To top
14 ก.ค.

5 เรื่องจริงของ Dior ที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 เรื่องจริงของ Dior ที่คุณอาจไม่เคยรู้Dior (ดีออร์) แบรนด์แฟชั่นเก่าแก่ แบรนด์หนึ่งของโลก ที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี บนเส้นทางสายแฟชั่น ดีออร์ ได้ฝากเรื่องราวอันน่าทึ่งไว้มากมาย และถือเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ไต่ระดับสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว คือแบรนด์ดังตลอดกาลที่ได้สร้างผลงาน และเรื่องเล่าอันเป็นตำนาน รวมไปถึงชื่อเสียงอันโด่งดังเป็นที่จดจำในโลกแฟชั่น ในวันนี้ เราขอเสนอ 5 เรื่องจริงของ Dior ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ซึ่งจะทำให้คุณ รู้จักแบรนด์ ดีออร์ มากขึ้นกว่าเดิม

    น้ำหอม Dior อันดับที่ 5 : ชื่อของน้ำหอม Dior (ดิออร์)

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ Catherine Dior (แคทเธอรีน ดิออร์) น้องสาวของ Christian Dior (คริสเตียน ดิออร์) มีใจสนันสนุนฝ่ายต่อต้านการยึดครองของนาซี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเธอ ก็ได้ถูกคุมตัวไปอยู่ในค่ายกักกันของนาซีที่กรุงลักเซมเบิร์ก ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมาในปี ค.ศ. 1945 เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่น้องสาวของตัวเอง เขาจึงได้ตั้งชื่อน้ำหอมตัวแรกของแบรนด์ว่า “Miss Dior” และมันก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของน้ำหอมอันเลื่องชื่อมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพสเก็ตรูปทรงขวดน้ำหอม “Miss Dior”   ,Catherine Dior (แคทเธอรีน ดิออร์)

 

 

กระเป๋า Dior (ดิออร์)

อันดับที่ 4 : กระเป๋า Dior (ดิออร์) กับเจ้าหญิงไดอานา

Lady Dior นับว่าเป็นกระเป๋ายอดนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จัก และเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก โดยที่มาของกระเป๋ารุ่นนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1995 เมื่อเจ้าหญิงไดอานาเสด็จเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในครั้งนั้น สตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศสอย่าง Bernadette Chirac (แบร์นาแด็ต ชีรัก) ได้มอบกระเป๋าใบหนึ่งให้กับเจ้าหญิงไดอานา เป็นกระเป๋าจากแบรนด์ดีออร์ ที่ได้รับการออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ จากนาย John Galliano (จอห์น กัลป์ลิอาโน) ผู้เป็นครีเอทีฟไดเรคเตอร์ของแบรนด์ในเวลานั้น

แน่นอนว่าเจ้าหญิงไดอานาเป็นบุคคลที่คนหมู่มากให้ความสนใจ และเป็นที่จับตามองของสื่อต่าง ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าพระองค์จะถือกระเป๋าใบนี้ไปออกงานใดก็ตาม ก็จะมีภาพถ่ายจำนวนมากออกสู่สายตาประชาชน และในวงการแฟชั่นก็ย่อมมีการกล่าวถึงกระเป๋าใบนี้เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าหญิงไดอานา ทางแบรนด์จึงได้ตั้งชื่อกระเป๋ารุ่นนี้ว่า “Lady Dior” เมื่อมีการผลิตออกจำหน่าย กระเป๋ารุ่นนี้ก็สามารถทำยอดขายกว่า 2 แสนใบ ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น

 

 

Christian Dior (คริสเตียน ดิออร์)

อันดับที่ 3 : การจากไปของตำนาน และผลงานชิ้นสุดท้ายของ Christian Dior (คริสเตียน ดิออร์)

Christian Dior (คริสเตียน ดิออร์) ได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1957 ด้วยวัยเพียง 52 ปี จากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานนิตยสาร TIME ก็ได้เลือกเขามาขึ้นปกเพื่อเป็นเกียรติและแสดงออกถึงความเคารพต่อชายผู้มีอิทธิผลต่อวงการแฟชั่นคนนึงของโลก ซึ่งผลงานชิ้นสุดท้ายของ คริสเตียน ดิออร์ คือผลงานที่มีชื่อว่า Fuseau Collection ที่เป็นเหมือนอีกหนึ่งความทรงจำ อันเป็นแรงบันดาลใจให้กับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ต่อไป

นิตยาสาร TIME เป็นครั้งแรกที่ดีไซเนอร์เสื้อผ้าได้ขึ้นปก TIME พร้อม tag line “HIGH FASHION The Paris Designers”

 

 

Dior LVMH

อันดับที่ 2 :  ตอนนี้แบรนด์ Dior (ดิออร์) เป็นของใคร?

ได้เป็นข่าวสะเทือนไปทั้งวงการแฟชั่น เมื่อปลายเดือนเมษายน ปี 2017 ที่ผ่านมา บริษัท LVMH ของนาย Bernard Arnault ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าหรูมากมาย เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของดิออร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง LVMH ก็ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ในสินค้าประเภทน้ำหอม ผลิตภัณฑ์ความงามของดิออร์อยู่ก่อนแล้ว มาครั้งนี้ พวกเขาได้ทุ่มเงินกว่า 13,100 ล้านเหรียญสหัฐ หรือประมาณ 4.25 แสนล้านบาท เพื่อซื้อกิจการทั้งหมดของดิออร์ และนั่นจึงทำให้บริษัท LVMH กลายเป็นเจ้าของดิออร์อย่างสมบูรณ์

 

อันดับที่ 1 : Dior (ดิออร์) ในปัจจุบัน

Forbes นิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการจัดอันดับบริษัทที่ได้มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นจำนวน 2,000 บริษัท ผลปรากฏว่า บริษัทคริสเตียน ดิออร์ ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 150 ด้วยทรัพย์สินต่าง ๆ ที่บริษัทถือครอง มีมูลค่าสูงถึง 87,400 ล้านเหรียญสหัฐ หรือประมาณ 2.84 ล้านล้านบาท และยังมียอดขายอยู่ที่ 49,300 ล้านเหรียญสหัฐ หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นกำไรมากถึง 2,500 ล้านเหรียญสหัฐ หรือประมาณ 81,250 ล้านบาท (อ้างอิงจากข้อมูลปี ค.ศ. 2017)

 

ดิออร์ ได้ผลิตผลงานใหม่ๆ ออกสู่ตลาดไฮแฟชั่นอยู่ไม่ขาดสาย ความตั้งใจของแบรนด์ดิออร์ คือการนำเสนอและมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ตัวตนของแบรนด์ให้คนได้เข้าถึงมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้พูดเป็นภาษาเดียวกันในแบบที่ดิออร์นั้นอยากจะให้เป็น ดีไซน์และความไม่เหมือนใครของดิออร์ ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์อันแรงกล้าที่ทำให้สาว ๆ ทุกคน “ควร” ที่จะลงทุนเพื่อได้มาครอบครองอย่างไม่ต้องสงสัย

KATE
KATE