To top
9 พ.ย.

เปิดประวัติแบรนด์ Dolce&Gabbana ดีไซน์หรูหราจากอิตาลี

เมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์ที่เป็นแฟชั่นเฮ้าส์หรูหรา แบรนด์ Dolce&Gabbana (โดลเช่ เเอนด์ กาบบาน่า) คงเปรียบเสมือนผู้มาใหม่ที่สะดุดตา แบรนด์เปิดตัวยิ่งใหญ่ด้วยดีไซน์เก๋แปลกใหม่ มาพร้อมกับความหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์ แรงบันดาลใจมาจากความหลงใหลในวัฒนธรรมอิตาลี และถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบของแบรนด์ ความโดดเด่นนี้ทำให้เป็นที่รู้จักของคนรักแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลก โดยเราจะนำทุกท่านไปรู้จักกับ ประวัติแบรนด์ Dolce&Gabbana แบรนด์ดังจากสองดีไซเนอร์คู่คิดชาวอิตาลี

 

จุดเริ่มต้นของ Dolce&Gabbana

ประวัติแบรนด์ Dolce&Gabbana แฟชั่นเฮ้าส์สุดหรูสไตล์อิตาลี เริ่มขึ้นเมื่อปี 1985 โดยสองนักออกแบบชาวอิตาลี โดมินีโก โดลเช่ (Domenico Dolce) ได้เรียนการออกแบบที่ซิซิลีและทำธุรกิจเสื้อผ้าของพ่อแม่ก่อนเริ่มทำงานดีไซเนอร์ และ สเตฟาโน กาบบาน่า (Stefano Gabbana) เขาเรียนจบทางด้านกราฟฟิกดีไซเนอร์และได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับงานแฟชั่น จากการเป็นผู้ช่วยในสตูดิโอการออกแบบที่มิลาน ทั้งสองพบกันที่มิลาน โดยชื่อแบรนด์ Dolce&Gabbana มาจากนามสกุลของพวกเขาทั้งสองนั่นเอง

Domenico Dolce (ขวา) และ Stefano Gabbana (ซ้าย) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dolce&Gabbana

พวกเขาทั้งสองก่อตั้งสตูดิโอที่ให้คำปรึกษาด้านแฟชั่นและการออกแบบ ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็เริ่มทำเสื้อผ้าภายใต้ชื่อแบรนด์ Dolce&Gabbana พวกเขาได้จัดแสดงคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงออกมาครั้งแรก ในเดือนตุลาคม ปี 1985 ที่ Milan Fashion Week โดยคอลเลคชั่นนี้เป็นการนำเสนอเสื้อผ้าของผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ซึ่งนี่นับเป็นคอลเลคชั่นแรกของแบรนด์ และใช้ชื่อว่า Real Women เนื่องจากทั้งคู่ได้ใช้ผู้หญิงในท้องถิ่นมาเป็นนางแบบบนรันเวย์

ยอดขายสินค้าจากคอลเลคชั่นแรกเป็นที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ทำให้ Dolce&Gabbana เกือบจะต้องยกเลิกคำสั่งซื้อผ้าสำหรับคอลเลคชั่นชุดที่ 2 ของพวกเขา อย่างไรก็ตามครอบครัวของ Domenico Dolce เสนอว่าจะช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ทำให้ผ้าเหล่านั้นพร้อมที่จะถูกส่งมายังมิลาน เพื่อการสร้างผลงานชิ้นที่สองในปี 1986 และได้เปิดร้านค้า Dolce&Gabbana เป็นแห่งแรกในปีเดียวกัน

คอลเลคชั่นที่ 3 มาพร้อมกับวิธีแนะนำสำหรับการใส่มากถึง 7 แบบในหนึ่งชุด และคุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบเสื้อผ้าได้โดยใช้ตะขอ Velcro ยึดชุดเข้าด้วยกัน ซึ่งผลงานชุดนี้ได้รับการตอบรับที่ดี และไม่นานนักพวกเขาก็ออกแบบคอลเลคชั่นที่ 4 ซึ่งได้รับขนานนามว่า The Sicilian Dress ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลมากในวงการแฟชั่นของอิตาลี ดังนั้น Domenico Dolce ได้ดึงเอาวัฒนธรรมของชาวซิซิลีของเขาออกมาใช้กับคอลเล็กชั่นนี้

