To top
6 พ.ค.

Hermes Jypsiere Bag – Anatomy of Bag

Hermes Jypsiere Bag กระเป๋าทรง Messenger จากแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง แอร์เมส ปรากฏโฉมครั้งแรกในงานแฟชั่นโชว์ Hermes Fall/Winter Collection ในปี ค.ศ. 2008 โดย Jean-Paul Gaultier (ฌอง ปอล โกลติเยร์) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ออกแบบ ดัดแปลง สร้างสรรค์กระเป๋าแบบดั้งเดิมให้ดูแปลกใหม่ เหมาะสำหรับใช้ได้ในทุกๆ วัน ตัวกระเป๋าถูกดีไซน์มาอย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบ วันนี้เราจะพาเจาะลึกชิ้นส่วน Anatomy of Bag ของกระเป๋าสุดหรูรุ่นนี้ ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้างก่อนจะมาเป็นกระเป๋า 1 ใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ

 

Front Design : ด้านหน้าของกระเป๋า

Hermes Jypsiere Bag - Anatomy of Bag

  • Front Flap Closure : ฝาปิดกระเป๋าด้านหน้าของ Hermes Jypsiere Bag ขนาดใหญ่ มีการเจาะรูด้านบนทั้ง 2 ด้าน สำหรับห่วงคล้องสายสะพาย
  • Croix : โลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกติดตั้งลงบนสายหนังอย่างแนบแน่น สลักคำว่า “HERMES_PARIS” ด้านหลังของสายรัดกระเป๋าจะระบุรหัสที่บ่งบอกถึงปีที่ผลิต และรหัสของช่างฝีมือที่ผลิตกระเป๋าใบนั้นๆ
  • Material : วัสดุหนังที่นิยมนำมาตัดเย็บกระเป๋า ได้แก่ หนัง Togo (หนังลูกวัวเพศเมีย มีน้ำหนักเบา และขึ้นรูปกระเป๋าง่ายกว่าหนังชนิดอื่น), Swift (หรืออีกชื่อ Gulliver ซึ่งเลิกผลิตไปในปี ค.ศ. 1999 และกลับเข้ามาไลน์การผลิตอีกครั้ง เมื่อปี ค.ศ. 2005 ภายใต้ชื่อ Swift มีความนุ่ม ละเอียดอ่อน) และ Clemence (หนังลูกวัวเพศผู้ เนื้อเรียนเรียบ ละเอียด ทนต่อรอยขีดข่วน)
  • Hardwear : อะไหล่ทำจากวัสดุ Palladium สีเงินทั้งหมด
  • Iconic Turn Lock : หรือ Swivel Clasp ตัวหมุดโลหะที่ใช้เป็นตัวล็อคสำหรับเปิด-ปิดกระเป๋า เอกลักษณ์ของ Hermes
  • Date Code : รหัส Date Code ของกระเป๋า ปรากฏที่สายรัดกระเป๋า โดยรหัสสามารถบ่งบอกถึงปีที่ผลิตกระเป๋า อีกทั้งกระเป๋าบางใบยังมี Craftsmanship Code ระบุรหัสของช่างฝีมือที่เป็นเจ้าของผลงานกระเป๋าใบนั้นๆ อีกด้วย

 

Inside Design : ด้านในของกระเป๋า

Hermes Jypsiere Bag - Anatomy of Bag

  • Interior : ด้านในเป็นวัสดุหนังเช่นเดียวกับด้านนอก มีทั้งรุ่นที่เป็นสีเดียวกันและรุ่นที่เป็น Bi-Color หรือ รุ่นที่มี 2 สีในใบเดียว
  • Pockets and Gusset : ช่องใส่ของ 2 ช่องพร้อมด้วยส่วนขยายด้านข้าง เพิ่มพื้นที่ในการบรรจุของได้มากขึ้น โดยมีช่องขนาดใหญ่ 1 ช่อง และช่องเล็กสำหรับใส่โทรศัพท์หรือเครื่องสำอางค์อีก 1 ช่อง
  • Front Zippered Pocket : ช่องซิป เย็บติดด้านหน้าของกระเป๋า มีอะไหล่รูปตัว H อยู่ตรงปลายซิป หัวซิปเป็นหนัง
  • Heat Stamp : ตัวปั๊มสีเงิน ระบุคำว่า “HERMES / PARIS / MADE IN FRANCE” ประทับอยู่เหนือช่องใส่ของ โดยอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางพอดี
  • Stitching : การเย็บตะเข็บคู่ตามขอบมุมทั้งหมด ฝีเย็บที่ได้จึงแน่นหนาและทนทาน
รุ่น Bi-Color

