To top
12 พ.ย.

Paris Fashion Week ประวัติ แรงบันดาลใจ และความยิ่งใหญ่

Paris Fashion Week หรือภาษาฝรั่งเศส Semaine de la mode de Paris เป็นแฟชั่นโชว์ ที่นำเสนอผลงานของดีไซเนอร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมืองศูนย์กลางแฟชั่นระดับโลก โดยจะจัดในช่วง Spring/Summer และ Autumn/Winter วันที่จัดแสดงจะถูกกำหนดโดยสหพันธ์แฟชั่นฝรั่งเศส (French Fashion Federation) ซึ่งจัดขึ้นตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วเมือง

กล่าวกันว่าเมืองปารีส เป็นศูนย์กลางของแฟชั่น เมืองแห่งแฟชั่นเสื้อผ้า Haute Couture (โอต์ กูตูร์) ชั้นสูง แหล่งน้ำหอมชั้นเลิศ ชื่อเสียงของเมืองนี้ สร้างขึ้นจากภาพสัญลักษณ์ของมรดกและความสง่างามโดยเฉพาะ เรื่องราวของการตัดเย็บ แรงบันดาลใจ และเรื่องราวที่ทำให้แฟชั่น ยังคงขับเคลื่อนสังคมที่เราอยู่ต่อไปได้ ประวัติของแฟชั่นวีคจากเมืองแห่งแฟชั่นระดับโลกนี้ จะมีที่มาและจุดกำเนิดจากอะไร บทความนี้ จะตอบทุกคำถามของคุณ

PARIS, FRANCE – SEPTEMBER 27: Models walk the runway during the Balmain Womenswear Spring/Summer 2020 show as part of Paris Fashion Week on September 27, 2019 in Paris, France. (Photo by Peter White/Getty Images)

The Paris Fashion Show is born

แม้ว่า Fashion Week ครั้งแรกของโลกจะถูกจัดขึ้นที่นิวยอร์ก งานนี้เกิดขึ้นจาก “การแสดงซาลอน” (défilés de mode  ในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ขบวนพาเหรดแฟชั่น”) ในร้านเสื้อผ้ากูตูร์ในปารีส ก่อนที่งานนี้จะเป็นที่รู้จักในนิวยอร์กซิตี้ งานแสดงแฟชั่นได้จัดขึ้นที่ปารีสในช่วงต้นทศวรรษ 1700 การแสดงในช่วงแรกนี้มีไว้สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าและแสดงบนหุ่นเท่านั้น ในปี ค.ศ. 1800 การแสดงสินค้าและแฟชั่นเริ่มเปลี่ยนไป

โดยเหตุผลที่จัดแฟชั่นวีคครั้งแรก เพราะฝั่งยุโรปในช่วงนั้นกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง และสื่ออเมริกันไม่สามารถเดินทางไปชมผลงานดีไซเนอร์ที่ตอนนั้นจัดโชว์ตามห้องเสื้อต่าง ๆ

ในช่วงเริ่มแรกของแฟชั่นชาวปารีเชียง นักออกแบบมีชื่อหลายท่าน ยกตัวอย่างเช่น Charles Frederick Worth ดีไซเนอร์คนแรกของโลก ที่เป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมแฟชั่นโอต์ กูตูร์ ในช่วงกลางปี 1800s Mme Pauline von Metternich เจ้าหญิงออสเตรียและภริยาของเอกอัครราชทูตปารีส เห็นภาพสเก็ตช์ของเวิร์ธและจ้างให้เขาทำเสื้อคลุมให้เธอ เขาได้รับการยอมรับอย่างมากจากลูกค้าที่มีอำนาจของเขาและได้เปิดกิจการเสื้อผ้าชั้นสูงของตัวเอง ในปารีส เมื่อปี ค.ศ. 1858 จำหน่ายแฟชั่นสุดหรูให้กับสุภาพสตรีชั้นสูง

Charles Frederick Worth

Charles Frederick Worth

หรือ Paul Poiret (ปอล ปัวเรต์) ปรมาจารย์ด้านกูตูเรียร์ในช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 20 ได้ริเริ่มในการนำเสนอเสื้อผ้าที่พวกเขาทำการออกแบบ ออกสู่สาธารณะ ปัวเรต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในเรื่องการออกแบบที่หรูหรา จึงตัดสินใจผสานการค้า เข้ากับการเข้าสังคม จัดงานรื่นเริงและให้ผู้เข้าร่วมงานสวมใส่ชุดที่เค้าทำการออกแบบอย่างดี

หนึ่งในงานที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่งานกาล่า “la mille et deuxième nuit” หรือ The Thousand and Second Night ซึ่งถูกจัดขึ้นในวังสุลต่าน ที่ประดับประดาด้วยโคมไฟ และนกเขตร้อน เมื่อปี ค.ศ. 1911 โดย ปัวเรต์ นำเสนอชุดที่มีลักษณะคล้ายโป๊ะโคมไฟ (lampshade dresses) กับกางเกงทรงฮาเร็ม ซึ่งเป็นจุดเด่นดึงดูดสายตาของแขกผู้มาร่วมงานได้อย่างตราตรึง

