To top
25 ธ.ค.

Patek ดาวหาง เปิดตำนานการโคจรของสุดยอด Rare Item

Patek ดาวหาง เป็นฉายาของนาฬิกาจาก Patek Philippe Nautilus รหัสรุ่น Ref.3710/1A ซึ่งฉายานี้ ถูกตั้งขึ้นโดยเหล่านักสะสมนาฬิกา จากการที่รูปร่างของกลไกพลังงานสำรองอัตโนมัติในนาฬิการุ่นนี้ มีความละม้ายคล้ายกับดาวหาง เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1998 และอยู่ในสายการผลิตเพียง 8 ปีเท่านั้น โดยยุติการ25ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา

ปัจจุบัน Nautilus รหัสรุ่น Ref.3710/1A กลายเป็นนาฬิการุ่นหายาก อันเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมเป็นอย่างมาก นาฬิการุ่นนี้ มีประวัติความเป็นมา และมีความพิเศษอย่างไร จึงเป็นที่สนใจจากเหล่านักสะสมทั้งไทยและเทศ ในบทความนี้ มีคำตอบ

 

Patek Philippe Nautilus

Patek Philippe ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาสุดหรูจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ มักจะเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงและร่ำรวย จากทั่วทุกมุมโลก จากปรัชญาที่ว่า “You actually never own a Patek Philippe. You merely look after it for the next generation” คุณไม่ได้เป็นเจ้าของนาฬิกา Patek Philippe จริง ๆ แต่คุณแค่เก็บรักษามันไว้เพื่อคนรุ่นหลัง ซึ่งคำกล่าวนี้เป็นจริงเสมอ พิสูจน์ได้จากมูลค่าของนาฬิกามือสองในปัจจุบัน

ในปี ค.ศ. 1976 นับว่าเป็นช่วงปีแห่งความขัดแย้ง บาดแผลจากสงครามเวียดนาม ที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ทั้งบาดแผลทางสังคมรวมถึงด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมนาฬิกา ผู้คนต่างก้าวข้ามความวิปโยคในวิกฤตครั้งนั้น หันมาชื่นชมยินดีกับธุรกิจการค้าที่กำลังกลับมาฟื้นฟู หนึ่งในนั้นคือ Philippe Stern (ฟิลิป สเติร์น) เจ้าของโปรเจ็คต์ Nautilus (นอติลุส) นาฬิกาดีไซน์สปอร์ตแบบแรกของ Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปส์) ซึ่งเปิดตัวสู่ตลาดในปีเดียวกันนั้นนั่นเอง

Philippe ตัดสินใจ สร้างนาฬิกาสปอร์ตรุ่นนี้ขึ้นมา ด้วยเห็นว่าสภาวะสังคมและสภาวะตลาดในขณะนั้นพร้อมที่จะเปิดรับนวัตกรรมการประดิษฐ์ใหม่ ๆ โดยร่วมมือกับ Gérald Genta ยอดนักออกแบบนาฬิกาแห่งยุคศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เคยออกแบบนาฬิการุ่น Royal Oak ให้กับแบรนด์นาฬิกาสุดหรู Audemars Piguet  เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาดีไซน์แปลกใหม่ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาตลอดเวลา 137 ปี ของแบรนด์ในขณะนั้น

ผลงานของการร่วมมือสร้างสรรค์ในครั้งนั้น คือ ต้นตระกูลของนาฬิการุ่น Nautilus ภายใต้รหัส Ref. 3700/1A เป็นนาฬิกาตัวเรือนขนาดใหญ่ ถูกรังสรรค์ด้วยเหล็กกล้า (Steel) ในการผลิตตัวเรือน และสาย สามารถกันน้ำได้ถึงระดับความลึก 120 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์เฉพาะตัว โดดเด่นแตกต่างจากนาฬิกาแบรนด์อื่น ๆ ในยุคนั้น เปิดตัวสวนกระแส ท่ามกลางความนิยมในนาฬิกาเรือนบางที่ทำจากวัสดุทองคำ ซึ่งยึดครองตลาดนาฬิกาหรูอยู่ในขณะนั้น

Patek Philippe Nautilus Ref. 3700/1A

Patek Philippe Nautilus Ref. 3700/1A

หน้าปัดแสดงเวลาแบบ 2 เข็ม (ชั่วโมงกับนาที) พร้อมแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างตรง 3 นาฬิกา ทำงานด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ โดยได้รับการขนานนามว่า “จัมโบ้” ด้วยตัวเรือนที่มีขนาดใหญ่ ขนาด 42 มิลลิเมตร รวมเม็ดมะยม ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่กว่านาฬิการุ่นอื่น ๆ ในยุคนั้น นับจากวันนั้นเป็นต้นมา นิยามแห่งนาฬิกาสปอร์ตหรู ที่ครองใจเหล่านักสะสมนาฬิกาทั่วโลก ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และคงความนิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

THE REFERENCE 3710 “Comet Tail”

