To top
9 พ.ย.

Vintage Chanel Jewelry – รสนิยม ความลึกลับ และความทรงจำ

Vintage Chanel JewelryChanel แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีชื่อเสียง สัญลักษณ์แห่งความหรูหรา ภายใต้รูปตัว C ไขว้ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ก่อตั้งโดย Gabrielle Bonheur “Coco” Chanel ซึ่งนักประวัติศาสตร์หลายท่านได้กล่าวถึงเธอในแง่ถึงการเป็นแรงผลักดัน ในการปฏิวัติการแต่งกายของหญิงสาว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในฐานะนักออกแบบทางแฟชั่น ความคิดสร้างสรรค์ของเธอได้ปลดปล่อยผู้หญิงจากสไตล์การแต่งตัวเดิม ๆ สู่ความสวยงามแบบสปอร์ต ที่เน้นความสะดวกสบาย

จากธุรกิจเสื้อผ้าที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เธอได้ขยายไลน์การผลิต ไปสู่เครื่องหอม กระเป๋าถือ รวมทั้งเครื่องประดับ สายสร้อยยาวที่เธอสวมใส่เป็นประจำ รวมทั้งเครื่องประดับทุกชิ้นของเธอ เป็นหลักฐานแสดงถึงรสนิยม ความลึกลับ และความทรงจำอันมีค่า สำหรับบทความนี้จะพาทุกคนย้อนรอยไปยังจุดกำเนิดของคอลเลกชั่นเครื่องประดับอันงดงาม รวมถึงศึกษาสัญลักษณ์ที่ระบุบนเครื่องประดับแบบ Vintage ถ้าพร้อมแล้ว ติดตามไปพร้อมกันค่ะ

Vintage Chanel Jewelry - ชาแนลวินเทจ - วินเทจ

 

An Innovative Blend of Fine and Costume Aesthetics

ก่อนที่เครื่องประดับของแบรนด์ Chanel จะถือกำเนิด ย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษที่ 1920s การได้เป็นเจ้าของเครื่องประดับชั้นสูง ที่ทำจากโลหะชั้นดีและอัญมณีมีค่า จะจำกัดอยู่แค่บุคคลที่ร่ำรวย หรือราชวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น และแน่นอน เครื่องประดับที่เป็นของลอกเลียนแบบหรือถูกสร้างสรรค์จากวัสดุที่ด้อยราคากว่านั้น จะโดนดูถูกดูแคลนเป็นอย่างมาก

Coco Chanel มีความเห็นที่ขัดแย้งไปจากค่านิยมในสมัยนั้น เธอมีความคิดว่าเครื่องประดับ ควรมีไว้เพื่อประดับตกแต่งร่างกาย ซึ่งเน้นไปทางความสวยงาม มากกว่าการสวมใส่เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวย เธอได้มีโอกาสสัมผัสเครื่องประดับชั้นดี จากการที่เธอมีความสัมพันธ์กับคู่ครองที่ร่ำรวยหลายคน ทำให้เธอพบว่า การผสมผสานระหว่างวัสดุมีค่า กับวัสดุธรรมดาที่ราคาถูกกว่า กลับให้ผลลัพท์เป็นเครื่องประดับที่สวยงามไร้ที่ติ

Coco Chanel

Coco Chanel

ดังนั้น เธอจึงพังกำแพงประเพณีรวมถึงความเชื่อเดิม ๆ เกี่ยวกับข้อจำกัดในการสวมใส่เครื่องประดับ เธอได้ผสมผสานอัญมณีของแท้และของเทียม เพื่อนำสิ่งที่ดีที่สุดของทั้งสองโลกมาสู่การสร้างสรรค์ของเธอ ชาแนลชอบที่จะประดับประดาด้วยเครื่องประดับหลายชิ้นแทนที่จะจำกัด ไว้ที่เครื่องประดับชั้นดีราคาแพงหนึ่งหรือสองชิ้นเท่านั้น และการออกแบบเสื้อผ้าที่เรียบง่ายของเธอ ก็เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับเครื่องประดับเหล่านี้เช่นกัน

 

