To top
21 ธ.ค.

ประวัติ Paul Smith – แบรนด์แฟชั่นคลาสสิกจากอังกฤษ

หากจะกล่าวถึงแฟชั่นเครื่องแต่งกายสำหรับสุภาพบุรษ หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงแบรนด์ Paul Smith (พอล สมิธ) ดีไซน์เนอร์คนดังจากเมืองผู้ดีอังกฤษ ที่มีชื่อเสียงในวงการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ผสมผสานสีสัน ความทันสมัย โดยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์นี้คือ เส้นลายทางหลากสี อันเป็นตัวแทนของความสนุกสนาน ซึ่งถูกแฝงไว้ในการตัดเย็บอันคงความคลาสสิก เราได้รวบรวมเอาเรื่องราวที่น่าสนใจ และ ประวัติ Paul Smith แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่มีอายุกว่า 5 ทศวรรษ

 

The History of Paul Smith

ประวัติ Paul Smith

ประวัติ Paul Smith (พอล สมิธ) แบรนด์ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1970 โดย เซอร์ พอล ไบรเออร์ลีย์ สมิธ (Sir Paul Brierley Smith CH CBE RDI) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พอล สมิธ เขาเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1946 ที่เมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาได้ไปทำงานในโกดังเสื้อผ้าในน็อตติงแฮม ความใฝ่ฝันของเขาในขณะนั้นคือการเป็นนักปั่นจักรยาน โดยเขาเดินทางไปทำงานและกลับบ้านด้วยจักรยานในทุกวัน

แต่เส้นทางความฝันเขาก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้รับประสบอุบัติเหตุจากการขี่จักรยานตอนอายุได้ 17 ปี  หลังจากที่ พอล สมิธ ประสบอุบัติเหตุเขาได้พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่า 6 เดือน ซึ่งตลอดช่วงระยะเวลานั้น พอลลีน (Pauline) เพื่อนของเขาได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ พอล สมิธ ก้าวเข้าสู่โลกของศิลปะและแฟชั่น หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มเข้าเรียนด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า และในที่สุดเขาก็เริ่มทำงานกับช่างตัดเสื้อที่ Savile Row tailor และ Lincroft Kilgour

ประวัติ Paul Smith

Paul Smith (พอล สมิธ) เป็นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ เขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย และได้เปิดร้านของตัวเองชื่อ Paul Smith ซึ่งมีพื้นที่เพียง 3 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่ 6 Byard Lane ในน็อตติงแฮมเมื่อปี ค.ศ. 1970 หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1976 เขาได้จัดแสดงงานออกแบบคอลเล็กชั่นสำหรับผู้ชายขึ้นที่ปารีส ซึ่งเอกลักษณ์ของคอลเล็กชั่นนี้คือการผสมผสานระหว่างชุดลำลองและชุดกึ่งทางการ

ในปี ค.ศ. 1979 แบรนด์ได้เปิด Flag Ship Store ตั้งอยู่บนถนน Floral ย่านโคเวนต์การ์เด้น (Covent Garden) ในกรุงลอนดอน และในปี ค.ศ. 1984 พอล สมิธ ได้เปิดร้านบูติคในญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกโดยตั้งขึ้นในโตเกียว อีกสามปีต่อมา แบรนด์ก็ได้เปิดร้านบูติคขึ้นในนิวยอร์กบนถนน ฟิฟท์อเวนิว (Fifth Avenue) Paul Smith ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วงหลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ได้เปิดร้านบูติคมากกว่า 165 สาขา

นอกจากเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากแล้ว แบรนด์ พอล สมิธ ยังมีสินค้าในไลน์ของเสื้อผ้าสำหรับเด็ก ที่เริ่มต้นออกแบบเมื่อต้นปี ค.ศ. 1990 โดยเป็นเสื้อผ้าสำหรับเด็กผู้ชาย รวมไปถึงเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีด้วยเช่นกัน ซึ่งเริ่มทำเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรี Paul Smith Women คอลเล็กชั่นแรกในช่วงปี ค.ศ. 1993 หลังจากที่มีลูกค้าผู้หญิงเข้ามาในร้านเพื่อลองเสื้อผ้าของแบรนด์

 

Royal Designers for Industry

ประวัติ Paul Smith

Paul Smith มีความหมายเหมือนกับการตัดเย็บสไตล์อังกฤษแบบคลาสสิกผสมผสานกับอารมณ์ขันที่แปลกใหม่ เป็นงานฝีมือที่สร้างสรรค์และลวดลายขี้เล่น สนุกสนาน พอล สมิธ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Royal Designer for Industry ในปี 1991 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดที่มอบให้กับดีไซเนอร์ที่มีความเป็นเลิศด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน ผลงานที่มีคุณค่าทางสุนทรียภาพ และประโยชน์ที่สำคัญต่อสังคมในสหราชอาณาจักร

 

Paul Smith 50th Anniversary Capsule Collection

Paul Smith 50th Anniversary Capsule Collection

คอลเล็กชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการรื้อฟื้นอดีตความทรงจำที่ พอล สมิธ ได้มาเยือนโตเกียวในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เขาได้พบกับเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตโมเดลอาหาร เขาได้ซื้อโมเดลจานสปาเก็ตตี้ และเก็บมันเอาไว้ในห้องทำงานหลายปี ก่อนที่มันจะได้กลายมาเป็นลายพิมพ์กราฟฟิกบนเสื้อเชิ้ต ซึ่งถูกเปิดตัวครั้งแรกในคอลเล็กชั่น Fall/Winter 1994 ภาพพิมพ์สปาเก็ตตี้กลายเป็นสินค้าขายดีในทันทีและได้กลายเป็น Signature ของ Paul Smith

ในปี ค.ศ 2020 Paul Smith ได้สร้างสรรค์คอลเล็กชั่น 50th Anniversary Capsule Collection เพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปีที่ 50 ของแบรนด์ โดยจุดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้คือลวดลายกราฟฟิก ซึ่งนำเอาแรงบันดาลใจมาจากคอลเล็กชั่น Fall/Winter 1994 นอกเหนือไปจากลวดลายกราฟฟิกรูปสปาเก็ตตี้แล้ว ยังมีลวดลายดอกไม้ และแอปเปิ้ล พิมพ์ลงบนไอเทมต่าง ๆ ทั้งเสื้อฮู้ด กางเกง กระโปรง รวมไปถึงกระเป๋า และหมวกทรงบักเก็ต

ปัจจุบันสินค้าในเครือของแบรนด์ Paul Smith มีทั้งหมด 12 ไลน์การผลิตซึ่งครอบคลุมทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันของทุกคน เรียกได้ว่า แบรนด์มีตั้งแต่เสื้อผ้าสำหรับบุรุษ เสื้อผ้าสำหรับสตรี เสื้อผ้าสำหรับเด็ก เครื่องประดับ น้ำหอม รองเท้า กระเป๋า เครื่องเขียน ของขวัญสำหรับเทศกาลต่าง ๆ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน รวมถึงธุรกิจสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น บีสโปค (Bespoke) ที่รับสั่งตัดสูท

 

สินค้าของ Paul Smith นั้นสามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่ม นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ได้ขยายธุรกิจไปในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยแบรนด์ Paul Smith จำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผ่านร้านค้าแบบสแตนด์อโลนในร้านค้าระดับไฮเอนด์หรือห้างสรรพสินค้า รวมถึงอาคารผู้โดยสารในสนามบิน ตลอดจนส่วนอีคอมเมิร์ซในเว็บไซต์ระหว่างประเทศ และร้านค้าบูติคของแบรนด์

KATE