To top
1 พ.ค.

Goyard Bag – 7 อันดับกระเป๋าโกยาร์ที่คุณควรมี

Goyard Bag (โกยาร์) กระเป๋าแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศส ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 220 ปี หลายๆ คนคงคุ้นหูกันดีกับโกยาร์ แบรนด์ที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกแบรนด์หนึ่ง ความแตกต่างที่ทำให้ Goyard ดูน่าค้นหากว่าแบรนด์อื่นๆ คือ การไม่มีจำหน่ายสินค้าใดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงไม่มีงานเปิดตัวหรืองานแฟชั่นโชว์ใดๆ ทั้งสิ้น

อีกหนึ่งความพิเศษของกระเป๋าโกยาร์ คือ ราคาสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพและกระบวนการผลิต จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบมากๆ สำหรับสาวๆที่กำลังมองหากระเป๋าคู่ใจ บทความนี้ขอเสนอ 7 อันดับกระเป๋าแบรนด์ โกยาร์ ที่สาวๆควรเป็นเจ้าของสักใบ จะมีรุ่นไหนบ้างนั้น จะตรงกับที่เล็งไว้บ้างหรือเปล่า พร้อมแล้ว ตามมาเลยค่ะ

Saint Louis Tote กระเป๋าที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นคลาสสิคของแบรนด์ ชื่อของกระเป๋าตั้งตามพระนามของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 (King Louis IX) ของประเทศฝรั่งเศส สไตล์การออกแบบที่เรียบง่าย แทบจะไม่มีโครงสร้างอะไรเลยและมีน้ำหนักเบา ทำให้ได้รับความนิยมอย่างสูง

วัสดุที่นำมาตัดเย็บกระเป๋าเป็นวัสดุผ้าใบ Canvas ที่มีชื่อเรียกว่า “Goyardine” ซึ่งเป็นผ้าใบที่เป็นการผสมผสานระหว่างผ้าฝ้าย (Cotton), ผ้าลินิน (Linen) และ ผ้าป่าน (Hemp) ทำการเคลือบกระเป๋าด้วยเทคนิคพิเศษของโกยาร์ เพื่อความแข็งแรงทนทาน อีกทั้งยังสามารถกันน้ำได้ (Wateproof) จุดเด่นของกระเป๋ารุ่นนี้ คือ มีปากกระเป๋าที่เปิดกว้างและภายในขนาดใหญ่ มาพร้อมกับ Detachable Pochette

สำหรับใส่ของอื่นๆ The Saint Louis Tote มีสีคลาสสิคทั้งหมด 2 สี คือ ผ้าใบสีดำขอบสีดำ (Black/Black) และ ผ้าใบสีดำขอบสีน้ำตาล (Black/Tan) อีกทั้งยังมีสีพิเศษอีก 9 สี คือ สีขาว (White), ฟ้า (Light Blue), สีเหลือง (Yellow), สีแดง (Red), สีส้ม (Orange), สีแดงเบอร์กันดี (Burgundy), สีเขียว (Green), สีเทา (Grey) และสีน้ำเงิน (Navy) รวมถึงสี Limited Edition อย่างสีชมพู (Pink) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2008

The Saint Louis Tote Colors

Saint Louis Tote มีด้วยกัน 2 ขนาดด้วยกันคือ PM คือกระเป๋าขนาดกลาง ซึ่งเหมาะกับเป็น Everyday Use โดยมีขนาด 33 x 25 x 12 เซนติเมตร (13 x 10.5 x 5 นิ้ว) และขนาดใหญ่ GM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานระหว่างเดินทางอย่างแท้จริง โดยมีขนาด 39 x 32 x 18 เซนติเมตร (15.5 x 12.5 x 7 นิ้ว)

Saint Louis Tote Size

ปัจจุบัน St.Louis Bag ได้เพิ่มขนาดของกระเป๋าออกมาอีก 1 ขนาด โดยมีชื่อเรียกว่า The Saint Louis XXL Tote มีขนาด กว้าง 24 x สูง 16.5 นิ้ว สิ่งที่เพิ่มเติมจาก 2 รุ่นเดิมคือ ฝีเข็มที่หูกระเป๋ามีการเพิ่มเป็น 3 ชั้น จากแต่เดิมเพียง 2 ชั้น มาพร้อมกับ Detachable Pochette ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีทั้งหมด 4 สีด้วยกัน คือ ผ้าใบสีดำขอบสีดำ (Black/Black) และ ผ้าใบสีดำขอบสีน้ำตาล (Black/Tan) สีน้ำเงิน (Navy) และ สีเทา (Grey)

goyard anjou

กระเป๋ารุ่น Anjou ภายนอกจะคล้ายกับ Saint Louis Tote และได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่ความแตกต่างของกระเป๋ารุ่นนี้คือ สามารถใช้งานได้ 2 ด้านหรือที่เรียกว่า “Reversible” โดยมีด้านหนึ่งเป็นผ้าใบ Canvas Goyardine ที่รู้จักกันดี และอีกด้านหนึ่งเป็นหนังเรียบไม่มีลวดลาย ซึ่งมีสีเดียวกับผ้าใบ ความพิเศษคือ สามารถพลิกกลับด้านเพื่อใช้งานได้อย่างง่ายดายไม่ติดขัด เมื่อเทียบกับกระเป๋า Reversible แบรนด์อื่นๆ

