ายเข็มขัด
  • Padlock and Key : ชุดกุญแจแม่ลูก ซึ่งจะต้องมีหมายเลขเดียวกันถึงจะทำการล็อค-ปลดล็อคได้ โดยจะมีสีเดียวกันกับอะไหล่ของกระเป๋า
  • Removable leather name tag : แผ่นหนังห้อยกระเป๋า สามารถระบุชื่อของเจ้าของกระเป๋า โดยการทำ Heat Stamp ได้ที่บูทิคหลุยส์ วิตตองทุกแห่งจะมีบริการนี้ แท็คกระเป๋าสามารถปรับระดับและสามารถถอดออกได้ ทำจากวัสดุหนัง Cowhide จะมีสีเดียวกันกับหนังของกระเป๋าในรุ่นนั้นๆ
  • Leather : ใช้วัสดุหนัง Cowhide ในส่วนประกอบของกระเป๋า เช่น หูหิ้ว ขอบมุม และขอบด้านข้างของกระเป๋า
ลาย Classic Monogram, Damier Ebene, Damier Azur, Monogram Eclipse และ Damier Cobalt Canvas

ลาย Classic Monogram, Damier Ebene, Damier Azur, Monogram Eclipse และ Damier Cobalt Canvas

 

Inside Design : ด้านในกระเป๋า

  • Interior : ด้านในบุผ้าทอ Cotton คุณภาพดี (Cotton Textile) ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่รุ่นและวัสดุภายนอก อาจเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีครีม หรือสีน้ำตาลเข้มก็ได้
  • Date Code : จะระบุ Date Code อยู่บนแผ่นหนังเล็กๆ ด้านในกระเป๋า ตำแหน่งเดียวกับหูหิ้ว
  • The Ring : ห่วงขนาดเล็ก ใช้สำหรับคล้องพวงกุญแจ อยู่ฝั่งเดียวกันกับแผ่นหนังที่ระบุ Date Code
  • Zippered Compartment : สำหรับกระเป๋า Keepall ทั่วไปจะไม่มีช่องซิปภายใน ด้านในจะเป็นพื้นที่โล่งกว้าง แต่ยกเว้นกระเป๋ารุ่น Limited Edition หรือ Seasonal บางขนาดบางรุ่นที่มาพร้อมกับช่องซิปขนาดใหญ่ภายในกระเป๋า
  • Stitching : ฝีเข็มเป็นระเบียบและมีขนาดเท่ากัน ไม่มีด้ายที่หลุดลุ่ยหรือด้ายส่วนเกิน
ด้านในของรุ่นธรรมดา size 45

ด้านในของรุ่นธรรมดา size 45

ด้านในของรุ่นธรรมดา size 55

ด้านในของรุ่นธรรมดา size 55

 

Back Design : ด้านหลังของกระเป๋า

  • Hardwear : อะไหล่ของกระเป๋าจะต้องเป็นสีเดียวกันทั้งหมด โดยมีทั้งสีทองและสีเงิน แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
  • Canvas : กระเป๋ารุ่น Keepall ทุกใบ ใช้ผ้าใบเพียงผืนเดียวในการขึ้นรูปกระเป๋า ดังนั้น ลายด้านหลังของกระเป๋าจึงอยู่ในลักษณะกลับหัว
  • Front Strip of Leather Trim : แผ่นหนังขนาดยาว 2 เส้น ทำการเย็บเป็นคู่ขนานทั้ง 2 ข้าง โดยเริ่มต้นจากปลายหูหิ้วด้านหนึ่ง ไปบรรจบที่หูหิ้วอีกด้านหนึ่ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการรองรับน้ำหนักให้กับหูหิ้วของกระเป๋า
  • Double Zipper : อะไหล่ซิปคู่ มีอักษร LV เป็นตัวนูนอยู่ที่หัวซิปทั้ง 2 ข้าง ซิปจะมีสีเดียวกันกับอะไหล่ของกระเป๋า ซึ่งมีทั้งสีทองและสีเงิน ตรงปลายหัวซิปทั้ง 2 ข้างจะมีรูเล็ก ไว้สำหรับคล้องแม่กุญแจเพื่อล็อคกระเป๋า
  • Stitching : ฝีเข็มและรอยเย็บจะเป็นระเบียบ และระยะห่างเท่ากันทั้งหมด

 

Side Design : ด้านข้างของกระเป๋า

Louis Vuitton Keepall Bag - Anatomy of Bag

  • Leather Trim : ใช้เทคนิคกุ๊นขอบ หรือ การเย็บขอบกระเป๋าด้วยวัสดุหนังเป็นเส้นกลม ยึดกับขอบด้านในของกระเป๋า เพื่อคงรูปทรงของและเสริมความแข็งแรงของกระเป๋า
  • Strip of Leather Trim : แถบหนังความกว้าง 2 ซม. อยู่ตำแหน่งกึ่งกลางด้านข้างของกระเป๋า เพื่อความสวยงามของรูปทรงกระเป๋าและเพื่อเย็บติดกับห่วงสำหรับคล้องสายสะพาย มีทั้ง 2 ด้าน
  • Heat Stamp : ด้านล่างสุดของ Leather Trim ทางด้านซ้ายของกระเป๋า จะพบกับ Heat Stamp เป็นตัวปั๊มไม่มีสี ระบุคำว่า “LOUIS VUITTON / PARIS / Made in (ประเทศที่ผลิต)”
  • Leather Pad : (มีเฉพาะใน Keppall รุ่นธรรมดา) แผ่นหนังรูปใบไม้ มี 2 ด้าน โดยด้านหนึ่งปรากฏตัวปั๊มไม่มีสี ระบุคำว่า “LOUIS VUITTON / PARIS / MADE IN (ประเทศที่ผลิต)” อีกด้านว่างเปล่า
  • The Shape : กระเป๋ามีรูปร่างคล้ายกับโดม โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Boston Bag กระเป๋าทรงหมอนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และป็นต้นแบบให้กับกระเป๋าหลายๆแบรนด์
ด้านข้างของ Keepall รุ่นธรรมดา

ด้านข้างของ Keepall รุ่นธรรมดา (ไม่มีแถบหนังด้านข้าง)

 

Bottom Design : ด้านล่างของกระเป๋า

Louis Vuitton Keepall Bag - Anatomy of Bag

  • The Bottom : ฐานกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีลักษณะอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ด้วยกระเป๋า Keepall ทุกใบ สามารถพับเก็บได้
  • Canvas : ไม่มีรอยต่อใดๆ ระหว่างผ้าใบในการขี้นรูปกระเป๋า เพราะตัดเย็บจากผ้าใบเพียงผืนเดียว
  • Strip of Leather Trim : แผ่นหนังขนาดยาว 2 เส้น ทำการเย็บเป็นคู่ขนานทั้ง 2 ข้าง โดยเริ่มต้นจากปลายหูหิ้วด้านหนึ่ง ไปบรรจบที่หูหิ้วอีกด้านหนึ่ง เพิ่มความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักทางฐานของกระเป๋า
ลักษณะของกระเป๋าเมื่อถูกพับ

ลักษณะของกระเป๋าเมื่อถูกพับ

 

Size of Keepall Bag : ขนาดของกระเป๋า Keepall Bag

Louis Vuitton Keepall Bag - Anatomy of Bag

ขนาดของกระเป๋า Keepall มีทั้งหมด 4 ขนาดด้วยกัน ทั้งรุ่นมีสายสะพายและรุ่นธรรมดา โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมที่สุดในหมู่บรรดาสาวๆ คือ รุ่น Keepall 45 และรุ่น Keepall 55 สำหรับหนุ่มๆ (ขนาด 55 คือขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถเป็น Carry-on Bag ได้ ในกรณีเดินทางโดยเครื่องบิน) โดยมีขนาดดังต่อไปนี้

  • Keepall 45 : 45 x 27 x 20 ซม. (17.7 x 10.6 x 7.9 นิ้ว)
  • Keepall 50 : 50 x 29 x 23 ซม. (19.7 x 11.4 x 8.7 นิ้ว)
  • Keepall 55 : 55 x 31 x 26 ซม. (21.7 x 12.2 x 9.4 นิ้ว)
  • Keepall 60 : 60 x 34 x 27 ซม. (23.6 x 13 x 10.2 นิ้ว)

กระเป๋า Louis Vuitton Keepall หนึ่งใน Iconic Bag ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์เครื่องหนัง เป็นต้นแบบของกระเป๋ารุ่น Speedy ในตำนาน อีกทั้งยังเป็นกระเป๋าเดินทางรุ่นแรกๆที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยตัวกระเป๋าที่มีขนาดเบา ดูแลรักษาง่าย มีความยืดหยุ่น ที่สำคัญคือความทนทานของวัสดุที่ใช้ตัดเย็บ การออกแบบที่หรูหราแต่เรียบง่าย ตอบสนองต่อการใช้งานทุกรูปแบบ อีกทั้งยังเคยขึ้นชื่อว่าเป็นสัญญลักษณ์ของการเดินทางสมัยใหม่ และยังคงส่งต่อความคลาสสิคจากรุ่นสู่รุ่น มาจนถึงปัจจุบัน

Shop The Post