To top
27 มี.ค.

10 เรื่องจริงของ Hermes แบรนด์ที่คุณไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ

10 เรื่องจริงของ Hermes แบรนด์เครื่องหนังที่ทั้งเก่าแก่ และหรูหรา ที่ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้เลย แต่คุณต้องพิสูจน์ตัวเองถึงความเป็นผู้หลงใหลในสินค้าของแบรนด์อีกด้วย การตัดเย็บด้วยมือจากช่างที่ชำนาญการ ทำให้กระเป๋าแอร์เมสค่อนข้างใช้เวลาในการผลิต แต่นั่นไม่ใช่ข้อด้อย แต่กลับเป็นจุดแข็งของแบรนด์ที่สร้างความต้องการในสินค้าที่สูงขึ้น ด้วยคุณภาพของกระเป๋า ทำให้เป็นแบรนด์ที่หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากมีกระเป๋าไว้ครอบครอง แม้ต้องรอนานเป็นปีก็ตาม

Hermes Kelly

10 เรื่องจริงของ Hermes

 

1. จุดเริ่มต้นแบรนด์ Hermes

แบรนด์ Hermes ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1837 โดย เทียร์รี่ แอร์เมส (Thierry Hermès ) เป็นชาวฝรั่งเศส เขามีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ด้วยกัน เทียร์รี่ เปิดกิจการ “The French House of Hermes” เพื่อผลิตเครื่องหนังและอุปกรณ์สำหรับการขี่ม้า ก่อนจะปรับเปลี่ยนพัฒนาจนเป็นแบรนด์เครื่องหนังที่ทรงคุณค่า และราคาแพงที่สุด

 

2. กระเป๋า Hermes Kelly

กระเป๋า Hermes Kelly ชื่อเดิมคือ Sac à dépêches ที่เปิดตัวในปี 1956 โดยกระเป๋าใบนี้โด่งดังเพราะอดีตนักแสดง เกรซ เคลลี่ (Grace Kelly) คู่หมั้นเจ้าชายแรนีแยร์ (Prince Rainier) ที่นำกระเป๋ามาบดบังท้องของเธอขณะตั้งครรภ์ ก่อนจะถูกปาปารัซซี่ถ่ายภาพ และเมื่อภาพนั้นถูกปล่อยไปกลายเป็นกระแสที่เหล่าสาวๆ ทั่วโลกตามหา “Kelly Bag” ก่อนจะถูกนำมาเรียกเป็นชื่อรุ่น Hermes Kelly อย่างที่ทุกคนคุ้นเคย

 

3. กระเป๋า Hermes Birkin

กระเป๋า Hermes Birkin ก็ถูกตั้งชื่อตามนักแสดงหญิง เจน เบอร์กิน (Jane Birkin) เพราะการดีไซน์เพื่อตอบสนองการใช้งานของ Jane โดยเฉพาะ ซึ่งเจน และ ฌอง-หลุยส์ ซึ่งเป็น CEO ของ Hermes ในขณะนั้น ทั้งสองคนได้เจอกันโดยบังเอิญบนเครื่องบิน โดยเจนใช้ตะกร้าแทนที่จะใช้กระเป๋าเหมือนผู้หญิงคนอื่น และเธอก็ได้บ่นถึงความยากลำบากในการหากระเป๋าสำหรับการเดินทางสักใบที่เหมาะกับเธอ  ทำให้ ฌอง-หลุยส์ จุดประกายกระเป๋าสักใบให้เธอโดยเฉพาะ เรื่องราวของการออกแบบนี้ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก ทำให้กระเป๋ารุ่นที่เป็นที่ต้องการ ซึ่งในขณะเดียวกัน Hermes Birkin ก็ใช่ว่าจะซื้อได้ง่ายๆ อีกด้วย

 