History of Chanel Jewelry

Chanel เริ่มการผลิตเครื่องประดับ เป็นครั้งแรก ในช่วงปี 1920s โดยแต่ละชิ้นส่วน ถูกสร้างสรรค์มาให้เข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัว ในช่วงแรก เครื่องประดับของ Chanel ถูกออกแบบโดย Etienne de Beaumont ในขณะนั้น ยังไม่ได้มีการระบุแบรนด์ลงบนเครื่องประดับนั้น ๆ และผู้ที่สามารถเป็นเจ้าของสินค้าพิเศษนี้ จะจำกัดเฉพาะผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ Chanel เท่านั้น

ชาแนล เริ่มสายการผลิตเครื่องประดับของเธอครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1921 เธอเป็นนักออกแบบคนแรกที่ใช้เครื่องประดับมาช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์โดยรวมของการแต่งกาย เสื้อผ้าของเธอ ได้รับการออกแบบอย่างเรียบง่าย สร้างความโดดเด่นให้กับเครื่องประดับที่เธอสวมใส่ โดยมักจะเห็นเธอ มาพร้อมกับเครื่องประดับที่เป็นสายสร้อยมุกขนาดยาวพันรอบคอด้วยเสมอ จนเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเธอไม่ลังเลที่จะผสมผสานไข่มุกจริงและเทียม เพื่อเป็นเครื่องประดับ ที่สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส

ในปี ค.ศ. 1927 Chanel ได้เชิญ Fulco di Verdura นักออกแบบเครื่องประดับ มาออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เธอ โดย ร่วมกันออกแบบกำไลข้อมือเคลือบสีขาว ภายใต้ชื่อ “Chanel Maltese Cross cuffs” ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจาก The star of the Knights of Malta ประดับประดาด้วยหินสังเคราะห์หลากสี มีลักษณะหินเคลือบด้วยสีดำตรงกลางและประดับด้วยไม้กางเขนมอลตาที่ทำจากหินสีต่างๆ

Fulco di Verdura กับ Chanel

Fulco di Verdura กับ Chanel

เครื่องประดับคอลเลกชั่น Chanel Maltese Cross ถือได้ว่าเป็นเครื่องประดับรุ่นแรก ๆ ที่โดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งของแบรนด์ เปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรก ประมาณช่วงปี ค.ศ. 1930 และเป็นต้นแบบให้กับการผลิตเครื่องประดับของแบรนด์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในปี ค.ศ. 1932 ชาแนล ได้จินตนาการและทำการออกแบบคอลเลกชั่น Bijoux de Diamants ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องประดับชั้นสูงชิ้นแรกของเธอ การออกแบบที่งดงามไม่เหมือนใคร ด้วยชิ้นงานที่เน้นความงามของท้องฟ้า ประกอบไปด้วย ดาวหาง ดวงดาว และดวงอาทิตย์ สัญลักษณ์อันเป็นนิรันดร์ ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ จัดแสดงอย่างเป็นส่วนตัว ที่ห้องพักของเธอในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เครื่องประดับของชาแนล ไม่ได้หยุดอยู่แค่การผสมผสานมุกเทียม (faux pearls) กับมุกแท้เข้าด้วยกันอย่างลงตัวเท่านั้น เธอยังมีความคิดที่ว่า เครื่องประดับควรเป็นของที่มีราคาย่อมเยา และเป็นสิ่งที่สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะสูญหายหรือแตกหัก การออกแบบของ Chanel ไม่ได้หมายถึงการพยายามสร้างของปลอมให้เป็นของแท้ แต่มันคือการทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกที่เป็นอิสระ และเหมาะสมกว่าจากสิ่งที่เคยถูกจำกัดมาก่อนหน้านี้

นอกจากนั้น ชาแนลยังได้ร่วมมือกับนักอัญมณีผู้มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จระดับโลกอีกมากมาย อาทิเช่น Augustine Gripoix, Duke of Verdura และ Victoire de Castellane ชาแนลออกแบบเครื่องประดับของเธอเพื่อเสริมความโดดเด่นบนเครื่องแต่งกายที่เธอได้ทำการออกแบบ โดยในสมัยเริ่มแรก ยังไม่มีการประทับตราหรือสัญลักษณ์ใด ๆ ลงบนชิ้นงาน ซึ่งต้องใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อย่างมาก