To top
31 พ.ค.

History of Chanel Tweed Suit กำเนิดสูทผ้าทวีตระดับตำนาน

History of Chanel Tweed Suit – หากจะกล่าวถึงแฟชั่น อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Chanel ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำของเหล่าบรรดาเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก นอกจากกระเป๋า 2.55 และ Classic Bag ภายใต้ตัวอักษร CC ไขว้อันคุ้นตาแล้ว อีกหนึ่งไอเทมที่จะไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้ เมื่อพูดถึงแบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกแบรนด์นี้ นั่นก็คือ แจ็กเก็ตผ้าทวีต ไอเทมที่ไม่ว่าใครบนโลกแฟชั่น ก็ต้องรู้จัก ตั้งแต่แรกเห็น

แจ็กเก็ตผ้าทวีตนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ของแฟชั่นมาทุกยุคทุกสมัยเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนความอิสระของผู้หญิงทั่วโลก การแต่งกาย ที่ไม่ต้องจำกัดอยู่ในกรอบเดิม ๆ อันแสนน่าเบื่อ โดยในทุกคอลเล็กชั่น ทางชาแนลยังคงนำเสนอชุดสูทในตำนานนี้ ให้ดูสดใหม่อยู่เสมออย่างต่อเนื่อง ตราตรึงสะกดทุกสายตาทุกซีซั่น ร่วมย้อนประวัติศาสตร์ของแจ็กเก็ตอันเปรียบเสมือนไอคอนของชาแนลนี้ ไปพร้อมกัน

 

Fashion History

นักออกแบบแฟชั่นมากความสามารถ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในศตวรรษที่ 20 รวมถึงได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในผู้ที่สร้างสรรค์ความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจาก Gabrielle Chanel ซึ่ง Karl Lagerfeld มักจะพูดถึงเธอเสมอในแง่ของการเป็นผู้นำแฟชั่นที่มีแนวคิดแบบร่วมสมัย

แนวคิดเหล่านี้ ประกอบไปด้วยความเรียบง่ายของวัสดุ “ที่ไม่หรูหรา” เส้นสายที่ดูสะอาดตาของชุดสูทของสุภาพบุรุษแบบดั้งเดิม ซึ่งแฝงเอาไว้ด้วยความหรูหรา เป็นสิ่งที่ชาแนลเรียกว่า “poverty deluxe” (ความยากจนแบบหรูหรา) ทุกแง่มุมของความคิดเหล่านี้ เชื่อมโยงกับชีวประวัติของเธอ แสดงถึงสุนทรีภาพของ House of Chanel ตั้งแต่ถือกำเนิด แรงบันดาลใจในการออกแบบ จากผู้ชายที่มีบทบาทในชีวิตของเธอ

ไม่ว่าจะเป็น Étienne Balsan, Arthur ‘Boy’ Capel , Grand Duke Dmitri Pavlovich แห่งรัสเซีย และ Duke of Westminster ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อรสนิยมของเธอ ชาแนลกล่าวว่า เธอมักจะขอยืมเสื้อผ้าของบรรดาคนรักของเธอมาสวมใส่อยู่เสมอ ซึ่งเธอได้เน้นย้ำว่า ไม่มีอะไร ที่จะแสดงถึงความเป็นหญิงสาวได้ดีไปกว่าเสื้อผ้าของสุภาพบุรุษ แนวคิดนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะการที่เธอได้มีโอกาสรู้จักใกล้ชิดกับ Hugh Richard Arthur Grosvenor และ Duke of Westminster ที่ 2

Chanel with her friend near Lochmore

Chanel with her friend near Lochmore

ชาแนลค้นพบว่า ชุดคลาสสิกของสุภาพบุรุษชาวอังกฤษ ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการล่าสุนัขจิ้งจอก , การล่าหมูป่า , กีฬา เช่น คริกเก็ตเทนนิส หรือโปโล ล้วนตัดเย็บขึ้นจากผ้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งนั่นทำให้เธอได้สัมผัสและรู้จักกับผ้าทวีต ได้เห็นความหลากหลายของผ้าชนิดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตที่โรงงานสิ่งทอลายทแยงของสก็อตแลนด์ (Scottish twill mills) และตกหลุมรักมันในทันที

เช่นเดียวกับผ้าเจอร์ซีย์ ซึ่งเธอได้แรงบันดาลใจมากจากคนรักของเธอ Boy Capel และการค้นพบผ้า Scottish tweed ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในอาชีพการงานของเธอ และทั้งหมดนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของตำนานเสื้อแจ็กเก็ตทวีต ซึ่งจะกลายมาเป็นไอเทมแห่งประวัติศาสตร์ของ Chanel ที่ได้รับความนิยมและกล่าวถึงมากที่สุด

