To top
2 Sep

ดอกคามิเลีย Chanel ที่เป็นมากกว่าแค่ดอกไม้

The Camellia – ดอกคามิเลียนั้นเป็นดอกไม้ชนิดโปรดและดอกไม้ประจำตัวของ Coco Chanel เลยก็ว่าได้ โดยดอกคามิเลีย หรืออีกชื่อที่เป็นที่รู้จักกันในแถบเอเชีย คือ กุหลาบญี่ปุ่น  (Japanses Rose) นั้นมีมากกว่า 120 สายพันธุ์ ตามบันทึกมีการกล่าวถึงดอกคามิเลียว่า ได้มีการนำเข้ามาในประเทศแถบยุโรป ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดย พระเจ้าหลุย ฟิลิป แห่งฝรั่งเศส (LouisPhilippe) และ ซาร์ แห่งรัสเซีย (Tsarist Russia)  แต่กว่าดอกคามิเลียจะมาเป็นส่วนหนึ่งของ Chanel นั้น มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ซึ่งทางเราได้รวบรวมเนื้อหาทั้งหมดมาให้เหล่าสาวก Chanel ได้รับชมกันไว้ที่นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

ดอกคามิเลีย - Chanel

ดอกคามิเลีย chanel

 

 

The meaning of the camellia flower

ดอกคามิเลีย (Camellia) เป็นสัญลักษณ์แห่งความเย้ายวนและสง่างามของผู้หญิง เนื่องจากความขาวบริสุทธิ์  กลีบดอกไม้ที่เรียงทับซ้อนกันอย่างสวยงามและลงตัว ประกอบกับความมนกลม ถูกหลักสมมาตร จึงถูกเลือกใช้และจัดสรรให้เป็นดอกไม้ของผู้หญิงชนชั้นสูงในสมัยนั้น ซึ่งได้มีการนำดอกไม้มาประดับตกแต่งตามเสื้อผ้า และประดับผม อีกทั้งยังได้มีการนำมาตกแต่งตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่นกัน อย่างโรงหนัง, โรงละครโอเปร่า และรถม้าลากโดยสาร รอบสวนสาธารณะบัวส์ เดอ บูโลญ (Bois de Boulogne) อีกด้วย 

ดอกคามิเลีย - Chanel - The Camellia

Camellia is not just a flower

จุดเริ่มต้นของการนำดอกคามิเลียมาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์  Chanel นั้น มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เนื่องจากความหมายของดอกคามิเลียที่เป็นสัญลักษณ์ของความเย้ายวนและสง่างามของผู้หญิง แต่ได้เริ่มมีการนำมาใช้อย่างจริงจังในแวดวงแฟชั่นเครื่องแต่งกายของสุภาพบุรุษในช่วงปีคริสต์ศตวรรษที่ 20  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็กหนุ่ม หรือ สุภาพบุรุษในชนชั้นสูงก็ต่างนิยม ชมชอบ นำดอกคามิเลียมาตกแต่งบนเสื้อสูทประจำวัน และเสื้อแจ็คเก็ต

ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากความนิยมของคนสมัยนั้น ที่นำดอกคามิลเลียนมาประดับตกแต่งสวน หรือชายระเบียงบ้าน สถานเคหะ และที่สถานที่สำคัญ ในยุคนั้น เพราะเหตุนี้ โคโค่ ชาแนล (Coco Chanel) ที่มีความหลงไหล และชื่นชอบในดอกคามิเลียเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น ได้นำความนิยมของดอกคามิเลียมาปรับเปลี่ยนแนวคิด จากแฟชั่นสุภาพบุรุษ เข้าสู่แฟชั่นสุภาพสตรี  

ดอกคามิเลีย - Chanel - The Camellia

โคโค่ ชาแนล (Coco Chanel) ได้เริ่มจากการนำดอกคามิเลียมาประดับตกแต่งบนเครื่องผ้าส่วนตัว โดยเฉพาะชุดเดรสสีดำที่เป็นเอกลักษณ์์ของเธอ ด้วยความขาวบริสุทธิ์ ที่โดดเด่น ตัดกับสีดำของชุดเดรส จึงเกิดเป็นความสมบูรณ์แบบที่ลงตัวอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยนับแต่นั้นมา โคโค่ ชาแนล ก็ได้นำดอกคามิเลียมาตกแต่งในทุกชุดของเธอ จนกลายเป็นไอคอนนิค (Iconic)