รุ่น Bi-Color (รุ่นที่มี 2 สีในใบเดียว)

 

Back Design : ด้านหลังของกระเป๋า

Hermes Jypsiere Bag - Anatomy of Bag

  • Adjustable/Removable Strap : สายสะพายที่สามารถปรับระดับได้ มีการเจาะรูไว้ทั้งหมด 5 รูด้วยกัน พร้อมกับสายรองบ่า
  • The Back : รูปทรงของกระเป๋าที่คล้ายกับกระเป๋า Saddle bag ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอานม้า
  • Stitching : การเย็บสายรัด ฝีเข็มที่ปรากฏเป็นงานฝีมือที่เกิดจากช่างฝีมือของแอร์เมส โดยใช้เทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เรียกว่า “Consu Sellier”

 

Side Design : ด้านข้างของกระเป๋า

Hermes Jypsiere Bag - Anatomy of Bag

  • Match : ขอบข้างมีระยะห่างที่กว้าง และมีขนาดเท่ากัน เพื่อคงรูปและคงความสวยงามของกระเป๋า
  • The part of side : ส่วนด้านข้างของกระเป๋านี้จะเป็นส่วนที่จะมีการขยายออก เพื่อรับน้ำหนักเมื่อมีการเปิดฝากระเป๋า
  • Grout : การยาแนวขอบกระเป๋า เพื่อความเรียบร้อย และเพิ่มความแข็งแรงของรูปทรงกระเป๋า
  • Strap Closure : สายรัดกระเป๋าเพื่อเปิด-ปิดกระเป๋า

 

Bottom Design : ด้านล่างของกระเป๋า

Hermes Jypsiere Bag - Anatomy of Bag

  • The Bottom : ฐานของกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไร้รอยต่อใดๆ
  • Stitching : การเย็บตามขอบกระเป๋าโดยรอบ รวมถึงการยาแนวขอบกระเป๋า เพื่อเสริมความแข็งแรงและคงรูปของกระเป๋า

 

Size of Jypsiere Bag : ขนาดของกระเป๋า

Hermes Jypsiere Bag - Anatomy of Bag

  • Jypsiere28 (Small) : 28 x 23.5 x 12.5 เซนติเมตร (11 x 8.7 x 4.7 นิ้ว)
  • Jypsiere31 (Medium) : 31 x 25 x 14 เซนติเมตร (12 x 10 x 5.5 นิ้ว)
  • Jypsiere34 (Large) : 34 x 26 x 15 เซนติเมตร (14 x 11 x 6 นิ้ว)
  • Jypsiere37 (Extra Large) : 37 x 29 x 16 เซนติเมตร (14 x 11.5 x 6.5 นิ้ว)

 

กระเป๋ารุ่น Jypsiere เป็นกระเป๋าที่นำเสนอความแปลกใหม่เพิ่มเติมจากกระเป๋ารุ่น Kelly และ Birkin ในรูปแบบของกระเป๋าทรง Messenger โดยดีไซน์ของกระเป๋าสื่อถึงความเรียบง่าย และผ่อนคลาย เป็นการผสมผสานระหว่างกระเป๋าล่าสัตว์แบบดั้งเดิมกับแฟชั่นยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว ต้องขอขอบคุณธรรมชาติที่ช่วยรังสรรค์ผลงานอันล้ำค่า เบื้องหลังความงดงามของกระเป๋า Collection นี้ ก่อกำเนิดผลงานชิ้นโบว์แดง ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ชวนค้นหา ตามแบบฉบับของ Hermes