The Chanel Tweed

ในปี ค.ศ. 1925 ชาแนล ได้ใช้ความคิดสุดบรรเจิด ริเริ่มการนำผ้าทวีตมาใช้ในการตัดเย็บ แปลงโฉมเสื้อผ้า Menswear ให้กลายเป็นเสื้อผ้าดีไซน์โดดเด่นตามแบบฉบับของเธอ จากการผสมผสานความคิดแบบดั้งเดิมของความเป็นชายและหญิง โดยชาแนลได้รับแรงบันดาลใจจากชุดกีฬาและเสื้อผ้าบุรุษที่ดยุคแห่งเวสต์มินสเตอร์ (Duke of Westminster) ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของเธอสวมใส่

ชุด Cardigan-jacket ปรากฏโฉมครั้งแรก ในคอลเล็กชั่นของเธอ ในปี ค.ศ. 1925 ทันทีหลังจากที่ชาแนลได้พบกับ Duke โดยนิตยสาร American Vogue ฉบับเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1927 มีบทความชื่อ “Scottish Tweed is a New Godchild of French Couturiers” พร้อมด้วยภาพคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าของชาแนล ที่สวยงาม เรียบง่าย และใช้งานได้จริง ผ้าทวีตเริ่มมีบทบาทสำคัญเมื่อชาแนลอายุได้ 70 ปี ในปี ค.ศ. 1954 เมื่อเธอตัดสินใจเดินทางกลับปารีส และเริ่มงานตัดเย็บเสื้อผ้าอีกครั้ง

ความคิดที่อยากปฏิวัติการแต่งกายของหญิงสาวในยุคนั้น สืบเนื่องจาก ชาแนลมีความคิดที่ว่าเสื้อผ้าของผู้หญิง ถูกออกแบบมา เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกายมากเกินไป เธอต้องการปลดปล่อยผู้หญิงจากเครื่องแต่งกายอันเทอะทะและกระโปรงยาว ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงเบลล์เอพอค Belle Époch (ช่วงปี ค.ศ. 1871 จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ. 1914) ให้ผู้หญิงแสดงออกถึงความสง่างามอีกทั้งต้องมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวอย่างอิสระด้วย

ชาแนลกับชุดที่เธอ ออกแบบเอง ในปี 1931

ชาแนลกับชุดที่เธอ ออกแบบเอง ในปี 1931

เธอเล็งเห็นปัญหาของเสื้อผ้าผู้หญิงในยุค 1950s จึงตัดสินใจแหกกฏของช่างตัดเสื้อในสมัยนั้น หลังเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ร้านบูทีคของเธอเปิดทำการอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1954 เธอจึงทำการออกแบบและตัดเย็บชุดสูท โดยเลือกใช้เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย คล่องตัว ว่ากันว่าเริ่มแรกเธอใช้เพียงผ้าเจอร์ซีย์ ที่มีคุณสมบัตินุ่ม เบา ยับยาก มีความยืดหยุ่นสูงก่อน

จากความหลงไหลในผ้าทวีตของเธอ ซึ่งเป็นตัวแทนของความอ่อนหวาน เปี่ยมเสน่ห์ในแบบเฟมินีน จึงเป็นการพัฒนาต่อยอดในการใช้ผ้าทวีตในการตัดเย็บบวกกับการใส่แพทเทิร์นแบบแมน ๆ เข้าไป พัฒนาส่วนผสมของทวีตกับไหมและขนสัตว์ เพื่อสร้างผ้าที่มีน้ำหนักเบาและขัดเงามากขึ้น ผลลัพท์ที่ได้คือ งานนวัตกรรมชั้นเยี่ยมที่เปิดหน้าประวัติศาสตร์การแต่งกายให้กับผู้หญิงในยุคนั้น

ด้วยหลักการออกแบบ บวกกับโครงสร้างเฉียบคมเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ที่ว่า “ความสง่างามของเครื่องแต่งกาย มาพร้อมกับอิสระในการเคลื่อนไหว” สะท้อนผ่านโครงเสื้อแนวตรง การเย็บของอย่างปราณีต ด้านหน้าถูกประกอบให้ขนานกับเกรนผ้า เย็บไปตามแนวของริมผ้าโดยไม่มีการตีเกล็ดที่หน้าอกอย่างเด็ดขาด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นไม่ให้เสื้อเสียรูปทรง ซับในมีจำนวนชิ้นเท่ากับแพทเทิร์นด้านนอก แขนเสื้อถูกออกแบบให้อยู่เหนือไหล่เพื่อความสบายในการสวมใส่

เต