นั่นทำให้ทุก ๆ คนจดจำเธอได้ถึงทุกวันนี้ อีกทั่งดอกคามิเลียเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่น จึงทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ที่นำมาแมทกับชุดเดรทหรู ด้วยความที่ว่าพื้นฐานของดอกคามิเลียเป็นดอกไม้ไร้กลิ่นอยู่แล้ว จึงไม่กลบกลิ่นหอมของน้ำหอม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นอีกจุดของดอกคามิเลียเลยก็ว่าได้  

ดอกคามิเลีย - Chanel - The Camellia

 

The beauty is nearly always born from radical simplicity 

“ความสวยงาม มักเริ่มต้นจากความเรียบง่าย” โคโค่ ชาแนล ได้ให้คำกำจัดความของดอกคามิเลียไว้ว่า ดอกคามิเนียนั้นเป็นมากกว่าดอกไม้ทั่วไป เพราะมันคือความสมบูรณ์แบบ ความขาวนวล ละเอียด ประกอบกับการเรียงทับซ้อนของกลีบดอกไม้ มีความสวยงามประนึงผลงานศิลปะ ความมนกลมของตัวดอกไม้ ที่เกือบเป็นเส้นวงกลมตามสมมาตรนั้น ก็สามารถสื่อถึงความกลมเกลียว เป็นอันนึงอันเดียวกัน ซึ่งตีเป็นความหมายที่เรียบง่าย แต่สวยงามอย่างสมบูรณ์แบบ ที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้นั้นเอง  

ดอกคามิเลีย - Chanel - The Camellia - fashion show

ครั้งแรกที่ได้มีการนำดอกคามิเลียเข้ามาประดับตกแต่งอย่างจริงจังนั้น เห็นจะเป็นในช่วงปี ค.ศ. 1992 โดย โคโค่ ชาแนล ได้ทำการตัดเย็บดอกคามิเลียด้วยตนเองเพื่อนำมาประดับบนเสื้อเชิ้ต และต่อมาในปี ค.ศ. 1924 ดอกคามิเลียได้ถูกนำมาประดับบนสายรอบเอวของเดรสดำ ตัดด้วยผ้าชีฟอง และเข้าชุดกับผ้าพันคอยาว

หลังจากนั้นไม่นานในปี ค.ศ. 1927 ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการตัด และผ้าที่นำมาทำดอกคามิเลียโดยการตัดจากผ้าปีเก้ (Pique) สีขาว ชึ่งตัดกับชุดโค้ทสีเทา เป็นอีกนึงภาพที่ทำให้คนจดจำดอกคามิเลียจากรูปแบบเดิม ทั้งหมดนี้ถือเป็นนึงในจุดเริ่มต้นที่ทำให้ดอกคามิเลียกลายมาเป็นทั้งต้นแบบของเครื่องประดับ, เครื่องตกแต่งบนกล่อง Chanel และในที่สุดก็ได้กลายมาเป็นเทรดมาร์ค (Treadmark) ของแบรนด์

ดอกคามิเลีย - Chanel - The Camellia

หลายปีหลังต่อมา  ในปี ค.ศ. 1936 เครื่องประดับได้มีการปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เป็นดอกคามิเลียอย่างเป็นทรงการ และได้การตอบรับอย่างล้นหลามจากสาววก Chanel ในสมัยนั้น โดยเครื่องประดับชิ้นแรก คือ สร้อยคอที่ได้นำแก้วใสโปร่งแสงคุณภาพสูง มาตกแต่งโดยใช้มือทั้งหมด ได้รับการออกแบบดีไซน์จากห้องศิลป์กิปปัว (Gripoix ateliers)

ซึ่งในปี ค.ศ. 1954 ก็ได้มีการนำเสนอเครื่องประดับอีกชิ้น คือ เครื่องประดับผม ถูกออกแบบโดย อเล็กซาเดอร์ (Alexandre) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ ชาเนล คอลเล็กชั่น (Chanel Collection) และในปีให้หลัง แบรนด์ Chanel ก็ได้มีการนำเสนอจิวเวลรี่ในรูปแบบของดอกคามิเลียมากขึ้น  

ดอกคามิเลีย - Chanel - The Camellia

โดยช่วง ปี ค.ศ. 2004-2005 AutumnWinter Collection ได้มีการนำพลอยเทียมที่ไม่มีสี ซึ่งมีลักษณะคล้ายเพชร มาออกแบบตัดแต่งในรูปแบบของดอกคามิเลีย มาใส่ไว้บนตัวรองเท้าแตะซาติน (Satin Sandal) และในปีเดียวกันนั้น ใน SpringSummer Collection ได้เพิ่มลูกเล่นในตัวดอกคามิเลีย

โดยเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่ตัวผ้าของตัวดอกคามิเลียเสมือนจริงเป็นการตัดเย็บด้วยผ้าทีวล์ (Tulle) หรือผ้าตาข่ายสีดำมาตัดเป็นลวดลายของดอกคามิเลีย แล้วนำมาประกบกับผ้าชีอนสีชมพูนวลอออน ทำให้ลายของดอกคามิเลียมีความมชัด โดดเด่นสวยงาม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนรูปแบบของดอกคามิเลียจากคอเล็กชั่นที่ผ่าน ๆ มา  

การผลิตตัดเย็บของดอกคามิเลียในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำผ้าหลากหลายรูปแบบมาทำการตัดเย็บ อย่างเช่น ponge silk, glazed cotton, chine, lame, tweeds, mohair cashmere, denim, satin velvet, tulle chiffon, lace, leather, rhodoid, python, kangaroo, rabbit และ tin

แต่ไม่ว่าทาง Chanel จะนำผ้าชนิดไหนมาทำการตัดเย็บดอกคามิเลียนั้น จะมีข้อกำหนดสำคัญ ที่เป็นแบบมาตราฐานในการผลิตดอกคามิเลียในทุก ๆ ดอก นั้นก็คือ ถ้าชุดเดรสที่ถูกตัดเป็นผ้าแฟ้บบริค  (fabric) ตัวกลีบดอกจะถูกตัดด้วยผ้าเดียวกันที่ละดอกในภายหลัง และนำมาประกอบเข้ากับตัวโฟมบอลลูนสีขาวที่ถูกแบบมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะในแบบฉบับบของ Chanel ด้วยวิธีที่ถูกใช้มาตั้งแต่ปีคริสต์ศตวรรษที่ 19

ต่อมาตัวกลีบดอกไม้จะถูกวางทับทับซ้อนกันเป็นระเบียบ แล้วสร้อยเข้าด้วยกันโดยเส้นด้าย ด้วยวิธีการเหล่านี้ จะใช้เวลาในการจัดวางและสร้อยเข้าด้วยกันอย่างประณีต นานถึง 20 นาที ถึง 1 ชั่งโมงครึ่ง ต่อดอกไม้ 1 ดอก นับว่าเป็นความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เพื่อให้ได้ความสวยงามที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ Chanel เป็นที่โดดเด่นและได้รับความนิยมมาถึง ณ ปัจจุบันนี้

  

ในทุก ๆ ปีนั้น จะมีการผลิตเฉพาะตัวดอกคามิเลียเสมือนจริงมากกว่า 20,000 ดอก ซึ่งถูกผลิตละตัดเย็บด้วยมือทั้งหมด ส่งตรงมาจาก Lemarie’s flower ซึ่งในปัจจุบันนี้ทาง Chanel ได้มีการควบคลุมการผลิตเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้ดอกคามิเลียนั้นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้อย่างง่ายดาย เพราะทุก ๆ ดอกคามิเลียนั้นต้องได้รับการตัดเย็บและผลิตจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นขั้นตอนการตัดเย็บมีขนาดและมาตราฐานที่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อความสวยงาม สมบูณ์แบบ เหมาะสมกับเป็นดอกคามิเลีย Chanel อย่างที่ทุกคนชื่นชอบ

เป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจากที่เราได้ทราบถึงเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของ ดอกคามิเลีย Chanel คงทำให้สาว ๆ หลายคนเข้าใจถึงความงดงาม ที่เรียบง่าย ตามคอนเซ็ปของ Chanel  และหลงรักกับความเอาใจใส่ในทุกลายละเอียด กว่าจะเป็นดอกคามิเลียสีขาวนวล สัญลักษณ์แห่งความเย้ายวน และสง่างามของผู้หญิง จาก Chanel  

รัก
xoxo

KATE