To top
27 ก.ย.

Anatomy of Chanel Vanity Case

กระเป๋าที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับดีไซน์อันโดดเด่น ไม่น่าเบื่อจำเจ และแฝงไปด้วยความหรูหราอย่าง Chanel Vanity Case รุ่นนี้ ได้รับความนิยมอย่างสูง จนขึ้นแท่นเป็นกระเป๋าแนะนำสำหรับปี ค.ศ. 2021 นี้ ด้วยคุณสมบัติ ที่ไม่ได้มีไว้บรรจุแค่เพียงเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นกระเป๋าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับ Anatomy of Chanel Vanity Case ให้คุณได้รับชมรายละเอียด ดีเทลของกระเป๋ารุ่นนี้กันแบบเจาะลึก

Front Design : ด้านหน้าของกระเป๋า

 

  • Leather : วัสดุที่นิยมใช้ผลิตกระเป๋า Vanity Case รุ่นนี้จะมีหนังสองแบบ คือ หนังแกะ (Lambskin Leather) และหนังลูกวัว (Calfskin Leather)
  • Diamond-Patterned : การตัดเย็บยังคงลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง ลายข้าวหลามตัด (Diamond-Patterned) ฝีเข็มในการเย็บมีความละเอียด สม่ำเสมอ และปราณีต ด้ายไม่มีการหลุดลุ่ย เย็บในลักษณะของการเย็บฟูก ความสมดุลของลวดลายระหว่างช่องเท่ากันทั้งหมด
  • The Closure : เปิดปิดกระเป๋าด้วยซิปชนิด Metal Teeth Zip เป็นซิปแบบคู่ซึ่งสามารถเปิดกระเป๋าออกได้อย่างกว้างขวาง ทำให้หยิบจับของในกระเป๋าได้อย่างง่ายดาย
  • Iconic CC Logo : สัญลักษณ์ CC ไขว้ที่ได้รับการออกแบบโดย Karl Lagerfeld (คาร์ล ลาเกอร์เฟล) ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Chanel
  • Hardware : ฮาร์ดแวร์โลหะที่นำมาใช้ตกแต่งกระเป๋าจะใช้เป็นโทนสีเงิน Silver-Tone Metal และโทนสีทอง Gold-Tone Metal

Calfskin

Lambskin

 

Inside Design : ด้านในของกระเป๋า

 

  • The Bag Inside : ด้านในของกระเป๋า มีลักษณะเป็นช่องใส่ของขนาดใหญ่เพียงช่องเดียว ทำให้สามารถบรรจุสิ่งของได้มากพอสมควร
  • Interior Color : ภายในกระเป๋ามีการบุด้วยหนัง และมีโทนสีเดียวกันกับตัวกระเป๋าด้านนอก
  • Mirror : กระจกขนาดเล็กที่อยู่ใต้ฝากระเป๋า Vanity Case นั้นเป็นเอกลักษณ์ที่มีในกระเป๋าใส่เครื่องสำอางจาก Chanel
  • Credit Card Pocket : ด้านในกระเป๋ายังมีช่องสำหรับใส่การ์ดต่าง ๆ คุณสามารถใส่เครดิตการ์ด คีย์การ์ด และการ์ดอื่น ๆ ได้อีกด้วย
  • Open Pocket : ช่องขนาดเล็กที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Credit Card Pocket จะมีการระบุคำว่า CHANEL MADE IN ITALY ซึ่งเป็นตัวอักษรสีทองและเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

Back Design : ด้านหลังของกระเป๋า

 

  • Woven Leather Chain : โซ่โลหะร้อยหนังหรือ Woven Leather Chain เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Chanel
  • Flat Top Handle : หูจับกระเป๋าด้านบนทำจากหนังชนิดเดียวกันกับตัวกระเป๋า ถูกตัดเย็บอย่าแน่นหนา แข็งแรง ถูกออกแบบให้เป็นแผ่นหนังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีลักษณะเรียบแบน ทำให้จับถนัดมือ
  • The Back : ทางด้านหลังกระเป๋าจะมีแผ่นหนัง Leather Patch เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความสูงเท่ากับความสูงของกระเป๋า ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างกระเป๋าและฝาปิดด้านบน

 

Bottom Desing : ด้านล่างของกระเป๋า

 

  • Zipper Pull : ตัวซิปจะมีที่จับที่ทำขึ้นจากหนัง ซึ่งจะเป็นหนังชนิดเดียวกันกับที่ใช้ทำกระเป๋า
  • Round Studded Bottom : ด้านล่างบริเวณฐานกระเป๋าจะมีฮาร์ดแวร์ที่เป็นหมุดโลหะ อยู่ทั้งสี่มุมของฐานกระเป๋า ซึ่งหมุดจะทำหน้าที่เป็นตัวรองฐานกระเป๋า เพื่อป้องกันไม่ให้หนังด้านล่างของกระเป๋าสึกหรอ
  • Bottom : ฐานกระเป๋า ผืนหนังจะเชื่อมกับด้านหลังของกระเป๋า และจะมีฝั่งเดียวที่มีความโค้งมน รับกับรูปทรงด้านหน้าของกระเป๋า เพื่อรองรับทรงกระเป๋าแบบ Backpack เพื่อทรงที่สวยงาม
  • Heavy D-Ring : ห่วงโลหะ D-Ring ขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นตัวเ