The Sicilian dress

The Sicilian Dress

Dolce&Gabbana เริ่มส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ รวมไปถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวลาต่อมา Dolce&Gabbana เปิดบูติคแห่งแรกในญี่ปุ่นโดยร่วมมือกับ Kashiyama Group เพื่อเป็นการขยายตลาดทางโซยเอเชีย หลังจากนั้นก็จัดแสดงคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชายเป็นครั้งแรก ซึ่งพวกเขาก็ได้รับรางวัลคอลเลคชั่นสำหรับผู้ชายที่ล้ำสมัยที่สุดจาก Woolmark ในปี 1991

Dolce&Gabbana เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ จากเสื้อผ้าประดับคริสตัล โดยคอลเลคชั่นของผู้หญิง Fall/Winter 1991 ชุดจะตกแต่งด้วยเครื่องประดับคริสตัลชิ้นเล็กชิ้นน้อย รวมทั้งเหรียญที่ตกแต่งลวดลายเป็นเส้นๆ พร้อมกับเปิดตัวชุด Corset สุดเซ็กซี่ในคอลเลคชั่นนั้นอีกด้วย เอกลักษณ์ของแบรนด์ในเวลานั้นคือการทำชุด Corset ชุดสูทลายทาง และสูทเซ็กซี่สีดำที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้หญิงอย่างชัดเจน

Dolce & Gabbana Corset 1991

Dolce & Gabbana Corset

 

ก้าวสำคัญสู่ระดับสากลและ Hollywood

ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญกับการก้าวสู่ระดับสากลของแบรนด์ Dolce&Gabbana เมื่อนักร้องชื่อดังอย่าง มาดอนน่า หลุยส์ ชิโคนี่ (Madonna Louise Ciccone) สวมชุด Corset ที่ทำจากอัญมณี เพชร พลอย และเสื้อแจ็กเกตจากแบรนด์ Dolce&Gabbana หลังจากนั้นดีไซเนอร์คู่หูอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana ก็ร่วมมือกับมาดอนน่า ในการออกแบบเครื่องแต่งกายให้เธอกว่า 1,500 ชุด สำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตระหว่างประเทศเพื่อโปรโมทอัลบั้ม Erotica

Madonna สวมชุด Croset และแจ็กเกตจากแบรนด์ Dolce&Gabbana

Madonna สวมชุด Croset และแจ็กเกตจากแบรนด์ Dolce&Gabbana

Dolce&Gabbana ยังคงร่วมงานกับมาดอนน่าอย่างต่อเนื่อง โดยการออกแบบเครื่องแต่งกายใน Drowned World Tour 2001 เพื่อการโปรโมทอัลบั้ม Music ของนักร้องสาวมาดอนน่า นอกจากนี้แบรนด์ยังได้ออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศของ มิสซี่ เอลเลียต (Missy Elliott), บียอนเซ่ (Beyoncé) และแมรี่ เจ ไบลจ์ (Mary J. Blige)

นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้ดูแลชุดให้กับ วิทนี่ ฮิวสตัน (Whitney Houston) เพื่อใช้ในการแสดงเปิดตัวของรายการ The Oprah Winfrey Show และยังได้ออกแบบชุดสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ต My love is your love ของ Whitney Houston และแบรนด์ยังคงออกแบบชุดเครื่องแต่งกายให้กับศิลปินดังอีกหลายคนตลอดช่วงยุค 2000 รวมไปถึงการออกแบบชุดคอนเสิร์ต Showgirl Homecoming tour ของ ไคลี มิโนก (Kylie Minogue) ด้วย

