To top
25 พ.ย.

Rolex Watch Authenticity รวมวิธีสังเกตของแท้หรือปลอม

Rolex Watch Authenticityนาฬิกาโรเล็กซ์ (Rolex) เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความงดงาม ความละเอียดและความปราณีตที่ถูกถ่ายทอดลงบนทุกชิ้นส่วน ทำให้โรเล็กซ์ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาข้อมือ โดยสังเกตได้จากยอดขาย รวมทั้งราคาขายที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นของใหม่มือหนึ่งหรือแม้กระทั่งในตลาดซื้อขายมือสอง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ข้อเท็จจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากความหรูหราในตัวของมันเอง ในฐานะนาฬิกาข้อมือ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานแล้ว ยังเปรียบเสมือนเครื่องบ่งบอกฐานะของบุคคลผู้เป็นเจ้าของอีกด้วย ด้วยเหตุที่นาฬิกาโรเล็กซ์ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างสูงนั่นเอง ทำให้ตลาดซื้อขายของละเมิดลิขสิทธิ์เติบโตขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในบทความนี้ เราได้ทำการรวบรวมแนวทางการตรวจสอบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง หากคุณมีแผนที่จะลงทุนกับนาฬิกาโรเล็กซ์ การเรียนรู้เคล็ดลับที่มีประสิทธิภาพในการตัดสินคุณภาพ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

จุดสังเกตหลัก

1. การเคลื่อนที่ของเข็มวินาที : สำหรับนาฬิกาโดยทั่วไปนั้น การเคลื่อนที่ของเข็มวินาทีจะกระดิกและเป็นไปตามจังหวะวินาที เนื่องด้วยนาฬิกาส่วนใหญ่ ที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด จะเป็นนาฬิการะบบควอทซ์ (Quartz) ทำให้เข็มวินาที เคลื่อนที่เป็นจังหวะจากตำแหน่งวินาทีหนึ่งไปยังอีกวินาทีหนึ่ง ซึ่งหากลองฟังอย่างตั้งใจ อาจได้ยินเสียงเป็นจังหวะ “ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก” ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของเข็มวินาที สังเกตได้จากเข็มวินาที ซึ่งเคลื่อนที่เป็นจังหวะกระตุกจากตำแหน่งวินาทีหนึ่งไปยังอีกวินาทีหนึ่ง

นี่คือสิ่งสำคัญเป็นอย่างแรกที่ควรทำการสังเกต เนื่องจากนาฬิกาโรเล็กซ์ส่วนมาก ทำงานด้วยระบบกลไกจักรกล (อัตโนมัติ) ทำให้เข็มวินาทีที่เดินวนรอบหน้าปัดนาฬิกา จะมีความลื่นไหล ราบเรียบ นุ่มนวล ดังนั้นหากคุณได้ยินเสียง “ติ๊ก” ตามจังหวะการเดินของเข็มวินาที จากนาฬิกาของคุณ อาจสันนิษฐานได้ว่า นาฬิกาที่คุณสวมใส่อยู่นั้น เป็นของปลอม โดยเสียงที่คุณควรจะได้ยินต้องเป็นเสียงติ๊กที่เร็ว และถี่กว่านาฬิกาที่ทำงานด้วยถ่านแบตเตอรี่

Tip : เข็มวินาทีของโรเล็กซ์ของแท้ ไม่ได้เดินเรียบหรือไหลลื่นอย่างสมบูรณ์แบบทุกเรือน โดยหลายรุ่นมีเข็มวินาทีที่เดินด้วยความเร็วประมาณ 8 การเคลื่อนที่เล็กๆ ต่อวินาที ในขณะที่บางรุ่นอาจมีความเร็วในการเดินของเข็มวินาทีช้ากว่า หากมองด้วยตาเปล่า อาจเป็นเรื่องยากในการจับความเคลื่อนที่ของเข็มวินาทีได้ ทำให้ดูเหมือนว่าเข็มวินาทีเคลื่อนที่อย่างเรียบและไหลลื่น ทั้งนี้ควรได้รับการยืนยันและตรวจสอบความเป็นของแท้ จากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง

