To top
7 ก.พ.

นาฬิกาผู้ชาย – รวม 10 รุ่นนาฬิกาหรูที่เปิดตัวในปี 2020

นาฬิกาผู้ชาย – หากพูดถึงเครื่องประดับ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มสุภาพบุรุษ ก็คงไม่พ้นที่จะนึกถึงนาฬิกาข้อมือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน ITEM คู่กายชายหนุ่มที่จำเป็นอย่างมากในสังคมปัจจุบันนี้ เพราะนอกเหนือจากใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับบอกเวลาแล้ว ยังเป็นสิ่งที่บ่งบองถึงตัวตน รวมถึง Lifestyle ของผู้ที่สวมใส่ อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ดูน่าหลงไหลและน่ามองอีกด้วย

นอกจากความสวยงาม ภูมิฐาน มีเอกลักษณ์ รวมถึงเรื่องราวที่มีแบบฉบับเฉพาะของแบรนด์นั้น ๆ แล้ว สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับหนุ่ม ๆ ในการพิจารณาก่อนการเป็นเจ้าของนาฬิกาสักเรือนคือ ความเที่ยงตรง แม่นยำ พร้อมทั้งระบบกลไกที่มีประสิทธิภาพสูง หากคุณกำลังมองหานาฬิกาผู้ชายที่ใช่ ตอบโจทย์ตรงใจต้องการ ในบทความนี้ จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 10 รุ่นนาฬิกาสำหรับผู้ชายสุดหรู ที่เปิดตัวล่าสุดในปี ค.ศ. 2020

 

 

1. RICHARD MILLE RM 61-01 ULTIMATE EDITION

Richard Mille (ริชาร์ด มิลล์) เป็นนาฬิกาสัญชาติสวิส ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2001 โดยริชาร์ด มิลล์ ผู้ชื่นชอบและหลงไหลในความเร็ว รวมถึงสมรรถนะของรถแข่งฟอร์มูล่าวัน เขาจึงมุ่งมั่น สร้างสรรค์ พัฒนานาฬิกาให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยการนำวัสดุแห่งอนาคตมาประยุกต์ใช้ ผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต ทำให้นาฬิกาเปี่ยมด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุด รวมถึงความเที่ยงตรงแม่นยำ และความทนทานต่อแรงกระแทก

ริชาร์ด มิลล์ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกา มาจากการดีไซน์ตัวถังและเครื่องยนต์ของรถแข่งฟอร์มูล่าวัน สำหรับซีรีย์ล่าสุดนี้มีชื่อรหัสว่า RM 61-01 Ultimate Edition (อัลทิเมท เอดิชั่น) ด้วยดีไซน์แปลกตาจากการใช้ตัวเรือนตอนโนที่มีลักษณะอสมมาตร (ลักษณะของสี่เหลี่ยมที่ด้านไม่เสมอกัน) วัสดุตัวเรือนชิ้นหน้าและชิ้นหลังมีลวดลายสวยงามแปลกตาในเนื้อผิว โดยวัสดุสมัยใหม่ที่มีองค์ประกอบหลักเป็นซิลิกา

ซึ่งวัสดุดังกล่าวได้แก่ Quartz TPT® (ควอตซ์ ทีพีที) ความหนาไม่เกิน 45.0 ไมครอนผสานเข้ากับวัสดุ Carbon TPT® (คาร์บอน ทีพีที) ด้วยเทคนิคชั้นสูง ทำให้เกิดโทนสีเทาที่ปรากฏริ้วลายสีเข้มบนผิววัสดุ โดยริ้วลายเหล่านี้ จะแตกต่างกันไปในนาฬิกาแต่ละเรือน ในส่วนของตัวเรือนชิ้นกลางนั้น ทำจาก TZP Ceramic (ทีซีร์พี เซรามิก) มีสีดำและมีความคงทนเป็นเลิศ ตัวเม็ดมะยมก็ทำจากวัสดุ Carbon TPT® เช่นกันโดยมีการสวมปลอกสีดำที่ทำจากวัสดุ Alcryn®  (อัลคริน) เพื่อความกระชับในขณะหมุน

