To top
13 พ.ค.

Gucci Bag รวบตึงกระเป๋า 5 รุ่นสุดร้อนแรงที่คุณไม่ควรพลาด

Gucci Bag คือกระเป๋าแบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง ในหลายปีที่ผ่านมา สินค้าเครื่องหนังและแฟชั่นอันหรูหราที่บรรดาเหล่าดารา เซเลปฯ แฟชั่นนิสต้าทั้งหลาย ต่างพากันสวมใส่เฉิดฉาย ด้วย ITEM อินเทรนด์ที่ได้ถูกอัพเดตออกมาทุกฤดูกาล รวมถึงการได้ อเลสซานโดร มิเคเล (Alessandro Michele) เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบซึ่งเขาได้เข้ามาเปลี่ยนให้ Gucci กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ดีไซเนอร์ที่ดังที่สุดในขณะนี้

และในวันนี้เราจะพาคุณไปส่องกระเป๋า 5 รุ่นยอดนิยม สุดฮอตฮิตติดลมบน ที่เรียกได้ว่าสาวๆ หนุ่มๆ ต่างก็หยิบจับมาเป็นของคู่กายกันทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

Gucci GG Marmont

นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2016 กระเป๋ารุ่นนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก จุดเด่นของกระเป๋าอยู่ที่โลโก้ตัว GG ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อยู่ตรงกึ่งกลางของฝากระเป๋าที่มีลักษณะแปลกตาคล้ายรูปจมูก โดยตัวอักษร GG นั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากหัวเข็มขัด Gucci ซึ่งออกแบบขึ้นในปี ค.ศ. 1970 รวมถึงสายโซ่สะพายสีทอง ที่เข้ากันได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว โครงสร้างของกระเป๋าที่อ่อนนุ่มให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ด้านหลังของกระเป๋าตัดเย็บเป็นลวดลายรูปหัวใจ ที่สื่อถึงความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม

ด้านในของกระเป๋าเป็น ช่องขนาดใหญ่ 1 ช่อง บุด้วยหนังกำมะหยี่ มีช่องซิป 1 ช่อง สายโซ่สะพายสามารถปรับรูปแบบการใช้งานเป็นกระเป๋า Cross-Body หรือถือเป็น Clutch ก็สวยเก๋ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมชิ้นส่วนของกระเป๋า ปัจจุบัน ขนาดของกระเป๋า Gucci GG Marment มีด้วยกัน 4 ขนาด (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ Anatomy of Gucci Marmont)

  • Medium : 30.5 x 19 x 7.6 เซนติเมตร (12 x 7.5 x 3 นิ้ว)
  • Small : 25.4 x 15.24 x 7.6 เซนติเมตร (10 x 6 x 3 นิ้ว)
  • Mini : 21.6 x 12.7 x 6.35 เซนติเมตร (8.5 x 5 x 2.5 นิ้ว)
  • Super Mini : 16.5 x 10.16 x 5 เซนติเมตร (6.5 x 4 x 2 นิ้ว)

Gucci Dionysus

กระเป๋ารุ่นนี้ เปิดตัวครั้งแรกในงานแฟชั่นโชว์ Fall/Winter Collection 2015 ของ Gucci และได้รับความนิยมอย่างสูง เขย่าวงการแฟชั่นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อะไหล่รูปสิงโตคู่อยู่บนฝากระเป๋าเป็นสัญญลักษณ์ที่ได้รับการตั้งชื่อตามเทพเจ้ากรีก Dionysus ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ เทพเจ้าแห่งไวน์ เทศกาลรื่นเริง การละครและปีติสานติ์ ที่ให้กลิ่นอายของความเป็นวินเทจอย่างเต็มเปี่ยม

ดีไซน์ของกระเป๋าเป็นการผสมผสานความเป็น Gucci “เก่า” และ “ใหม่” ได้อย่างลงตัว ความเป็นวินเทจของลาย GG Monogram อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gucci ผสมผสานเข้ากับรายละเอียดของหนังกลับ ที่สอดแทรกความทันสมัยด้วยสายสะพายที่ทำจากโซ่ได้อย่างลงตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่มองหาความสวยหรูไร้กาลเวลา และยังอินเทรนด์กับปัจจุบัน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมชิ้นส่วนของกระเป๋า (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ Anatomy of Gucci Dionysus)

กระเป๋ารุ่นนี้ มีด้วยกันทั้งหมด 4 ขนาด รวมถึงดีไซน์ของกระเป๋าที่หลากหลาย มีตั้งแต่รุ่นคลาสสิคไปจนถึงรุ่นที่ปักลายแบบพิเศษ ซึ่งขนาดของกระเป๋ามีดังนี้

  • Super Mini : 16.5 x 10 x 4.5 เซนติเมตร (6 x 3 x 1 นิ้ว)
  • Mini : 20 x 15.5 x 5 เซนติเมตร (7.7 x 6.7 x 2 นิ้ว)
  • Small : 28 x 17 x 9 เซนติเมตร (11 x 7 x 3.5 นิ้ว)
  • Medium : 30 x 21 x 10 เซนติเมตร (12 x 8 x 4 นิ้ว)