Patek Philippe Ref.3710/1A

Patek Philippe Ref.3710/1A

หากคุณเป็นแฟนอันเหนียวแน่นของนาฬิกาคอลเล็กชั่น Nautilus คุณจะพบว่านาฬิการุ่นแรก ๆ ในคอลเล็กชั่นนี้ส่วนใหญ่ ไม่มีอะไรหวือหวาแปลกตามากไปกว่าหน้าปัดที่แสดงตัวเลขและวันที่แบบธรรมดา ๆ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1998 การเปิดตัวของ Nautilus ภายใต้รหัส Ref.3710 มาพร้อมกับความแตกต่าง ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกา Nautilus รุ่นแรก ที่นำเสนอฟังก์ชั่นกลไก อันมีความซับซ้อนมากกว่าการแสดงเวลาและวันที่บนหน้าปัด รวมถึงมีการแสดงหน้าต่างกำลังสำรองพลังงาน (Power Reserve) อีกด้วย

อีกทั้งยังเป็นการกลับมาของหน้าปัด “JUMBO” ขนาดใหญ่ กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร เอกลักษณ์ที่สืบทอดจากรุ่น 3700 ซึ่งเลิกผลิตไปเมื่อปี ค.ศ. 1900 ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Stainless Steel โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีดำด้าน พร้อมตัวเลขโรมันที่ทำจากทองคำขาว ฟังก์ชั่นแสดงกำลังสำรอง (IZR : Indication de Zone de Remontage) ปรากฏอยู่ระหว่างเลข 11 และ 12 นาฬิกา มีลักษณะคล้ายหางของดาวหาง ซึ่งนั่นเป็นที่มาของชื่อเรียก “Comet Tail” หรือรุ่นดาวหางนั่นเอง

ตำแหน่งของตัวอักษร “Patek Philippe Geneve” ซึ่งโดยปกติแล้วจะปรากฏอยู่เหนือเข็มชั่วโมง/นาที แต่สำหรับในรุ่น 3710 นั้น ตัวอักษรเหล่านี้ ถูกวางไว้ที่เหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมหน้าต่างแสดงวันที่ที่ช่อง 3 นาฬิกา กระจกหน้าปัดทำจาก Crystal Sapphire ตัวเลขโรมันบนหน้าปัดเป็นแบบเดียวกับที่เคยปรากฏในรุ่น Ref.3800 โดยใช้หน้าปัดแบบเดียวกัน การจัดวางรูปแบบหน้าปัดโดยรวมดูไม่ค่อยสมมาตร แต่นั่นถือได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับนาฬิการุ่นนี้ไม่น้อย

หน้าปัด NAUTILUS REF. 3800

หน้าปัด NAUTILUS REF. 3800

ตัวเรือนและสายข้อมือ ได้รับการตกแต่งอย่างดีเยี่ยม พื้นผิวโค้งงอได้รูป เงางาม สายข้อมือมาพร้อมกับสายรัดแบบ 2 ชั้น และตัวล็อคแบบแน่นหนา ทำให้ไม่เลื่อนหลุดโดยง่ายในขณะสวมใส่ มีความอยู่ตัว มีข้อต่อตรงกลางแบบแบน อีกทั้งรูปร่างที่เพรียวบาง ด้วยความหนาเพียง 8 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 330 SC. แบบไขลานอัตโนมัติ โดยอัญมณี 29 เม็ด ดูดซับแรงกระแทกโดยสริงบาลานซ์แบบแบน (Self-Winding) ใบพัดทองคำ 12K (Gold Rotor) พร้อมสลักสัญลักษณ์ของ Patek อีกทั้งยังกันน้ำได้ถึง 120 เมตร

กลไก Calibre 330 SC

กลไก Calibre 330 SC

นอกจากรุ่นหน้าปัดธรรมดาแล้ว ยังมีรุ่นหน้าปัดแบบพิเศษ ที่มีชื่อเรียกว่า “Lucky Thirteen” อีกด้วย โดยหน้าปัดแบบพิเศษรุ่นนี้ ถูกผลิตขึ้นจาก รีเควสพิเศษของนักสะสมนาฬิกาท่านหนึ่ง ซึ่งมีความเชื่อทางด้านโชคลาง ความพิเศษของนาฬิการุ่นนี้อยู่ที่ ตัวเลขโรมัน VIII อันหมายถึงตัวเลข 8 ถูกแทนที่ด้วย XIII คือหมายเลข 13 ซึ่งเขาผู้นั้นมีความเชื่อว่า เลข 13 มีพลังบางอย่างที่ช่วยส่งเสริมพลังแห่งความโชคดี เปรียบเสมือนเครื่องรางของขลังให้กับผู้ได้ครอบครอง

Lucky Thirteen

Lucky Thirteen

สำหรับนาฬิกาเรือนพิเศษ “Lucky Thirteen” นี้ ผลิตจากวัสดุ Stainless Steel เช่นเดียวกับรุ่นธรรมดา ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 330 SC.IZR ด้วยอัญมณี 30 เม็ด โดยถูกบันทึกเอาไว้ว่า ถูกขายออกไปได้ในราคา 254,600 สวิตฟรังก์ หรือประมาณ 8,631,765 บาท ซึ่งสูงกว่ารุ่นธรรมดาถึง 10 เท่าเลยทีเดียว