 

2. เลนส์ Cyclops : เลนส์ Cyclops ของนาฬิกาโรเล็กซ์คือเลนส์ขยายที่อยู่เหนือช่องบอกวันที่บนหน้าปัดนาฬิกา ซึ่งโดยปกตินาฬิกาโรเล็กซ์ของแท้หลาย ๆ รุ่น (ไม่ใช่ทุกรุ่น) จะติดตั้งเลนส์นี้ที่ด้านขวามือของหน้าปัดนาฬิกา ตรงกับตำแหน่ง 3 นาฬิกา ทำหน้าที่เพื่อขยายเลขวันที่ให้อ่านง่ายขึ้น

หน้าต่างขยายวันที่ของนาฬิกาโรเล็กซ์ของแท้ควรมีอัตราส่วนขยายที่ 2.5 เท่า ซึ่งตัวเลขวันที่ควรถูกขยายใหญ่จนเกือบเต็มพื้นที่ของหน้าต่าง นาฬิกาของปลอมส่วนมากอาจใช้วัสดุในการผลิตแค่กระจกธรรมดา สังเกตว่า หากเลนส์ดังกล่าวบนนาฬิกาของคุณ ไม่ทำหน้าที่ขยายวันที่ให้ดูใหญ่ขึ้นตามที่มันควรจะเป็น อาจฟันธงได้ว่ามันคือของปลอม

 

3. เช็คการทำงานของเม็ดมะยม : คลายเม็ดมะยม และหมุนเข็มวินาทีถอยหลังเพื่อเปลี่ยนวันที่ ซึ่งปกติแล้วมันควรเปลี่ยนเป็นวันที่ก่อนหน้า เมื่อเข็มวินาทีถูกหมุนมาที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ไม่ใช่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา การทำงานของเม็ดมะยมดังกล่าวนับว่าเป็นลักษณะเด่น ซึ่งยากที่จะลอกเลียนแบบ หากการทำงานของนาฬิกาไม่เป็นตามดังที่กล่าวข้างต้น ค่อนข้างเป็นไปได้สูงว่านาฬิกาของคุณอาจเป็นของปลอม

 

 

4. เช็คโลโก้ (Crown Logos) : เปรียบเสมือนสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นโรเล็กซ์เลยก็ว่าได้ กับโลโก้รูปมงกุฎ ซึ่งจะปรากฏอยู่บนหน้าปัดของนาฬิกาโรเล็กซ์เกือบทุกรุ่น โดยจะอยู่ด้านบนสุดใกล้กับขีดบอกชั่วโมงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เพื่อความแม่นยำ ควรตรวจสอบสัญลักษณ์ดังกล่าวด้วยแว่นขยายหรือแว่นสำหรับส่องเพชร เพื่อสังเกตความนูนของโลโก้ดังกล่าว เส้นขอบของโลโก้มงกุฎควรส่องแสงเป็นประกาย หากพบว่าลักษณะของโลโก้มีความแบนราบหรือบ่งบอกถึงงานฝีมือที่ไม่มีคุณภาพ อาจเป็นสัญญาณถึงความเป็นของปลอม

อีกวิธีหนึ่งที่แน่ชัดในการตรวจพบของปลอมคือการใช้กล้องจุลทรรศน์หรือแว่นขยายเพื่อค้นหาการสลักเม็ดมะยมขนาดเล็กบนกระจก ซึ่งตั้งอยู่ที่ 6 นาฬิกา สำหรับนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งผลิตหลังจากปี ค.ศ. 2002 เป็นต้นมา มีการเริ่มสลักรูปมงกุฎขนาดจิ๋วลงบนกระจกครอบนาฬิกาที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา แต่เนื่องจากลายสลักดังกล่าวมีขนาดเล็กมาก จึงสังเกตด้วยตาเปล่าได้ยาก หรืออาจต้องอาศัยแสงไฟสะท้อนในการสังเกต

 

