To top
28 ก.พ.

Fendi แท้ – กับ 11 เคล็ดลับถอดรหัสของจริง

แบรนด์ Fendi (เฟนดิ) มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน (ประวัติแบรนด์ Fendi) เป็นแบรนด์ที่สร้างกระเป๋าแฟชั่นมีทั้งเอกลักษณ์เฉพาะตัว และคุณภาพระดับพรีเมี่ยม จนกลายเป็น It Bag ที่สาว ๆ ต่างอยากได้มาครอบครอง อย่างเช่น กระเป๋า Fendi Baguette และ Fendi Spy Bag ที่โด่งดังอย่างมากในปี 1997 เพราะมันแสดงออกถึงความหรูหราและรสนิยมที่ดีของผู้ถือกระเป๋า

ดังนั้น Fendi จึงกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์กระเป๋าหรูที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุด ซึ่งในครั้งนี้เราจึงมีเคล็ดลับที่จะมาช่วยสาวๆ ในการเช็คกระเป๋า Fendi ก่อนการตัดสินใจซื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้เรากลายเป็นเหยื่อของกระเป๋าปลอม

วิธีดู กระเป๋า Fendi แท้

11 เคล็ดลับถอดรหัส กระเป๋า Fendi แท้

 

1. Logo

โลโก้ Fendi โดยส่วนมากภายนอกกระเป๋าจะเป็นคำว่า FENDI (ตัวพิมพ์ใหญ่) คำเดียว และมีคำว่า ROMA ที่บรรทัดล่าง ซึ่งจะมีทั้งแบบพิมพ์และปั้มลงแผ่นหนัง แล้วแต่การดีไซน์ของกระเป๋าแต่ละรุ่น สีโลโก้จะมีสีเดียวกันกับฮาร์ดแวร์ (Hardware) เสมอ และหากเป็นแผ่นโลหะสี ตัวอักษรที่สลักบนโลหะจะต้องสม่ำเสมอ ไม่มีการผิดเพี้ยนของสี

Logo Fendi

Fendi Logo

โลโก้ที่เป็นตัวอักษรย่อ FF คาร์ล ลาเกอร์เฟล (Karl Lagerfeld) ได้ออกแบบโลโก้นี้ ในปี 1965 โดยจะเป็นตัว F 2 ตัว ที่หันหน้าเข้าหากัน ซึ่งตัวแรกจะวางในลักษณะปกติ ส่วนตัวที่สองเป็นการกลับหัวตัวอักษร นำสองขีดมาไว้ด้านล่าง โลโก้นี้เป็นตัวอักษรย่อของคำว่า Fun Furs เป็นการแสดงถึงความสนุสนานในรื่องขนเฟอร์

Logo Fendi ที่เป็นตัวอักษรย่อ FF

Fendi FF Logo ที่เป็นตัวอักษรย่อ FF

และโลโก้ “Kan” ที่เปิดตัวในปี 2018 พร้อมคอลเล็คชั่น Fall/Winter เป็นโลโก้ตัว F กลับหัวอยู่ภายในวงกลม โดยขีดบนของตัว F ที่เชื่อมกับขอบวงกลมต้องมีความยาวเป็นสองเท่าของขีดล่าง ซึ่งโลโก้นี้จะมีความกลมมน ไม่เรียบแบน 

Fendi Kan Logo

Fendi Kan Logo

 

2. Tag Bags

ในส่วนของแท็กภายในกระเป๋า จะเป็นแท็กหนัง หรือ เป็นแผ่นโลหะ ซึ่งจะมีการตีตราเป็นคำว่า FENDI อยู่ที่บรรทัดบน และมีคำว่า MADE IN ITALY อยู่ที่บรรทัดล่าง ตัวอักษรจะเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด โดยจะมีรูปแบบนี้เพียงแบบเดียวเท่านั้น หากเป็นแท็กหนังจะปั๊มแบบนูนสีทอง ฝีเข็มในการเย็บรอบๆ แท็กหนังต้องเรียบร้อย ไม่มีขรุย

 

3. Hologram Tags

กระเป๋าที่ผลิตในปี ค.ศ. 2004 จนถึงปี ค.ศ. 2010 จะมีแท็กสติกเกอร์ Hologram ติดอยู่บนแท็กผ้าที่เย็บติดกับซับใน โดยจะมีรายละเอียดของเอฟเฟกต์ Hologram ที่เป็นตัวโลโก้ FF เล็กๆ จำนวนมาก ล้อมรอบ FF ตัวใหญ่ เป็นรูปสี่เหลี่ยมพอดี รวมถึงมีการเย็บ Serial Number ไว้ที่ข้างล่างของโฮโลแกรม

Fendi Hologram

Hologram

 

4. RFID Tags

สำหรับกระเป๋าที่ผลิตในปี 2010 จนถึงรุ่นปัจจุบัน จะมี RFID Tags แทนที่ Hologram ซึ่งจะเป็นแท็กผ้าที่มีการเย็บด้วยด้ายสีขาว ฝั่งหนึ่งมีข้อความว่า FENDI อยู่ที่บรรทัดบน และคำว่า ROMA อยูที่บรรทัดล่าง สำหรับในรุ่นใหม่ๆ จะเย็บโลโก้ FENDI สีเหลือง ที่มุมล่างขวาของแท็ก

อีกฝั่งเป็นการเย็บตัวเลข 8 หลัก พร้อมข้อความว่า “RFID LABLE REMOVABLE ETICHETTA RFID RIMOVIBILE” สีขาวบนผ้าสีดำ ไม่มีการพิมพ์ และภายในแท็กจะมีชิป RFID โดยตัวชิปจะบรรจุข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็นรุ่น สี Serial Number รายละเอียดการผลิต รวมถึงประวัติของกระเป๋าด้วย

การอ่านข้อมูลบน RFID จะต้องใช้อุปกรณ์พิเศษสำหรับอ่านชิปโดยเฉพาะ ซึ่งทางร้านบูติคของ Fendi ก็สามารถเช็คข้อมูลนี้ให้ได้ ดังนั้นการที่กระเป๋าใบไหนมีชิป RFID แล้ว ย่อมไม่มีแท็ก Hologram หากใบไหนมีทั้งสองอย่างให้ลงลิสต์เลยว่าของปลอมแน่นอน แต่ในบางกรณีก็จะมีแท็กปลอมที่ภายในไม่มีชิป RFID เลียนแบบของแท้ได้อย่างเแนบเนียน ดังนั้น เราจึงควรสังเกตวัสดุและตัวอักษรบนแท็กด้วย

 

5. Serial Number

หมายเลขซีเรียลเป็นหมายเลขสัญลักษณ์ของกระเป๋า โดยจะมีทั้งหมด 15 หรือ 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษร คั่นด้วยเครื่องหมายขีดกลาง หรือเว้นวรรคในรุ่นเก่า โดย Serial Number จะอยู่ข้างหลังของป้ายโลโก้ด้านในกระเป๋า หรือจะเป็นแถบหนังเล็กเย็บติดกับตะเข็บหรือมุมภายในกระเป๋า ไม่มีการใช้แท็กที่เป็นผ้า ซึ่งหมายเลขนี้จะต้องตรงกับ Authenticity Card หรือ การ์ดแท้ด้วย