To top
9 มิ.ย.

ประวัติแบรนด์ Patek Philippe มนตร์เสน่ห์แห่งเครื่องบอกเวลา

Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลีปป์) แบรนด์นาฬิกาสวิส ที่ถูกยกย่องว่าเป็น 1 ใน Top 3 แบรนด์นาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดของโลก เป็นเจ้าของสถิติการประมูลนาฬิการาคาสูงที่สุดที่ได้เข้าบันทึกใน Guiness Book ความล้ำค่า งานฝีมือ รวมถึงประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานถึง 181 ปี อะไรที่ทำให้ Patek Philippe ก้าวมาถึงจุดสุดยอดของผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งกาลเวลาและยืนหยัดในเอกลักษณ์จนถึงทุกวันนี้

ประวัติแบรนด์ Patek Phiippe

ประวัติแบรนด์ Patek Philippe เริ่มต้นขึ้นโดย อังตวน นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็ก (Norbert de Patek) เกิดเมื่อ ปี ค.ศ. 1812 ณ หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่า พิลาสกี้ (Pilaski) ปาเต็กเป็นอดีตนายทหารผู้กล้าหาญ และมากความสามารถชาวโปแลนด์ ผู้มีส่วนร่วมในการก่อกบฎโปแลนด์ต่อต้านการปกครองของรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1830 หลังจากนั้น เขารวมทหารคนอื่นๆ ที่ถูกเนรเทศให้ออกจากโปแลนด์ ไปลงหลักปักฐานที่ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1833

ในขณะนั้น เขาได้มีโอกาสฝึกฝน พัฒนาความสามารถทางศิลปะของเขากับ อเล็กแซนเดอร์ โคลามี (Alexandre Calame) ศิลปินภูมิสถาปัตยกรรม ด้วยความหลงไหลในศิลปะ ปาเต็กได้ซื้อนาฬิกาเรือนแรก ทำการตกแต่งดัดแปลงเล็กน้อย และขายมันให้กับลูกค้า ไม่นานนักเขากลายเป็นนักธุรกิจซื้อขายนาฬิกาให้กับกลุ่มลูกค้าชาวโปแลนด์ที่ทรงอิทธิพล ส่งผลให้ธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดีและเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งต่อไปที่เขาคำนึงคือการมีหุ้นส่วน และ ฟรองซัวส์ ซีซาเป็ค (Franciszek Czapek) ช่างทำนาฬิกามากความสามารถ คือคนที่เขาเลือกมาร่วมงาน

Antoni Norbert de Patek

Antoni Norbert de Patek

 

จุดเริ่มต้นธุรกิจ

ในวันที่ 1 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1839 บริษัท “Patek, Czapek & Cie – Fabricants à Genève” ถือกำเนิดขึ้น โดยการร่วมหุ้นกันระหว่าง ปาเต็กและฟรองซัวส์ ซีซาเป็ค ในช่วงเริ่มต้นยังไม่มีการจ้างพนักงาน พวกเขาซื้ออะไหล่ในการทำนาฬิกาจากหลายๆ บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษทางด้านกลไกนาฬิกา ส่งประกอบตัวเรือนโดยช่างผู้ชำนาญ และที่สุดท้ายส่งกลับมาให้พวกเขาเช็คความเรียบร้อยของผลงาน ก่อนส่งออกจำหน่าย บริษัทมุ่งเน้นผลิตนาฬิกาคุณภาพสูง โดยมียอดการผลิตอยู่ปีละประมาณ 200 เรือน

ธุรกิจดำเนินมาได้เกือบ 6 ปี การเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างปาเต็กและซีซาเป็ค ไม่ค่อยราบรื่นเท่าที่ควรนัก เกิดปัญหาภายในขึ้นมากมาย เนื่องจากซีซาเป็ค ค่อนข้างไม่รับผิดชอบงานและหนีงานบ่อยครั้ง นั่นเป็นเหตุให้ปาเต็กเริ่มมองหาเพื่อนร่วมงานคนใหม่

ในปี ค.ศ. 1844 ปาเต็ก พบกับนักประดิษฐ์หนุ่มชาวฝรั่งเศส ที่งาน French Industrial Exposition นามว่า ฌอง-เอเดรียง ฟิลีปป์ (Jean-Adrien Philippe) ผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกและระบบต่างๆ ของนาฬิกา ปาเต็กไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนหุ้นส่วนทันที แม้ว่าการเลิกเป็นหุ้นส่วนกับ ซีซาเป็ก อาจทำให้เขาสูญเสียลูกค้าปัจจุบันไปมาก และอาจทำให้ล้มละลายได้ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจแยกตัว และร่วมกันตั้งบริษัทใหม่กับ Jean-Adrien Philippe ภายใต้ชื่อ “Patek Philippe & Cie – Fabricants à Genève”

Jean-Adrien Philippe

Jean-Adrien Philippe

ปี ค.ศ. 1850 ฟิลีปป์ ได้เปิดตัวนาฬิกาที่ไม่ต้องใช้กุญแจไขลานเป็นครั้งแรก ความสำเร็จนี้ ส่วนหนึ่งมาจากอัจฉริยภาพทางด้านกลไกของเขา ผลงานชิ้นนั้น สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับบริษัท ชิ้นส่วนหน้าปัดแรกที่ออกมา มีการประทับตัวอักษร “PP” บนสินค้า เพื่อสร้างการจดจำ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของปาเต็กไปตลอดกาล นั่นก็คือ การผลิตนาฬิกาถวาย Queen Victoria (พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ) เป็นนาฬิกาพกพาของผู้หญิง มีขนาดเล็ก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ 30 มม. พร้อมด้วยกลไก Keyless Steam-winding System

Queen Victoria's pendant watch diamond roses on blue enamel.