Gucci Soho Disco

หลังการเปิดตัวของกระเป๋ารุ่นนี้เมื่อปี ค.ศ. 2012 Gucci Soho Disco ก็ได้ขึ้นแท่นติดอันดับเป็นกระเป๋ายอดนิยมของ Gucci ในเวลาไม่นานนัก ตัวกระเป๋าถูกดีไซน์ออกมาให้มีขนาดกระทัดรัด โดดเด่นด้วยโลโก้ GG แบบนูนที่ถูกเย็บอยู่ด้านหน้าของกระเป๋า สะดุดตาด้วยหัวซิปที่ตกแต่งด้วยพู่หนังเก๋ๆ (Leather Tassel)

Gucci Soho Disco ถูกตัดเย็บขึ้นมาจากหนังแท้ 100% มีความอ่อนนุ่ม ลวดลายของกระเป๋ามีลวดลายเฉพาะตัว มีกลิ่นจากธรรมชาติ ซึ่งจุดเด่นของหนังแท้คือ เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ลายของหนังจะยิ่งสวยเด่นชัดขึ้น ภายในของกระเป๋าบุด้วยผ้าฝ้าย ช่องเก็บของที่กว้างขวาง รวมถึงอะไหล่สีทองอ่อนๆ กำลังดี การออกแบบที่ลงตัวจึงไม่แปลกใจ หากกระเป๋ารุ่นนี้จะได้รับความสนใจจากเหล่าคนดังและแฟชั่นนิสต้ามากมาย

กระเป๋ารุ่นนี้ มีเพียงขนาดเดียวคือ 20.3 x 15.2 x 6.35 เซนติเมตร (8 x 6 x 2.5 นิ้ว) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมชิ้นส่วนของกระเป๋า (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ Anatomy of Gucci Soho Disco)

 

Gucci Sylvie

ปรากฏตัวครั้งแรกในงานแฟชั่นโชว์ Spring/Summer 2016 Collection ของ Gucci สวยสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยดีไซน์การออกแบบคลาสสิคกับอะไหล่โซ่สีทองขนาดใหญ่บนผ้าไนลอนสีเขียวตัดสลับกับสีแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งถูกเย็บติดบนหนังในส่วนของฝากระเป๋าด้านบน รวมทั้งสายสะพายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเชือกของทหาร

Gucci Sylvie

Gucci สามารถจับความคลาสสิคของแบรนด์มาผสมผสานกับดีไซน์ปัจจุบันได้อย่างน่าทึ่ง สวยงามและลงตัว ตัวกระเป๋าและหูกระเป๋า ตัดเย็บจากหนังควาย (Buffed Leather) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติหนา ทนทาน และดูแลรักษาง่าย ภายในกระเป๋าบุด้วยหนังกลับ (Suede Lining) สีน้ำตาลอ่อน หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ (micro-fiber) ใช้วัสดุที่มีคุณภาพเพื่อการใช้งานที่ทนทาน การออกแบบที่ลงตัวรวมถึงประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงได้หลงเสน่ห์ของ Sylvie อย่างเลี่ยงไม่ได้

กระเป๋ารุ่นนี้ ผลิตออกมาทั้งหมด 3 ขนาด 3 สไตล์ด้วยกัน แบ่งเป็นรุ่น Top Handle , Shoulder Bag และ Mini Chain Bag มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • Top Handle : 31.7 x 21.5 x 10.7 เซนติเมตร (12.5 x 8.5 x 4.25 นิ้ว) มาพร้อมกับสายสะพายที่สามารถถอดออกได้
  • Shoulder Bag : 25.4 x 17 x 7.6 เซนติเมตร (10 x 6.75 x 3 นิ้ว) ในรุ่นนี้มาพร้อมกับสายสะพาย 2 แบบด้วยกัน คือสายสะพายที่เป็นหนังและสายสะพายผ้าริบบิ้นหลากสี
  • Mini Chain Bag : 19 x 14 x 7.6 เซนติเมตร (7.5 x 5.5 x 3 นิ้ว)

 

Gucci 1955 Horsebit

อีกหนึ่ง It-Bag ที่กำลังมาแรงและเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ หลังการปรากฏตัวบนรันเวย์แฟชั่นโชว์ Gucci Cruise 2020 ที่ อเลสซานโดร มิเคเล (Alessandro Michele) ได้ทำการออกแบบกระเป๋ารุ่นนี้ โดยการผสมผสานความวินเทจแบบดั้งเดิม เข้ากับจิตวิญญาณหรูหราสมัยใหม่ โดดเด่นด้วยอะไหล่วงแหวนและบาร์คู่ คล้ายรูปเกือกม้า ซึ่งเคยปรากฏในกระเป๋ารุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 60 ปีที่แล้ว อันได้แรงบันดาลใจมากจากนักขี่ม้า จึงเป็นที่มาของชื่อรุ่น “Horsebit” ซึ่งได้รับความนิยมรวมถึงได้ผลตอบรับที่ดีอย่างสูงในหมู่เซเลปไม่เว้นทั้งผู้ชาย