To top
21 ก.พ.

แบรนด์เนมรุ่นยอดนิยม กระเป๋าที่ชีวิตนี้ขอมีสักใบ!

แบรนด์เนมรุ่นยอดนิยม หรือ Most Iconic “it-bag” at all time กระเป๋าที่สาวๆ หลายคนต่างหวังอยากได้มีไว้ในครอบครองสักใบในชีวิต ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามที่เป็นอมตะแล้ว ยังเลอค่าด้วยมูลค่าของกระเป๋าที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี สาเหตุที่กระเป๋าเหล่านี้ขึ้นแท่นความคลาสสิคตลอดกาล เป็นเพราะดีไซน์ที่เข้ากันได้กับทุกยุคทุกสมัย ไม่ตกเทรนด์ รวมถึงการใช้งานที่คุ้มค่า ที่สำคัญยังสามารถเก็บไว้เก็งกำไรได้อีกด้วย

แบรนด์เนมรุ่นยอดนิยม

แบรนด์เนมรุ่นยอดนิยม

วันนี้เราขอเปิดตำนาน ของ 10 กระเป๋า แบรนด์เนมรุ่นยอดนิยม ที่ขึ้นแท่นขายดีตลอดกาล ยากจะมีใครมาทำลายสถิติความนิยมนี้ กระเป๋าที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อเสมอสำหรับสาวๆ ที่กำลังวางแผนจะซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบแรก เป็นกระเป๋าที่เป็นต้นแบบให้กับกระเป๋ารุ่นใหม่ๆ จะมีรุ่นไหนกันบ้าง ตามมาเลยค่ะ

 

1. Chanel ‘Classic Flap Bag’

"<yoastmark

Chanel Classic Flap Bag ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋า Chanel 2.55 ถูกนำมาดีไซน์ใหม่ในปี ค.ศ. 1983 โดย Karl Lagerfeld ผู้เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของชาแนล โดยทำการดัดแปลงตัวล็อคแบบใหม่เป็นรูปตัว C ไขว้ (CC turn-lock design) ซึ่งได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของชาแนลในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน Classic Flap Bag มีด้วยกัน 7 ขนาดคือ Mini , New Mini , Small , Medium , New Medium , Jumbo และ Maxi  มีการพัฒนาดีไซน์และรูปลักษณ์ใหม่ๆตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัสดุหนัง สีกระเป๋า สีของ Hardwear ที่มีออกมาให้เลือกอย่างหลากหลาย ด้วยการเปลี่ยนแปลงให้ทันยุคทันสมัยนี้ สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าสาวกแฟชั่นไม่น้อย กลายเป็นหนึ่งในกระเป๋าที่สาวๆอยากได้มาครอบครองมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ขนาดของกระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

  • Mini : 6.5 x 2.5 x 5.5 นิ้ว
  • New Mini : 8 x 2 x 5 นิ้ว
  • Small : 9.25 x 2.5 x 5.5 นิ้ว
  • Medium : 10 x 7 x 2.5 นิ้ว
  • New Medium : 11 x 7 x 3.5 นิ้ว
  • Jumbo : 12 x 3.5 x 8.25 นิ้ว
  • Maxi : 13 x 4 x 9 นิ้ว

 

2. Chanel ‘2.55’

CHANEL รุ่น 2.55

CHANEL 2.55

กระเป๋ารุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 โดย Gabrielle Bonheur Chanel (กาเบรียล บอนเนอร์ ชาแนล) หรือโคโค่ ชาแนล ที่เรารู้จักกันดี ลักษณะเป็นกระเป๋าถือที่ทำจากหนัง มีลายข้าวหลามตัด แต่ด้วยความที่ชาแนลเป็นคนสูบบุหรี่ จึงพบกว่าการที่มือหนึ่งต้องคอยถือกระเป๋ามันช่างยุ่งยากและไม่สะดวก ทำให้เธอตัดสินใจออกแบบเพิ่มสายสะพายเข้าไปเพื่อใช้คล้องไหล่ได้ เป็นการนำเสนอกระเป๋ารูปแบบใหม่ที่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย

หลังจากนั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1955 กระเป๋า CHANEL รุ่น 2.55 ได้ออกวางจำหน่ายเป็นวันแรก โดยชื่อรุ่น 2.55 นั้น มาจากเดือน 2 (กุมภาพันธ์) ปี 55 (1955) ซึ่งเป็นวันที่เปิดตัวกระเป๋า ผลคือได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ทำให้ตั้งแต่ปี 1955 ผู้คนก็เริ่มหันมาใช้กระเป๋าแบบมีสายสะพายกันแทบทั้งเมือง Chanel 2.55 กลายเป็นซิกเนเจอร์อีกชิ้นหนึ่ง ที่เหล่าบรรดาหญิงสาวทั่วโลกต่างก็อยากมีไว้กันในครอบครองแทบทั้งสิ้น

ในปี ค.ศ. 2005 Karl Lagerfeld ได้ออกแบบกระเป๋ารุ่น “Chanel 2.55 Reissue” เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของกระเป๋า Chanel 2.55 ซึ่งทำการดัดแปลงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จากกระเป๋ารุ่นดั้งเดิม เพื่อให้มีความทันสมัยขึ้น รวมถึงหนังแบบใหม่ “Aged Calfskin” ให้เอกลักษณ์ผิวกระเป๋าที่ดูยับย่น คงความคลาสสิคของกระเป๋ารุ่นนี้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม มีการเปลี่ยนขนาดในบาง Size รวมทั้งมีการเปลี่ยนชื่อเรียกแต่ละขนาดเป็นตัวเลขอีกด้วย

Chanel 2.55 Reissue

Chanel 2.55 Reissue

ขนาดของกระเป๋า Chanel 2.55 Reissue

  • Reissue224 : 5.7 x 7.9 x 3 นิ้ว
  • Reissue225 : 6.3 x 9.4 x 3 นิ้ว
  • Reissue226 : 6.7 x 11 x 3.3 นิ้ว
  • Reissue227 : 7.5 x 12.6 x 3.7 นิ้ว

 

3. Chanel ‘BOY’

boy chanel

Boy Chanel

ชาแนลบอย เปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2011 และกลายเป็นหนึ่งใน Iconic Bag ยอดนิยมของชาแนลอย่างรวดเร็ว ดีไซน์โดย Karl Lagerfeld ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าใส่กระสุนปืน สำหรับนักล่าสัตว์ ชื่อรุ่น “Boy” มาจากชื่อของบุคคลที่สำคัญและมีอิทธิพลที่สุดในชีวิตของ Coco Chanel “Boy Capel” (ประวัติแบรนด์ Chanel)

ตัวกระเป๋าออกแบบมาเพื่อสะพายไหล่หรือเป็น Crossbody ตรงกันข้ามกับชาแนลรุ่น 2.55 ซึ่ง Chanel Boy ถือว่าเป็นกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความทันสมัย รายละเอียดของโซ่สายสะพายที่ดูทะมัดทะแมง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในโลกแฟชั่น ตัวล็อคที่ทำออกมาละม้ายคล้ายตัวต่อเลโก้ ภายในกระเป๋าบุด้วยผ้าแทนหนัง เป็นกระเป๋าที่ผสมผสานทั้งความเป็นผู้ชายและผู้หญิงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ปัจจุบัน Chanel Boy มีทั้งหมด 5 ขนาด คือ small , medium , New Medium , large และ Shopping Tote กระเป๋าใบเล็กสามารถใช้เป็นกระเป๋าถือได้ ขนาดกลางเหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และรุ่นใหญ่เหมาะสำหรับคนที่ชอบพกสิ่งของติดตัวเยอะๆ นอกจากขนาดที่แตกต่างกันแล้วกระเป๋า Boy ยังมีวัสดุและสีที่หลากหลาย ทำให้ Chanel Boy เป็น แบรนด์เนมรุ่นยอดนิยม อีกรุ่นที่สาวๆ หลายคนหวังที่จะได้ครอบครอง