To top
9 ม.ค.

Coach Thailand ร้านบูติกของแบรนด์สัญชาติอเมริกัน

coach

Coach Thailand – หากพูดถึงกระเป๋าสำหรับสุภาพสตรี ที่มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหมื่นต้น ๆ แน่นอนว่า จะต้องมีกระเป๋าจากแบรนด์ Coach (โค้ช) อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ในปัจจุบันโค้ชนั้นมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นแบบออนไลน์ หรือจำหน่ายในร้านบูติก และสำหรับประเทศไทยนั้นมีร้าน Coach Thailand อยู่ด้วยกันถึง 21 สาขา  ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก กับเรื่องราวประวัติของแบรนด์ที่ยืนหยัดมานานกว่า 79 ปี จากธุรกิจเล็ก ๆ สู่แบรนด์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

The History of Coach

The History of Coach

โค้ช (Coach) ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1941 ที่ Manhattan ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเริ่มแรกนั้นเป็นเพียงธุรกิจครอบครัวที่ทำสินค้าเกี่ยวกับเครื่องหนัง ภายใต้ชื่อ “Gail Manufacturing Company” โดยมีช่างฝีมือเครื่องหนังเพียงหกคนเท่านั้น ซึ่งสินค้าแต่ละชิ้นนั้นทำขึ้นด้วยมือทั้งหมด ต่อมา ไมล์ส คาห์น (Miles Cahn) เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องหนังแห่งหนึ่ง ต้องการเอากระเป๋าสตางค์ไปซ่อม เขาจึงเดินทางไปหาพ่อซึ่งทำงานเป็นช่างเครื่องหนังให้กับแบรนด์โค้ช ซึ่งนั่นทำให้เขามีโอกาสมาเยือนโรงงานแห่งนี้เป็นประจำ และรู้สึกผูกพันกับสถานที่แห่งนี้

จนในที่สุด ไมล์ส คาห์น ก็ตัดสินใจเข้ามาทำงานที่โค้ชเมื่อปี ค.ศ. 1946 พร้อมกับภรรยาของเขา ลิลเลียน คาห์น (Lillian Cahn) เมื่อเข้ามาทำงานที่โค้ช ไมล์ส คาห์น ได้สังเกตเห็นคุณสมบัติที่โดดเด่นของหนังที่ใช้ทำถุงมือเบสบอล ที่ผ่านการใช้งานจนสึกหรอจะทำให้หนังนั้นนุ่มขึ้น เขาจึงพยายามจะเลียนแบบกระบวนการสึกหรอของหนังชนิดนี้ โดยใช้วิธีการแปรรูปหนังเพื่อให้หนังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น ไมล์ส คาห์น จึงเริ่มผลิตกระเป๋าถือสำหรับผู้หญิง ซึ่งได้รับความนิยมในทันที

ไม่นานหลังจากที่เขามาทำงานที่โค้ชและเริ่มเชี่ยวชาญในเรื่องของเครื่องหนัง เขาและภรรยาก็ได้ตัดสินใจซื้อกิจการเป็นของตัวเองในปี ค.ศ. 1961 ในปีเดียวกันนั้นเอง โค้ชได้ว่าจ้างนักออกแบบชาวอเมริกัน บอนนี่ แคชิน (Bonnie Cashin) มาเป็นผู้ออกแบบกระเป๋าถือและชุดนักกีฬาให้กับโค้ช นอกจากนี้ยังมีการออกแบบรองเท้า ปากกา แป้นกุญแจ และแว่นตาที่ดูเข้าเซ็ทกันอีกด้วย เธอทำงานให้กับโค้ชในตำแหน่ง Creative Director ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 จนถึงปี ค.ศ. 1974