4. กระเป๋า Hermes ทำด้วยมือทุกใบ

กระเป๋าแต่ละใบของ Hermes ผลิตด้วยมือทุกขึ้นตอน โดยการตัดเย็บกระเป๋าจะใช้ช่างที่ชำนาญการ ผ่านการฝึกฝนเป็นเวลากว่า 3 ปี ซึ่งกระเป๋าหนึ่งใบใช้เวลาในการผลิต 15–20 ชั่วโมง โดยใช้ช่างหนึ่งคนต่อกระเป๋าหนึ่งใบ ทำให้ช่างหนึ่งคนสามารถผลิตกระเป๋าได้ราว 15 ใบต่อเดือน ในปัจจุบัน Hermes มีช่างฝีมือกว่า 3,000 คน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

 

5. กว่าจะได้กระเป๋า Hermes มาครอบครอง

ด้วยการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ความยากของการได้กระเป๋า Hermes มาครอบครอง โดยเฉพาะรุ่น Kelly และ Birkin นั้นบอกเลยว่ายากมากและใช้ความอดทนสูง เพราะคุณต้องเป็น Hermes Style มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ หรือซื้อสินค้าไลน์อื่นๆ ของแบรนด์ ซึ่งแต่ละ Store ก็จะมีนโยบายของการให้กระเป๋าที่แตกต่างกันอีกด้วย

 

6. การเสนอขายกระเป๋า

หากคุณได้ข้อเสนอในการซื้อกระเป๋าแล้วนั้น ใช่ว่าจะได้กระเป๋าเลยทันที แต่ต้องรอราวๆ 2-3 อาทิตย์ หรือบางครั้งก็เป็นเดือน เพื่อให้ได้กระเป๋ารุ่นโปรด แต่ก็ไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าจะได้สีที่ต้องการหรือไม่ เพราะหากสีไหนที่หายากจริงๆ คุณก็ต้องไฟท์กับอีกหลายคนเลยทีเดียว ยังไม่พอเท่านี้ Hemes ยังมีข้อจำกัดในการซื้ออีกมากมาย ซึ่งในแต่ละเคสจะมีความแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น สุภาพสตรีบางท่านสามารถซื้อกระเป๋าได้แค่ 2 ใบเท่านั้น ภายใน 1 ปี หรือบางท่านอาจจะต้องซื้อสินค้าภายในชอปให้ครบ 2-3 แสนก่อน พนักงานจึงจะเสนอขายกระเป๋าให้ได้ เป็นต้น

 

7. Store Hermes มีราวๆ 304 แห่ง

Hermes จะจำหน่ายสินค้าผ่าน Store ของแบรนด์เท่านั้น โดยมีสโตร์ทั้งหมดราว 304 แห่ง ซึ่งในประเทศไทยเองมีด้วยกันทั้งหมด 5 สาขา คือ Siam Paragon, ICONSIAM, Central Embassy, Central Phuket, และ สนามบินสุวรรณภูมิ

 

8. สินค้าที่แพงที่สุด

สินค้าที่แพงที่สุดของแบรนด์ คือ กระเป๋า Hermes Kelly Rose Gold ที่มีราคาสูงถึง 64 ล้านบาท เพราะผลิตจากทองคำสี Rose Gold ประดับเพชร 1,160 เม็ด ที่ใช้เวลาทำยาวนานถึง 2 ปี และมีเพียง 12 ใบเท่านั้น

 

9. Lip Service Hermes

Hermes เปิดตัวลิปสติก Lip Service Hermes ซึ่งถือเป็น Beauty Items แรกของแบรนด์ วางจำหน่ายในไทยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีการคิดค้นมากว่า 5 ปี นำเสนอมาทั้งหมด 24 เฉดสี ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีของเครื่องหนัง และผ้าพันคอ เนื้อลิปมี 2 แบบ คือ เนื้อแมตต์ และเนื้อซาติน มาพร้อมแพ็คเกจจิ้ง 3 สีในแท่งเดียว นอกจากจะหรูหราแล้ว ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย