To top
7 ก.พ.

ประวัติแบรนด์ Chloé เมซงหรูหราสไตล์ฝรั่งเศส

“I have a gift for recognising talent in other” ฉันมีพรสวรรค์สำหรับการยอมรับความสามารถพิเศษของคนอื่น ด้วยคำกล่าวนี้ทำให้การขับเคลื่อนของแบรนด์ Chloé (โคลเอ) เต็มไปด้วยพลังความคิดของคนรุ่นใหม่ ความสดใสของวัยหนุ่มสาว สร้างแบรนด์ให้มีเสน่ห์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว Chloé  เป็นแฟชั่นเฮ้าส์หรูหราสไตล์ฝรั่งเศสหรือที่เรียกว่า Maison (เมซง) แบรนด์เสื้อผ้าหรูพร้อมสวมใส่ที่ก่อตั้งโดย กาบี อากียง (Gaby Aghion)

เราจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของ ประวัติแบรนด์ Chloé ถูกขีดเขียนขึ้นจากผลงานการออกแบบของ เหล่าดีไซเนอร์หนุ่มสาวยุคใหม่ ของ Gaby Aghion พวกเขาสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์เปรียบเสมือนกับหญิงสาวผู้อ่อนหวานที่เดินทางผ่านยุคต่างๆ จนกระทั่งเติบโตกลายเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์รู้จักเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง

ประวัติแบรนด์ Chloé

กาบี อากียง (Gaby Aghion)

 

จุดเริ่มต้น

ประวัติแบรนด์ Chloé เริ่มต้นจาก กาบี อากียง (Gaby Aghion) แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส เกิดที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ เธอเป็นลูกสาวของผู้จัดการโรงงานบุหรี่ และได้พบกับ เรย์มอนด์ อากียง (Raymond Aghion) สามีของเธอ ตอนอายุ 7 ขวบที่โรงเรียนประถมศึกษา เรย์มอนด์เกิดในครอบครัวผู้มั่งคั่งที่ทำธุรกิจส่งออกฝ้าย ทั้งคู่เป็นชาวยิวและแต่งงานกันตอนอายุ 19 ปี เมื่อเริ่มมีปัญหาความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้น ชาวอียิปต์ที่มีแนวคิดแบบชาตินิยมเริ่มต่อต้านชาวยิว ทำให้ชาวยิวจำนวนมากถูกบังคับให้ออกจากเมือง

พวกเขาทั้งคู่จึงต้องลี้ภัย และได้ย้ายไปอยู่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปี 1945 แม้ว่าเธอจะมีชีวิตที่สะดวกสบายแต่เธอก็มุ่งมั่นที่จะบอกกับสามีเธอว่า เธอต้องการทำงานและแฟชั่นก็เป็นสิ่งที่เธอเลือก เธอเริ่มตัดเย็บชุดผ้าฝ้ายขึ้นภายในอพาร์ตเม้นต์ของเธอ พร้อมกับใช้ชื่อของเพื่อนเธอเป็นชื่อแบรนด์ว่า Chloé และได้ถูกเปิดตัวขึ้นในปี 1952

แบรนด์เสื้อผ้า Chloé เป็นอีกทางเลือกของความโดดเด่น ทันสมัย หรูหรา ตามแบบฉบับของแฟชั่น โอต์ กูตูร์ ตัวแบรนด์ได้นำเสนอชุดเสื้อผ้าที่หรูหราทันสมัย ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีคุณภาพสูงและรายละเอียดที่สละสลวย Gaby Aghion ไม่ชอบรูปแบบความเคร่งขรึมของแฟชั่นในช่วงยุค 1950 เธอได้ออกแบบเสื้อผ้าโดยเน้นความอ่อนหวานและสรีระของผู้หญิง ที่สร้างจากผ้าเนื้อดีมันถูกเรียกว่า “Luxury-prêt-à-porter” หรือ ชุดหรูหราที่พร้อมสวมใส่

แฟชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงในช่วงยุค 1950

แฟชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงในช่วงยุค 1950

ในปี 1953 Gaby Aghion ร่วมมือกับ ชาคส์ เลอนัวร์ (Jacques Lenoir) เขาช่วยจัดการด้านธุรกิจอย่างเป็นทางการให้กับ Chloé และด้านความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบของแบรนด์ดูแลโดย Gaby Aghion แฟชั่นโชว์ครั้งแรกของ Chloé คือ Spring Summer Collection 1958 จัดขึ้นที่ร้าน Café de Flore ที่ซึ่งเป็นจุดนัดพบ ที่รวมตัวกันของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นศูนย์กลางทางปัญญาของบรรดาหนุ่มสาวชาวปารีส

ร้าน Café de Flore

ร้าน Café de Flore ในกรุงปารีส

จากตอนนั้นจนถึงช่วงกลางยุค 1960s แบรนด์ Chloé จะจัดแฟชั่นโชว์ในร้านกาแฟอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง เช่น การจัดแฟชั่นโชว์ที่ des Lilas ร้านกาแฟชื่อดัง โดยจัดที่นั่งสื่อมวลชนไว้อยู่รอบๆ และบนโต๊ะมีการเสิร์ฟเครื่องดื่ม café au lait ในขณะที่ชมการแสดงโชว์ของบรรดานางแบบที่เดินเข้ามา และผ่านออกไปจากโต๊ะที่สื่อมวลชนนั่งอยู่

แฟชั่นโชว์ในร้านกาแฟดังที่จัดขึ้นโดยแบรนด์ Chloé

แฟชั่นโชว์ในร้านกาแฟชื่อดังที่จัดขึ้นโดยแบรนด์ Chloé

 

ช่วงเวลาของหนุ่มสาวนักออกแบบ

การออกแบบที่โรแมนติกและเย้ายวนใจของแบรนด์ Chloé นั้นเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากบรรดาหญิงสาว แนวคิดในการออกแบบนี้ประสบผลสำเร็จอย่างมาก เป็นไปตามความคาดหมายของ Gaby Aghion ที่ได้ตั้งข้อกำหนดแบรนด์ไว้ โดยที่เธอมีความเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของคนรุ่นใหม่ และไว้วางใจให้ เชอราร์ด ปิปาร์ท (Gérard Pipart) ดีไซน์เนอร์รุ่นเยาวน์คนแรกๆ เข้ามาเป็นผู้สานต่อวิสัยทัศน์ของแบรนด์ Chloé 

จากนั้น เธอก็ได้จ้างนักออกแบบหนุ่มสาวไฟแรง อย่าง แม็กซิม เดอ ลอ ฟาเลซ (Maxime de La Falaise), มิเชเล่ โรซี่ (Michéle Rosie), กราเซียล่า ฟอนตาน่า (Graziella Fontana) และ คาร์ล ลาการ์เฟด (Karl Lagerfeld) มาร่วมทำงานกับเธอ พวกเขาทำงานร่วมกัน เติบโต และผลิบานภายใต้การกำกับดูแลของ Gaby Aghion

Gaby Aghion และ Maxime de La Falaise ออกแบบชุด Shirt-Dress ที่โดดเด่น โดยที่ตัวของ Gaby Aghion เองได้ให้ความเห็นในการออกแบบชุดนี้ว่า “การออกแบบชุดกระโปรงที่เหมือนเสื้อยืดนั้นดูทันสมัย” และชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ได้รับกระแสตอบรับที่ดี สไตล์เสื้อผ้าแบบใหม่นี้ เป็นส่วนสำคัญที่เผยให้เห็นทัศนคติอันทันสมัยของแบรนด์ Chloé

ชุด shirt - dress ที่ทันสมัยและโดดเด่นของแบรนด์ Chloé

ชุด shirt – dress ที่ทันสมัยและโดดเด่นของแบรนด์ Chloé

 

Karl Lagerfeld นักออกแบบอัจฉริยะ

หลังจากที่ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ได้เข้ามาทำงานกับ Chloé ได้เพียง 1 ปี เขาก็ได้ออกแบบชุด Tertulia สำหรับ spring summer collection ปี 1966 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะการวาดลวดลายด้วยมือ Art Nouveau หรือ นวศิลป์ มีจุดเด่น คือ ใช้รูปแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะดอกไม้ นำมาทำเป็นลวดลายเส้นโค้งที่อ่อนช้อย ลวดลายและโทนสีของชุดสร้างความสง่างาม ความหรูหรา ในสไตล์ Chloé และอีกคอลเล็กชั่นที่โด่งดังคือ ชุด Rachmaninoff ที่มีลวดลายกราฟฟิกสีขาวดำ และผ้าที่พันอยู่รอบศีรษะ เป็นแบบอย่างของชาวโบฮีเมียน และกลุ่มคนเรร่อนในยุค 1970 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมเช่นกัน

Karl Lagerfeld พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นนักออกแบบที่มากด้วยความสามารถ และเป็นดีไซเนอร์อัจฉริยะเพียงคนเดียวของ Chloé ในขณะนั้น ชุดที่โดดเด่นของเขาในช่วงยุค 1970 คือ ชุดผ้าไหมอ่อนนุ่มที่แสดงถึงความเป็นผู้หญิง เสน่ห์ความเย้ายวนใจด้วยการปักลูกไม้บนชุดผ้าไหมอย่างประณีต ต่อมาในปี 1972 ร้านบูติกแห่งแรกของ Chloé เปิดให้บริการที่มุมถนน rue de Bac และ Rue de Gribeauval

ต่อมาได้มีการเปิดตัวผ้าคลุมแบรนด์ Chloé ในปี 1974 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเสื้อโค้ทแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ผ้าคลุมผืนเปรียบเสมือนการเล่าเรื่องผ่านบทกวี ถูกตีความอย่างไม่รู้จบตลอทศวรรษ 1970 ผ้าคลุมที่แสดงถึงความรู้สึกลื่นไหลและอิสระในการเคลื่อนไหว ตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่ง Chloé ได้ทำผ้าคลุมออกมา 2 แบบด้วยกัน ผืนแรกคือผ้าคลุมสำหรับฤดูร้อน ด้วยลักษณะพิเศษของผ้าคลุมจะเผยให้เห็นแสงสะท้อนของแพรไหมที่ซ่อนอยู่ในตัวของผ้าคลุม ชนิดที่ 2 คือ ผ้าคลุมฤดูหนาว ที่ถูกออกแบบให้มีการบุด้วยขนแกะที่อ่อนนุ่ม เพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่ผู้สวมใส่

ผ้าคลุม Chloé

ในช่วงต้นของยุค 1980 เรื่องราวของแฟชั่นเปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นที่สามารถค้นพบแรงบันดาลใจได้ในเกือบทุกแห่ง ในแต่ละคอลเล็กชั่น สามารถดึงทุกสิ่งรอบตัวมาตีความเป็นคอนเซปในการออกแบบได้อย่างสนุกสนาน นอกจากจะออกแบบ Theme หล