5. สังเกตเลขรหัส Serial Number : นาฬิกา Rolex มีหมายเลขประจำเครื่องที่ประทับระหว่างสลักนาฬิกาที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เลขรหัสเหล่านี้ จะถูกสลักลึกลงบนนาฬิกาและมีความคมชัดสูง มีลักษณะเป็นตัวอักษรบาง ๆ ที่จะสะท้อนแสงออกมาเมื่อทำมุมกับแสงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม คล้าย ๆ กับเหลี่ยมมุมของเพชร

ในการเริ่มสังเกตเลขรหัสเหล่านี้ คุณจำเป็นต้องถอดสายนาฬิกาออก ทำได้โดยกดให้ข้อต่อที่ยึดสายนาฬิกากับตัวเรือนหลุดออกจากตำแหน่ง โดยสามารถใช้เข็มหมุดกระดาษหรือวัสดุที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน หากไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง สามารถให้ช่างผู้ชำนาญการเป็นผู้ดำเนินการได้

โดยตัวเลขทั้งหมดควรถูกสลักอยู่ระหว่างเขี้ยวยึดสายนาฬิกา ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ที่ส่วนล่างของหน้าปัด ระหว่างชุดเขี้ยวในด้านตรงข้าม ควรมีเครื่องหมายที่คล้ายคลึงกัน เนื่องจากเครื่องหมายนี้เป็นเลขอ้างอิงตัวเรือน และจะถูกทำสัญลักษณ์ด้วยข้อความ “ORIG ROLEX DESIGN”

ตัวอักษรและเลข Serial Number จะต้องมีสภาพสมบูรณ์ ถูกต้องครบถ้วน เส้นมีความคมชัด เลขรหัสบนนาฬิกาของปลอมจำนวนมาก จะมีลักษณะเป็นเส้นประบาง ๆ เนื่องจากกรรมวิธีการสลักที่ไม่ได้มาตรฐาน หรืออาจมีลักษณะเป็นรอยขรุขระ ซึ่งเกิดจากการกัดกร่อนของกรด ซึ่งเป็นผลจากการใช้วิธีกัดผิววัสดุด้วยกรด โดยจะมีลักษณะคล้ายเม็ดทราย เมื่อถูกส่องด้วยแว่นขยาย

 

6. พลิกดูฝาหลัง (Case Back) : ฝาหลังเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ต้องตรวจสอบเพื่อแยกแยะความแตกต่างระหว่างของแท้และของปลอม ส่วนนี้ของ Rolex ของคุณควรไม่มีรอยสลักหรือสลักใดๆ ยกเว้นในกรณีของรุ่นที่หายากบางรุ่น ซึ่งอาจเป็นรุ่นวินเทจ ผลิตในช่วงปี 1930s แล้ว โรเล็กซ์จะไม่ใช้ฝาหลังแบบใสเห็นตัวกลไกในทุก ๆ รุ่น จงระวังให้ดี หากพบว่าผู้ขายนำเสนอนาฬิกาโรเล็กซ์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีเคสด้านหลังเป็นลักษณะใส ให้สันนิษฐานว่าเป็นของปลอม

นอกจากโรเล็กซ์รุ่นเก่าบางรุ่นอย่าง Sea Dweller, Milgauss, COMEX, Military watches รวมถึงรุ่นวินเทจ นาฬิกาโรเล็กซ์ จะไม่มีการสลักข้อความ โลโก้ หรือรูปภาพใด ๆ ลงบนฝาหลัง มีนาฬิกาโรเล็กซ์เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่เคยผลิตฝาหลังแบบเปลือย และส่วนใหญ่นาฬิกาเหล่านั้นจะเป็นรุ่นที่ถูกนำมาจัดแสดง

โรเล็กซ์ทุกเรือน ผลิตจากโลหะที่ดีที่สุดในโลก ที่มีชื่อว่า “Oystersteel” (904L stainless steel) ซึ่งมีคุณสมบัติทนการกัดกร่อน และป้องกันการเป็นสนิม มีลักษณะราบเรียบ ปราศจากรอยตำหนิ หากนาฬิกาไม่ใช่รุ่นที่เป็นสายหนัง สายนาฬิกาก็ควรถูกผลิตขึ้นจากโลหะ