ริชาร์ด โรส (Richard Rose) เข้ามาร่วมงานกับ Coach ในปี ค.ศ. 1965 ซึ่งเขาเป็นคนที่ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของโค้ชถูกวางขายในห้างสรรพสินค้าทั่วสหรัฐอเมริกาและในต่างประเทศ ในปี ค.ศ. 1979 ลูวิส แฟรงคฟอร์ต (Lewis Frankfort) เข้ามาร่วมงานกับโค้ช ซึ่งในช่วงเวลานี้ Coach สามารถทำยอดขายได้มากถึง 6 ล้านเหรียญ สินค้าของ Coach มีการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางการค้าส่งภายในประเทศ และในปี ค.ศ. 1981 บริษัท ได้เปิดร้านค้าปลีกที่ดำเนินการโดยตรงเป็นครั้งแรกบนถนน Madison Avenue ในมิดทาวน์แมนฮัตตัน

Sara Lee Corporation

ไมล์ส คาห์น ได้ตัดสินใจขายกิจการ Coach เนื่องจากเขาต้องการทุ่มเทเวลาให้กับฟาร์มแพะที่กำลังเติบโต รวมไปถึงธุรกิจการผลิตชีสที่เรียกว่า Coach Farm ใน Gallatin Ville ที่นิวยอร์ก ซึ่งธุรกิจนี้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1983 และในปี ค.ศ. 1985 โค้ชนั้นได้ถูกขายให้กับ Sara Lee Corporation ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคของสหรัฐอเมริกา ในราคา 30 ล้านดอลลาร์

ซาร่า ลี คอร์ปอเรชั่น บริหารโค้ชภายใต้ Hanes Group บริษัทได้เปิดร้านบูติก Coach ภายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ภายในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1986 มีร้านค้าของแบรนด์เพิ่มขึ้น 12 แห่งและร้านบูติกภายในห้างสรรพสินขนาดใหญ่ค้ากว่า 50 แห่ง และเมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2000 ซาร่า ลี คอร์ปอเรชั่น ได้เสนอขายหุ้นของโค้ช 19.5 % ซึ่งเป็นเหมือนการถอดแบรนด์โค้ชออกจากการเป็นส่วนหนึ่งธุรกิจ

Reed Krakoff

รีด คราคอฟฟ์ (Reed Krakoff) นักออกแบบแฟชั่นชาวอเมริกัน ผลงานการออกแบบของเขานั้นมีเอกลักษณ์ มีกลิ่นอายของไลฟ์สไตล์ที่รักอิสระ แบบชาวอเมริกัน และเขายังนำเอาความหรูหราเข้ามาผสมผสานไว้ในงานออกแบบด้วย รีด คราคอฟฟ์ ถูกว่าจ้างให้มาเป็น Creative Director ของ Coach การออกแบบของเขาเปลี่ยนให้โค้ชได้กลายมาเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งชื่อแบรนด์ Coach ถูกจดจำในฐานะ New York Style ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตสมัยใหม่

ช่วงปี ค.ศ. 2001 – 2006 เป็นช่วงเวลาที่ Coach มีความโดดเด่นมากที่สุดในตลาด จึงมีการเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ ภายใต้ชื่อ Coach Signature ซึ่งมีการนำโลโก้ CC มาใช้บนกระเป๋า ในปี 2006 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่แบรนด์มีอายุครบ 65 ปี จึงได้มีการเปิดตัว The Legacy Collection ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสไตล์ของกระเป๋า การเปิด-ปิดกระเป๋าด้วยแม่เหล็ก รวมถึงสีสันที่สดใส และในปี ค.ศ. 2017 Coach ได้ทำการขยายสาขาไปมากกว่า 900 สาขาทั่วโลก

เรื่องราวทั้งหมดของ Coach นั้นเริ่มต้นจากธุรกิจเล็ก ๆ ในครอบครัวที่มีช่างฝีมือเพียง 6 คน ธุรกิจเครื่องหนังได้ดำเนินมาเรื่อย ๆ และมีการเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุค จนกระทั่งโค้ชนั้นได้ก้าวเข้าสู่แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก โดยสินค้าที่มีจำหน่ายในปัจจุบันมีทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า Ready To Wear สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี รวมไปถึงแอคเซสเซอรี่ เครื่องประดับต่าง ๆ นอกจากการดำเนินธุรกิจแล้ว แบรนด์เองก็ได้มีการก่อตั้งมูลนิธิ The Coach Foundation เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ให้ความรู้แก่สตรีและเด็กทั่วโลก

 

KATE