The Thousand and Second Night

The Thousand and Second Night

ในช่วงทศวรรษที่ 1920s และ 1930s ปารีสได้กลายเป็นแหล่งรวมของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Chanel ,Elsa Schiaparelli หรือ Madeleine Vionnet  การจัดโชว์ที่เคยเป็นงานปาร์ตี้ใหญ่โต เริ่มลดขนาดลงและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แบรนด์แฟชั่นแต่ละแห่งจะนำเสนอคอลเล็กชั่น ที่แสดงถึงความเป็นตัวตนในงานอีเวนต์ที่จัดเฉพาะลูกค้าพิเศษเท่านั้น ด้วยความตระหนักถึงเรื่องการลอกเลียนแบบผลงาน โชว์เหล่านี้จึงถูกป้องกันอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตช่างภาพโดยเด็ดขาด

The First Model

Défilés de mode หรือ “งานแสดงแฟชั่น” จัดขึ้นที่ปารีสในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 โดยเป็นการแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างลูกค้าและนักออกแบบ ในช่วงแรก เครื่องแต่งกายจะถูกนำเสนอบนหุ่นที่แข็งทื่อ ทำให้ลูกค้ามองเห็นและคาดเดาได้ยากว่า เสื้อผ้าเหล่านี้ หากสวมใส่แล้วจะออกมาเป็นอย่างไรเมื่ออยู่บนเรือนร่างที่มีชีวิตจริง

จนกระทั่งช่วงทศวรรษที่ 1850s บิดาแห่งโอต์กูตูร์ Charles Frederick Worth (ชาร์ลส์ เฟรเดอริค เวิร์ธ) ได้ริเริ่มแนวคิดในการแสดงผลงานบนเรือนร่างผู้หญิง ที่สามารถเคลื่อนไหวได้จริง หลังจากนั้นเป็นต้นมา บทบาทของนางแบบในงานแฟชั่นโชว์จึงถือกำเนิดขึ้น โดยอ้างอิงตามกฏหมายฝรั่งเศส แฟชั่นวีคไม่อนุญาตให้นางแบบที่รูปร่างผอมมากเกินไป (หรือใส่เสื้อผ้าไซซ์ 0) เข้าร่วมในการเดินแบบด้วย

Paris Fashion Week ห้ามนางแบบที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าร่วมในการเดินแฟชั่นโชว์ หลังจากข้อกำหนดของแบรนด์หรูอย่าง LVMH และ Kering ระบุว่า “จะไม่มีการคัดเลือกนางแบบที่อายุต่ำกว่า 16 ปีให้เข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์หรือเซสชั่นถ่ายภาพแทนผู้ใหญ่ จากงานแฟชั่นโชว์ “The Battle of Versailles” มีนางแบบผิวดำจำนวน 11 คน จากจำนวนนางแบบทั้งสิ้น 36 คน ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ด้วยความหลากหลายนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้โชว์ดังกล่าว ตรึงความสนใจและเป็นที่กล่าวขานในขณะนั้น

The New Look sets fashion show trends in Paris

ในปี ค.ศ. 1943 โรงแรม Ritzy NYC ได้มีการจัดงาน New York Fashion Week ขึ้นเป็นครั้งแรก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “press week”  เนื่องจากการยึดครองฝรั่งเศสโดยพวกเยอรมนี ทำให้ธุรกิจเสื้อผ้าสำหรับชนชั้นสูงเกิดการชะงัก เพื่อตอบสนองต่อสื่อมวลชนในครั้งนี้ จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

New York Fashion Week

New York Fashion Week

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด การจัดแฟชั่นโชว์ในปารีส มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 1945 ทางสมาคม The Chambre Syndicale de la Haute Couture สมาคมการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูง ซึ่งถูกก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1868  (ปัจจุบันคือ Fédération de la Haute Couture et de la Mode) ได้กำหนดบรรทัดฐานของแฟชั่นโอต์ กูตูร์ ให้แต่ละแบรนด์ นำเสนอผลงานอย่างน้อย 35 ชิ้น ทั้งชุดกลางวันและกลางคืน เป็นเสื้อผ้าที่ผลิตตามออเดอร์เท่านั้น โดยมีขั้นตอนการสั่งซื้อและตัดเย็บที่ยาวนาน

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่อิทธิพล อำนาจ และความนิยมของแฟชั่นฝรั่งเศส ยังคงเหนือกว่าประเทศใด ๆ ในโลก ซึ่งจะเห็นได้จากการที่บริษัทแฟชั่นหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการลอกเลียนแบบผลงานต่าง ๆ โดยการซื้อใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตจากอุตสาหกรรมเพื่อทำเรื่องเลียนแบบเหล่านี้ ให้กลายเป็นสิ่งถูกกฏหมาย

แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้ ได้เปลี่ยนแปลงไป ในวันที่ 28 เดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1973 เมื่อมีการจัดงาน Paris Fashion Week ขึ้น อย่างเป็นทางการครั้งแรก เป็นการจัดแสดงแฟชั่นโอต์กูตูร์ Ready-to-Wear และ Men’s Fashion ไว้ในกลุ่มเดียว โดยผู้รับผิดชอบหลักคือ Fédération Françoise de la Couture (ปัจจุบันคือ FHCM) ที่พระราชวังแวร์ซาย งานนี้เป็นการระดมทุนที่จัดขึ้นที่ พระราชวังแวร์ซาย เพื่อฟื้นฟูพระราชวัง จำนวนเงินที่มุ่งหวังที่จะซ่อมแซมพระราชวังนั้นอยู่ที่ประมาณ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ

Battle of Versailles Fashion Show, 1973

Battle of Ver