กระเป๋ามาพร้อมกับ Detachable Pochette เช่นเดียวกับรุ่น Saint Louis Tote แต่ในส่วนของ Luggage Tag นั้น จำหน่ายแยกต่างหาก โดยสามารถเพิ่มเติมรีเควสพิเศษในการเพ้นท์ตัวอักษรลงบน Tag ได้อีกด้วย โดยด้านหนึ่งของแท็คจะเป็นหนังและอีกด้านหนึ่งเป็นผ้าใบ Canvas

Anjou sizes

Anjou มีด้วยกัน 2 ขนาดคือ GM (Grand Model) 33 x 58 x 17.7 เซนติเมตร (13 x 23 x 7 นิ้ว) และ PM (Petit Model) 28 x 48 x 15.2 เซนติเมตร (11 x 19 x 6 นิ้ว) มีสีคลาสสิคทั้งหมด 2 สี คือ ผ้าใบสีดำขอบสีดำ (Black/Black) และ ผ้าใบสีดำขอบสีน้ำตาล (Black/Tan) อีกทั้งยังมีจำหน่ายในสีพิเศษอีก 9 สี คือ สีขาว (White), สีเทา (Grey), สีแดง (Red), สีส้ม (Orange), สีเหลือง (Yellow), สีเขียว (Green), สีฟ้า (Light Blue), สีน้ำเงิน (Navy) และ สีแดงเบอร์กันดี (Burgundy)

 

Goyard Artois

ความสง่างามและความเรียบง่าย บนผืนผ้าใบ Goyardine รูปลักษณ์ของ Artois ถูกจัดว่าเป็นกระเป๋าตระกูลเดียวกับ Saint-Louis ด้วยชื่อของ Artois มีที่มาจาก “Comte d’Artois” (เคานต์แห่งอาร์ตัว) ตำแหน่งพระนามของพระเจ้าชาร์ลที่ 10 แห่งฝรั่งเศส ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 (King Louis IX) แห่งฝรั่งเศส หรือที่เรารู้จักกันในนาม Saint-Louis โดย Artios มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับกระเป๋ารุ่น Saint-Louis

สิ่งที่ Artois แตกต่างจากกระเป๋ารุ่น Saint-Louis นั้นคือ การนำเสนอความเก๋ไก๋แบบโบฮีเมียนใหม่ด้วยรายละเอียดที่สื่อถึงความเป็นตัวของตัวเอง หูจับที่ยาวขึ้น ตัดเย็บเป็นรูปทรงให้ความมั่นคงแน่นหนา ผ้าใบ Goyardine ที่เพิ่มความแข็งแรงและคงรูปมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงมีน้ำหนักเบา นอกจากนี้ Artois เพิ่มเติมการเย็บแผ่นหนังติดตรงขอบมุมด้านล่างของกระเป๋า เพื่อช่วยป้องกันการขีดข่วน รวมถึงการติดตั้งซิปสำหรับเปิด-ปิดที่ปากกระเป๋า เพื่อป้องกันของภายในตกหล่นออกมา มาพร้อมกับช่องใส่ของขนาดใหญ่ภายในกระเป๋า

Goyard Artois

หนึ่งในรายละเอียดข้อสุดท้าย ที่ตอกย้ำในความเป็น Artois นั่นก็คือ การเย็บขอบของหูกระเป๋านั้น จะทำการเย็บด้วยด้ายสีแดง ซึ่งเป็นธรรมเนียมของตระกูล Goyard ที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยปลายศตวรรษที่ 19 โดยการเย็บด้วยด้ายแดงพิเศษนี้ เริ่มต้นมาจากการตัดเย็บหีบใส่ของที่ได้สั่งทำเป็นพิเศษในสมัยนั้น

Artois มีจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด ภายใต้วัสดุผ้าใบ Goyardine 11 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำ (Black), สีดำและสีแทน (Black & Tan), สีแดง (Red), สีส้ม (Orange), สีแดงไวน์ (Wine), สีเขียว (Green), สีฟ้า (Sky Blue), สีน้ำเงิน (Navy Blue), สีขาว (White), สีเทา (Grey) และ สีเหลือง (Yellow) มี 2 ขนาดคือ ขนาดเล็ก (Small/PM) 24 x 30 x 13 เซนติเมตร (9.5 x 12 x 5.25 นิ้ว) และ ขนาดกลาง (Medium/MM) 28 x 36.8 x 15.8 เซนติเมตร (11 x 14.5 x 6.25 นิ้ว)

 

The Saigon Shoulder Strap

Goyard Saigon ได้ถือกำเนิดขึ้น จากรีเควสพิเศษของลูกค้าชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในอินโดจีน มาในรูปแบบของกระเป๋าที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมคางหมู (Trapezoid-Shape) ที่มีองค์ประกอบของไม้บีช (Beech Wood) เป็นกระเป๋าที่สื่อถึงความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม

ด้วยขนาดที่ไม่เล็กหรือไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะสำหรับเป็นกระเป๋าที่สามารถใช้ได้ทุกวัน มาพร้อมกับสายสะพายสีเดียวกับตัวกระเป๋า ที่จะสะพายข้างหรือใช้เป็น Crossbody ก็สวยเก๋ไม่แพ้กัน กระเป๋าดีไซน์วินเทจ จากยุค 1950 ที่ได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากหีบใส่ของ (Trunks) ด้วยโครงสร้างของกระเป๋าที่มีความแข็งแรง ประดับตกแต่งด้วยไม้ทั้ง 2 ด้านของกระเป๋า และหูจับที่ทำจากไม้อันแสนโดดเด่น

ทั้งหมดนี้มี