To top
18 มี.ค.

Balenciaga แท้ – เช็คลิสต์ 8 วิธีการเช็คกระเป๋า

Balenciaga Motorcycle Bag ที่ถูกออกแบบโดย นีโกลาส์ เฌสกีแยร์ (Nicolas Ghesquière) ในปี 2001 กลายเป็นกระเป๋าที่ไ้ด้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถือเป็นปีทองที่ทำให้หลายคนรู้จักกระเป๋าของแบรนด์ Balenciaga อย่างแท้จริง เพราะก่อนหน้านี้นั้นแบรนด์มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำชุดโอต์ กูตูร์  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการผลิตกระเป๋ารุ่นนี้ แต่เปลี่ยนรูปแบบหนังที่หลากหลายมากขึ้น แต่สำหรับนักสะสมอย่างจริงจังกระเป๋ารุ่น Firsts และ City ที่ทำจากหนัง Chevre ยังเป็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุดของสาวๆ ทั่วโลก

ด้วยความเป็นที่นิยมของกระเป๋า Balenciaga จึงกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในโลก และยังเป็นแบรนด์ที่ซับซ้อนมากในการตรวจสอบความถูกต้องของกระเป๋า ดังนั้นเพื่อเป็นตัวช่วยให้กับสาวๆ เราจึงได้รวบรวม 8 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ เพื่อให้คุณผู้หญิงที่หลงรัก Balenciaga ได้นำวิธีเหล่านี้ไปใช้สังเกตได้ด้วยตัวเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ motorcycle bag balenciaga

 

1. Leather and Silver Tags

แท็กภายในกระเป๋า Balenciaga จะมีทั้งแท็กหนังเดี่ยวๆ และที่เป็นแผ่นเงินติดอยู่กับแท็กหนัง จุดสังเกต คือ กระเป๋ารุ่น First, Work (ผลิตตั้งแต่ปี 2005), Weekender และ รุ่น Motorcycle ทั้งหมดนี้จะมีเพียงแท็กหนังเท่านั้น ซึ่งจะมีแท็กเงินเฉพาะในกรณีที่มีฮาร์ดแวร์แบบคลาสสิก (หรือที่เรียกว่าฮาร์ดแวร์ปกติหรือ RH) และมีในกระเป๋ารุ่น Twiggy บางใบด้วย แต่ตั้งแต่ปี 2001 ถึง 2008 แท็กเงินจะทำจากเงินสเตอร์ลิง ประทับเลข “925” ที่มุมล่างขวา ส่วนปัจจุบันทำจากนิกเกิล ไม่มีเลขประทับที่มุมล่างขวา

รุ่นที่มีเพียงแท็กหนัง

โลโก้แบรนด์ BALENCIAGA และ PARIS เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ปั๊มลงบนแผ่นโลหะหรือบนแถบหนัง กระเป๋าที่ผลิตในปี 2001 – 2004 ตัวโลโก้ระหว่าง BALENCIAGA และ PARIS จะเป็นขีดล่าง “BALENCIAGA_PARIS” และตั้งแต่ปี 2005 จนถึงรุ่นปัจจุบัน จะเป็นจุด ” BALENCIAGA.PARIS” ในปี 2018 มีการปรับเปลี่ยนโดยจะปั๊ม Stamp สีทองหรือสีเงิน ตามสีของฮาร์ดแวร์

แท็ก Balenciaga

ตัวอย่าง แท็กเงินบนแท็กหนัง พร้อมโลโก้ BALENCIAGA_PARIS แบบเก่า และแท็กหนัง พร้อมโลโก้ BALENCIAGA.PARIS แบบใหม่

 

2. Serial Numbers

Serial Numbers จะเป็นตัวที่บ่งบอกว่ากระเป๋านั้นเป็นของแท้หรือไม่ ซึ่งควรเป็นชุดตัวเลขที่บ่งบอกที่มาของกระเป๋าได้ตรงกันกับ  Authenticity Cards หรือ การ์ดแท้ โดยรูปแบบบรรทัดแรกจะขึ้นต้นด้วย N ตัวพิมพ์ใหญ่ ตามด้วยสัญลักษณ์ A Postofy ( ‘ ) และตัวเลข 4-5 หลัก ซึ่งตัวเลขนี้จะบ่งบอกถึงหนังที่ใช้ทำกระเป๋า และมีตัวอักษรพิมพ์ใหญ่อีกหนึ่งตัว ซึ่งส่วนนี้จะเป็น Code ของกระเป๋าว่ามาจากฤดูกาล หรือซีซั่นไหน บรรทัดที่ 2 ตัวเลข 6 หลักสุดท้ายบอกรุ่นของกระเป๋า

ตัวอย่าง Serial Numbers

ตัวอย่าง Serial Numbers

 

 

