To top
1 ก.พ.

Hermes Bolide Bag – Anatomy of Bag

Hermes Bolide Bag ต้นกำเนิดของกระเป๋ารุ่นนี้ ย้อนอดีตไปยัง ปี ค.ศ. 1923 เมื่อ Emile-Maurice Hermes ออกแบบกระเป๋าให้กับภรรยาสุดที่รัก นับว่าเป็นกระเป๋าใบแรกที่มีการนำซิปมาตัดเย็บ เป็นสัญญลักษณ์ของความหรูหราอย่างมากในสมัยนั้น ด้วยรูปทรงโค้งมน ผิวกระเป๋าที่อ่อนนุ่มจนสามารถจับเก็บในกระเป๋าสัมภาระได้ง่าย จึงได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะ Everyday Bag มาจนถึงทุกวันนี้ ในบทความนี้ เรามาเจาะลึกแต่ละชิ้นส่วนของอีกหนึ่งกระเป๋าที่มีประวัติอันยาวนานรุ่นนี้ไปพร้อมกันค่ะ

 

Front Design : ด้านหน้าของกระเป๋า

  • Dual Tubular Top Handles : หูหิ้วคู่ของกระเป๋าที่มีความโค้งมนสวยงาม แข็งแรง และอ่อนนุ่ม
  • Material : วัสดุที่นิยมนำมาตัดเย็บที่พบเห็นได้โดยทั่วไป ได้แก่ Epsom (เริ่มถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหนังเมื่อปี ค.ศ. 2003 มีลักษณะที่สะอาดและขัดมัน ทำความสะอาดง่าย เกิดรอยขีดข่วนยาก) , Clemence (ถูกนำมาใช้ตัดเย็บกระเป๋าในช่วงปี 1980s พื้นผิวของหนังที่เป็นธรรมชาติพร้อมทั้งสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี) , Sikkim (มีลักษณะอ่อนนุ่มพื้นผิวเรียบ เสริมความหรูหรา) รวมถึงหนัง Togo , Swift หรือหนังหายากอย่างหนังนกกระจอกเทศ (Ostrich) ก็ถูกนำมาตัดเย็บกระเป๋ารุ่นนี้ด้วยเช่นกัน
  • Clochette : ลูกกุญแจจะถูกคล้องกับสายหนัง และเก็บอยู่ในซองแผ่นหนังที่เรียกว่า “Clochette” ซึ่งตัดเย็บจากแผ่นหนังแผ่นเดียว
  • Oval Leather Patch : แผ่นหนังรูปวงรี ถูกเย็บอยู่ตรงตำแหน่งตรงกลางด้านบนของตัวกระเป๋า นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของกระเป๋ารุ่นนี้
  • Removable Shoulder Strap : สายสะพาย ปลายสายมีตะขอ สามารถถอดออกได้ บนสายสะพายใกล้ตะขอพบตัวปั๊มระบุ “HERMES  /PARIS/MADE IN FRANCE”

Inside Design : ด้านในของกระเป๋า

  • Interior : ด้านในบุด้วยหนัง โดยมีสีเดียวกับวัสดุด้านนอก แต่มีบางรุ่นพิเศษที่เป็น Limited Edition หรือ Seasonal ที่ภายในจะบุด้วยผ้าทอ หรือมีสีที่แตกต่างจากวัสดุภายนอก
  • Single Slip Pocket : ช่องเก็บของขนาดใหญ่ 1 ช่อง ที่ถูกเย็บติดกับผนังของกระเป๋าด้านใน
  • Heat Stamp : ตัวป๊มระบุคำว่า “HERMES / PARIS / MADE IN FRANCE” โดยสีของตัวปั๊มจะเป็นสีเดียวกับอะไหล่ของกระเป๋า

 

Back Design : ด้านหลังของกระเป๋า

  • The Shape : ดีไซน์ของกระเป๋าเป็นรูปโดม (Dome Shape) ซึ่งมีส่วนฐานกว้าง และมีขอบมุมที่โค้งมนสวยงาม
  • D-Ring : ห่วงสำหรับคล้องสายสะพาย ซึ่งเย็บติดอยู่ตรงตำแหน่งหูหิ้วด้านซ้ายทางด้านหลังของกระเป๋า
  • Stitching : การเย็บตะเข็บคู่ตามขอบมุมทั้งหมด ฝีเย็บที่ได้จึงแน่นหนาและทนทาน ที่สำคัญฝีเย็บทั้งหมดเกิดจากฝีมือการเย็บของช่างฝีมือเพียงคนเดียว
  • Hardwear : สำหรับอะไหล่ของกระเป๋ารุ่นนี้ มี 2 แบบด้วยกันคืออะไหล่เงิน Palladium และ อะไหล่ทอง Gold
  • Date Stamp : รหัสของกระเป๋ารวมถึงรหัสของช่างที่ทำการตัดเย็บกระเป๋า หรือที่เรียกว่า “Date Code and Craftsmanship” จะระบุอยู่ด้านหลังของแผ่นหนังรูป 6 เหลี่ยม ที่ถูกเย็บติดอยู่ด้านข้างของกระเป๋า ในส่วนปลายของซิป

Side Design : ด้านข้างของกระเป๋า

  • Zipper : หัวซิปเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด (Diamond Shape) มีการเจาะรูตรงกลางเพื่อใช้คล้องกุญแจสำหรับล็อคกระเป๋า ปลายซิปมีอะไหล่รูปตัว H เป็นตัวจบของซิป
  • The Side : รูปร่างด้านข้างของกระเป๋าเป็นรูปโดม โดยมีฐานที่กว้าง เพื่อความทรงตัวของรูปทรงกระเป๋า
  • Stitching : ฝีเข็มที่ปรากฏเป็นการเย็บด้วยมือ ด้วยเทคนิคพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermes ที่เรียกว่า “Consu Sellier”

Bottom Design : ด้านล่างของกระเป๋า

  • Metal Feet : หมุดโลหะทั้ง 5 ชิ้น เพื่อป้องกันฐานกระเป๋าไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน
  • The Bottom : ฐานกระเป๋ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กุ๊นขอบฐานเพื่อความสวยงามแข็งแรง และคงรูปของกระเป๋า

 

Size of Bolide Bag : ขนาดของกระเป๋า Bolide Bag

  • Bolide27 : 27 x 20 x 10 เซนติเมตร  (10.6 x 7.8 x 4 นิ้ว)
  • Bolide31 : 31 x 24 x 12 เซนติเมตร (12 x 9 x 4.7 นิ้ว)
  • Bolide35 : 35 x 28 x 15 เซนติเมตร (14 x 11 x 5.9 นิ้ว)
  • Bolide45 : 45 x 36 x 23.5 เซนติเมตร (17.7 x 14 x 9 นิ้ว)

กระเป๋า Hermes Bolide Bag เป็นกระเป๋าที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสุภาพสตรีในทุกยุคทุกสมัย การผสมผสานระหว่างดีไซน์โค้งมนสวยงามกับความเป็นธรรมชาติ ที่ได้รับการตัดเย็บอย่างบรรจง เรียบง่ายแต่ดูหรูหรา กระเป๋าถือที่ได้แรงบันดาลใจจากรถยนต์ Bolide ได้รับการตั้งชื่อตามรถยนต์ที่เร็วที่สุดของศตวรรษที่ 20 หากคุณกำลังนึกถึงกระเป๋าที่จะเสริมความโดดเด่นในตัวคุณให้ส่องประกายออกมา Bolide Bag ไม่น่าพลาดที่จะจัดอยู่ในอันดับต้นๆของลิสต์อย่างแน่นอน

KATE