ทำงานด้วยระบบกลไกชนิดโครง Skeleton (สเกเลตัน) ลักษณะเหมือนสะพานทอดผ่านระหว่างหน้าปัด ทำหน้าที่เสมือนดีไซน์ลวดลายของหน้าปัด ใช้ตัวเครื่องกลไกแบบ Cal.RMUL2 ขนาด 50.23 x 42.7 มิลลิเมตร หนา 15.84 มิลลิเมตร ผนึกแผ่นแซพไฟร์คริสตัลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนให้กับทั้ง 2 ฝั่งของกระจก กลไกขึ้นลานด้วยมือ ตลับลานคู่ สำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 3 เข็มด้วยความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง

ด้วยกลไกการผลิตสุดพิเศษเหล่านี้ ทำให้นาฬิการุ่นนี้ มีน้ำหนักเบาและทนทาน พิสูจน์ได้จากน้ำหนักเพียง 4.3 กรัมโดยประมาณ โดยมีความสามารถในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่า  5,000 จีส์ กันน้ำได้ 50 เมตร นาฬิการุ่นพิเศษนี้ ผลิตออกมาเพียง 150 เรือนเท่านั้น ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายของซีรีย์ RM 61-01 ที่ได้ถือกำเนิดมาเป็นระยะเวลา 6 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2014 ราคาจำหน่ายถูกกำหนดไว้ที่ 155,310 ยูโร หรือราว ๆ 5.75 ล้านบาท

 

2. HUBLOT SPIRIT OF BIG BANG MECA-10

Hublot (อูโบลต์) เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาหรู ก่อตั้งในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยชายชาวอิตาเลียน นามว่า คาร์โล คร็อคโค่ (Carlo Crocco) ในปี ค.ศ. 1980 เขาเป็นผู้บุกเบิกการเอาแผ่นยางธรรมชาติ มาประดิษฐ์เป็นสายนาฬิกาข้อมือเพื่อใช้กับนาฬิกาตัวเรือนทองคำ ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เป็นที่มาของปรัชญา “The Art of Fusion” หรือ “ศิลปะแนวผสมผสาน”

สำหรับในปี 2020 นี้ ทางอูโบลต์ ได้นำพื้นฐานกลไกอันล้ำเลิศ มาทำการสร้างสรรค์ใหม่ ในโครงร่างรูปทรงที่เหมาะกับการบรรจุไว้ในตัวเรือนทรง Tonneau (ตอนโน) หรือที่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “ทรงถังเบียร์” จนเป็นจุดกำเนิดของ Spirit of Big Bang Meca-10 (สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง เมกาเท็น) รุ่นล่าสุดนี้

จุดเด่นของนาฬิการุ่นนี้ คือพลังงานสำรองที่ยาวนานถึง 10 วันของเครื่องตระกูล  Meca-10 ซึ่งถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 เป็นการใช้ตลับลานขนาดใหญ่ 2 ชุด อีกทั้งระบบกลไกแสดงพลังงานสำรอง Rack and Pinion (แร็ค แอนด์ พิเนียน) อันเป็นรูปแบบการทำงานที่ประสานกันระหว่างราวและเฟือง พร้อมด้วยโครงสร้างแบบ Skeleton ใช้ตัวเครื่องกลไกรหัส Cal.HUB1233

ดีไซน์ของตัวเรือน ขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 14.45 มิลลิเมตร ทั้งขอบตัวเรือนทรงตอนโนเน้นเหลี่ยมสันซึ่งยึดด้วยสกรูของ Hublot ที่มีหัวคล้ายอักษร ‘H’ จำนวน 6 ชิ้น และมีสกรูบริเวณส่วนขาของตัวเรือนอีกฝั่งละ 2 ชิ้น เม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่มอบทั้งความง่ายต่อการใช้งานและภาพลักษณ์ความเป็นนาฬิกาสปอร์ต จับคู่มากับสายยางสีดำที่เซาะผิวเป็นแนวร่องยาวตลอดเส้น

เปิดตัวมาทั้งหมด 3 เวอร์ชั่น คือ รุ่นตัวเรือนไทเทเนียม รหัส Ref.614.NX.1170.RX ที่ใช้หลักชั่วโมงและเข็มสีเงิน ราคาอยู่ที่ 22,700 ยูโร หรือราว 840,000 บาท รุ่นตัวเรือน ‘King Gold’ (คิง โกลด์) 18K ราคา 43,500 ยูโร หรือราว 1.6 ล้านบาท และรุ่น Black Magic รหัส Ref.614.CI.1170.RX ตัวเรือนเซรามิกดำ หลักชั่วโมงและเข็มสีเงิน ราคา 26,900 ยูโร หรือราว 995,000 บาท

 

3. TAG HEUER MONACO 2009-2019 LIMITED EDITION