ตัวอย่างการอ่าน Serial Numbers “N’ 0754 C 115748” คือ ตัวเลขชุดแรก “0754” เป็นรหัสสีหนังของกระเป๋า ตัว C ถัดมาคือปีและซีซั่น ซึ่งในที่นี้จะหมายถึง S/S 2004 เพราะตรงมุมล่างขวาของแท็กมีตัวเลย 925 ประทับอยู่ และตัวเลขนี้จะมีเฉพาะแท็กเงินในปี 2001 ถึง 2008 เท่านั้น ต่อมาตัวเลขชุดสุดท้าย “115748” ที่บอกรุ่นของกระเป๋า โดยในที่นี้คือกระเป๋ารุ่น City

Code กระเป๋าของแต่ละซีซั่น

Code กระเป๋าของแต่ละซีซั่น

 

ตัวอย่าง รหัสตัวเลขของกระเป๋าแต่ละรุ่น

ตัวอย่าง รหัสตัวเลขของกระเป๋าแต่ละรุ่น

 

3. Zipper

ซิปของกระเป๋าแท้ ใต้ท้องซิปจะสะลักโลโก้ Lampo เป็นอักษรตัวเอียง แต่กระเป๋าที่ผลิตในปี 2010 จะใช้ฮาร์ดแวร์สีทอง ไม่มีโลโก้ใดๆ ใต้ท้องซิป ส่วนในปี 2011 ฮาร์ดแวร์สีโรสโกล และก็กลับมามีโลโก้ Lampo อีกครั้ง หลังจากนั้นในปี 2014 จนถึงกระเป๋ารุ่นปัจจุบัน Balenciaga ได้เปลี่ยนโลโก้ใต้ท้องซิปเป็นตัว B

 

4. Hardware

หนึ่งในการออกแบบที่เป็นสัญลักษณ์ของ Balenciaga คือ ฮาร์ดแวร์ ทำให้กระเป๋าดูโดดเด่น โดยกระเป๋าแต่ละรุ่นนั้นตัวฮาร์ดแวร์ก็จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ฮาร์ดแวร์ชนิดแรก ผลิตในปี 2000-2002 คือฮาร์ดแวร์ทองเหลือง ทรงแบนที่มีลักษณะคล้ายหัวแม่มือ อีกหนึ่งแบบ คือ ฮาร์ดแวร์ Classic ที่มีขนาดเล็กลงมา พร้อมกับทองเหลืองโบราณ ที่หลายคนคนรู้จักในชื่อ RH หรือ ทองเหลืองเก่า นำมาออกซิไดซ์สีให้ดูโบราณมากขึ้น และยังมีที่ทำจากโลหะเงินและทองในกระเป๋าตามซีซั่นต่างๆ เพื่อเป็นการระลึกถึงกระเป๋า “Classic Bag” ในปี 2010 ก็ได้มีการผลิตฮาร์ดแวร์นี้ด้วยนิกเกิล และทองคำอีดกด้วย

 

แบบที่สาม ฮาร์ดแวร์ Giant 21 เปิดตัวในปี 2007 และถูกยกเลิกไปในปี 2012 หมุดมีขนาดใหญ่ขึ้น และตัวหมุดมีเส้นตารางตัดกัน โดยจะมีโทนสีเงิน ทองและโรสโกล โดยสีโรสโกลเริ่มผลิตในปี 2011 ความพิเศษของสีนี้ คือ ร่องของตัวหมุดจะมีสีเข้ม ทำให้กระเป๋าดูวินเทจมากขึ้น แต่ตัวซิปยังคงเป็นสีโรสโกลอ่อน แบบที่สี่ คือ ฮาร์แวร์ Giant 12 เปิดตัวในปี 2012 มีขนาดเล็กกว่า Giant 21 และมีโทนสีเงิน ทอง และโรสโกล

 

แบบที่ห้า ฮาร์อแวร์ Brogues เปิดตัวในปี 2011 ทำจากหนัง เรียกรูปแบบการตกแต่งนี้ว่า “broguing” ต่อมาคือแบบที่หก ฮาร์ดแวร์ Metallic Edge เปิดตัวในปี 2014 ตกแต่งด้วยแผ่นโลหะ หมุดมีขนาดเล็กและเรียบ พร้อมขอบโลหะแบบมันวาว แบบที่เจ็ด ฮาร์ดแวร์ Black Out เปิดตัวในปี 2016 โดยแทนที่หมุดที่เราคุ้นเคยด้วยรูพรุน ซึ่งในปัจจุบัน Balenciaga ใช้ฮาร์ดแวร์ Giant 12 และทองเหลืองโบราณ

 

หมุดย้ำที่ฐานของด้ามจับ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรตรวจสอบ เพราะกระเป๋าของ Balenciaga จะใช้หมุดย้ำที่มีรอยบาก โดยรอยบากจะเรียบ ไม่ขระขระ แต่ในกระเป๋ารุ่นที่เก่ากว่าก็อาจจะเป็นหมุดที่เรียบๆ ไม่มีรอยบาก ในส่วนของ Shoulder Strap หรือ ตะขอเชื่อมสายสะพายไหล่ ควรมีเกียวที่โค้งมน แข็งแรง