Whitney Houston สวมชุดทัวร์คอนเสิร์ตจากแบรนด์ Dolce&Gabbana

Whitney Houston สวมชุดทัวร์คอนเสิร์ตจากแบรนด์ Dolce&Gabbana

งานออกแบบของ Dolce&Gabbana มักจะเป็นตัวเลือกอับดับต้นๆ ของวงการภาพยนตร์ใน Hollywood แบรนด์เคยได้ออกแบบชุดให้กับภาพยนตร์เรื่อง Romeo + Juliet ในอุตสาหรรมภาพยนตร์ทั้ง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana พวกเขาปรากฎตัวในภาพยนตร์เรื่อง The Star Maker ที่กำกับโดย Giuseppe Tornatore นอกจากนี้พวกเขายังได้รับบทบาทที่สำคัญในภาพยนตร์เรื่อง Nine ของผู้กำกับ Rob Marshall ส่วนงานด้านสไตลิสท์พวกเขาเองก็ได้ทำงานมิวสิควิดีโอให้กับวง Duran Duran ในเพลง Girl Panic

ตัวละครที่สวมชุดของ Dolce&Gabbana ในฉากเปิดเรื่อง Romeo + Juliet

ตัวละครที่สวมชุดของ Dolce&Gabbana ในฉากเปิดเรื่อง Romeo + Juliet

 

จากก้าวแรกสู่ 20 ปี Dolce&Gabbana

การดีไซน์ในช่วงเริ่มแรกของแบรนด์ยังเน้นเป็นสีขาวดำ สื่อถึงแนวคิดของรุ่นใหม่ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ต่อมาจึงได้มีการปรับการออกแบบให้มีสีสันที่หลากหลายมากขึ้น เป็นการออกแบบที่ดูฉูดฉาด หรูหรา เล่นใหญ่สะดุดตา จนกระทั่งออกมาเป็นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในปัจจุบัน และเมื่อแบรนด์เข้าสู่การเป็นบริษัทอย่างเป็นทางการแล้ว Dolce&Gabbana ก็เริ่มออกแบบชุด เครื่องประดับ นอกเหนือไปจากเสื้อผ้าแบบดั้งเดิมของแบรนด์

Dolce & Gabbana Style

Dolce & Gabbana Style

และ Dolce&Gabbana ได้เปิดไลน์การผลิตใหม่ในปี 1994 ภายใต้ชื่อ D&G คอลเล็กชั่นต่างๆ เสื้อผ้า และ Accessories นั้นเหมาะสำหรับวัยรุ่น เน้นรูปแบบของเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย การแสดงรันเวย์ของ D&G ถูกถ่ายทอดสดลงบนอินเตอร์เน็ตเท่านั้น เป็นการทดลองโชว์ของรันเวย์ไปสู่สื่อรูปแบบใหม่ ทำให้ในตอนท้ายของช่วงปี 1990 รายรับของบริษัทอยู่ที่ 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

Dolce&Gabbana ฉลองครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งแบรนด์เมื่อ 19 มิถุนายน 2010 งานจัดขึ้นที่พระราชวัง Palazzo Marino ตั้งอยู่ที่ Piazza della Scala ใจกลางเมืองมิลาน และภายในห้องนิทรรศการมีโทรทัศน์มากมายกองรวมกันเพื่อฉายภาพประวัติแบรนด์ Dolce&Gabbana ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของแฟชั่นเฮ้าหรูหราส์สไตล์อิตาลีแห่งนี้

 

การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Dolce & Gabbana

การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Dolce&Gabbana

ตั้งแต่การออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น ไปจนถึงเครื่องสำอางอย่างน้ำหอม ทำให้เราเห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของแบรนด์ Dolce&Gabbana เรื่องเล่าประวัติของแบรนด์เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ แม้จะไม่ใช่แบรนด์เก่าแก่อายุนับร้อยปี แต่ด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมอิตาลีที่สร้างสรรค์แฟชั่นให้หรูหรา โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ นั้นทำให้ Dolce&Gabbana ประสบความสำเร็จทางด้านแฟชั่นไม่แพ้แบรนด์หรูหราแบรนด์อื่นๆ เลย

 

KATE