Queen Victoria’s pendant watch diamond roses on blue enamel

 

Keyless Steam-winding System คือ ระบบไขลานและตั้งเวลาของนาฬิกาด้วยเม็ดมะยมแทนกุญแจ นาฬิกาแบบเดิมจะต้องใช้กุญแจแกะด้านหลังออกเพื่อตั้งเวลา ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นและน้ำเข้านาฬิกาบ่อยครั้ง ระบบกลไกนาฬิกาแบบใหม่ของ ฟิลีปป์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผลงานของเขาถือเป็นต้นแบบของกลไกนาฬิกาแทบจะทุกเรือนบนโลกในปัจจุบัน

 

ร่างระบบกลไลนาฬิกาของ Philippe ในปี ค.ศ. 1902

ร่างระบบกลไลนาฬิกาของ Philippe ในปี ค.ศ. 1902

ปาเต็ก ได้นำนวัตกรรมใหม่นี้ ออกแสดงสู่สายตามวลชนในงาน Great Exhibition of the Works of All Nations ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ผลงานของเขากับฟิลีปป์ คือ นาฬิกาที่มีกลไกการตั้งเวลาด้วยเม็ดมะยม ถูกนำเสนอในกรอบที่ถูกแกะสลักอย่างสวยงาม เป็นจุดสนใจให้ผู้ร่วมงานนับหมื่นจับจ้อง รวมไปถึง สมเด็จพระราชินีวิคตอเรียและเจ้าชายอัลเฟรด ทั้ง 2 พระองค์ประทับใจผลงานนี้มาก และได้ซื้อนาฬิกาจาก Patek Philippe ไปคนละเรือน

ชื่อเสียงของ Patek Philippe กระจายไปอย่างรวดเร็ว ลูกค้าระดับราชวงศ์และชนชั้นสูง ต่างต้องการเป็นเจ้าของจับจองนาฬิกาของพวกเขากันทั้งนั้น แต่ความสำเร็จก็คงอยู่ได้ไม่นาน ด้วยภาวะเศรษฐกิจในยุโรปขณะนั้นอยู่ในช่วงขาลง ทาง Patek Philippe จึงต้องหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ แถบอเมริกาที่เศรฐกิจกำลังเติบโต

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่

การเปิดตลาดที่อเมริกา ถือว่าเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดมากของ Patek Philippe  เมื่อผู้บริหารบริษัทเครื่องเพชรทิฟฟานี แอนด์ โค (Tiffany & Co) นามว่า Charles Tiffany (ชาร์ล ทิฟฟานี) พบกับ Patek ที่นครนิวยอร์ค เมื่อปี ค.ศ 1851 ทั้งคู่ได้จับมือร่วมธุรกิจกัน โดยทิฟฟานีสั่งทำนาฬิการุ่นพิเศษจำนวน 150 เรือน ในชื่อรุ่น Nautilus 5711 และได้กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Patek Philippe นับตั้งแต่นั้น

Patek Philippe , Tiffany&Co.

Patek Philippe , Tiffany&Co.

Patek Philippe Nautilus 5711 x Tiffany

Patek Philippe Nautilus 5711 x Tiffany

ด้วยสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงเป็นทุนเดิมของปาเต็ก การตระเวนไปยังหลายๆ ประเทศช่วงทำการตลาดให้กับแบรนด์ ส่งผลให้สุขภาพของเขาเริ่มทรุดลง ในปี ค.ศ. 1875 โรคโลหิตจางที่เขาเผชิญอยู่มีอาการแย่ลงมาก  Cingria, Rouge and Köhn ลูกจ้างทั้ง 3 คนของเขาจึงเข้ามามีบทบาทในการอัดฉีดเงินทุนของบริษัท และกลายเป็นเจ้าของร่วมไปโดยปริยาย ปาเต็กเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ปี ค.ศ. 1877 อายุเพียง 65 ปีเท่านั้น

ในปี ค.ศ. 1891 ฟิลีปป์ ซึ่งในขณะนั้นมีอายุ 76 ปี (2 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิต) ได้ส่งมอบตำแหน่งช่างทำนาฬิกาให้กับลูกชายคนเล็กของเขา โจเซฟ เอมีล ฟิลีปป์ (Joseph Emile Philippe) ในปีเดียวกันนั้นเอง Köhn ออกจากบริษัทและ Cingria ก็คืนหุ้นของเขาด้วย

ในปี ค.ศ. 1901 Patek Philippe & Cie ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Ancienne Manufacturing d’horlogerie Patek, Philippe & Cie, Société Anonyme” เป็นบริษัทร่วมทุน มีทุ