To top
22 ม.ค.

ประวัติแบรนด์ Chanel 110 ปีของตำนานที่ไม่มีวันตาย

“Coco Chanel” เมื่อได้ยินชื่อนี้เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก นักธุรกิจหญิงชาวฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 20 ชื่อเรียกสั้นๆ ติดหูว่า Chanel ซึ่งปัจจุบันเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรูที่สาวๆ ทั่วโลกปรารถนาที่จะได้ครอบครอง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า กว่าเธอจะมีวันนี้ได้นั้น เส้นทางชีวิตของเธอไม่ได้สวยหรูอย่างที่ทุกคนเห็น โคโค่ ชาแนล (Coco Chanel) เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน และกำพร้าแม่ตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่ทว่าเธอนั้นไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา และนำพาตัวเองมาสู่เส้นทางความสำเร็จ

วันนี้เราจะพาทุกคนดำดิ่งไปกับ ประวัติแบรนด์ Chanel ตามรอยตำนานความสำเร็จ และชื่อเสียงของแบรนด์เนมที่มีมานานกว่า 110 ปี อะไรที่ทำให้ สตรีผู้นี้ “Coco Chanel” ประสบความสำเร็จ และปัจจุบันชื่อของเธอยังคงเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกและไม่มีทีท่าว่าจะเสื่อมคลาย

Gabrielle Bonheur Chanel Coco

Gabrielle Bonheur Chanel

 

ชีวิตในวัยเยาว์

ประวัติแบรนด์ Chanel เริ่มต้นจากหญิงชาวฝรั่งเศส ชื่อ โคโค่ ชาแนล (Coco Chanel) ซึ่งเดิมมีชื่อว่า กาเบรียล บอนเนอร์ ชาแนล (Gabrielle Bonheur Chanel)  เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ปี ค.ศ.1883 ที่เมือง ซูเมอร์ (Saumur) ประเทศฝรั่งเศส เป็นบุตรสาวคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 5 คน (ผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 2 คน) ของ เฮนรี่ อัลเบิร์ต ชาแนล (Henri Albert CHANEL)  กับ ยูเชนี ชาน เดอโวล (Jeanne Eugénie DEVOLLE)

แม่ของเธอทำงานเป็นคนซักผ้าในโรงพยาบาลการกุศล ส่วนพ่อของเธอเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้า ที่ต้องเร่ร่อนไปทั่วเมือง ครอบครัวของเธอมีฐานะที่ยากจนมาก เมื่อแรกเกิด ชื่อสกุล “ชาแนล” ถูกบันทึกลงไปในสูติบัตรว่า “Chasnel” (ชาส์แนล) เนื่องจากเจ้าหน้าที่สะกดผิด

birth Certificate of Gabrielle Bonheur Chanel

สูติบัตรของชาแนล

แม่ของชาแนล เป็นคนที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ มาตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1895 แม่ของเธอก็ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคหลอดลมอักเสบ ในขณะที่อายุได้เพียง 31 ปี ซึ่งในขณะนั้นชาแนลซึ่งอายุได้เพียง 12 ปี เท่านั้น พ่อของเธอ จึงนำเธอและพี่น้องซึ่งเป็นผู้หญิงอีก 2 คน คือ Julia และ Antoinette มาฝากไว้กับแม่ชี ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า Aubazine (โอบาซีน) ซึ่งผู้เป็นพ่อ ได้หายสาบสูญไปหลังจากนั้น และไม่เคยกลับมาเหลียวแลพวกเธออีกเลย

Coco Chanel ในวัยเด็ก

Coco Chanel ในวัยเด็ก

เมื่อชาแนล อายุได้ 18 ปี เธอได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่หอพักสำหรับเด็กสาวที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิกในเมือง มูแลงส์ ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เธอได้มีโอกาสเรียนรู้การตัดเย็บเสื้อผ้า ด้วยความที่ชาแนลเป็นคนขยันกระตือรือร้น ใฝ่รู้ และมีความสนใจในงานตัดเย็บอยู่แล้ว เธอฝึกฝนจนสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้รับมาประกอบอาชีพเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ

ในเวลาว่างนอกเหนือจากการตัดเย็บเสื้อผ้า อีก 1 รายได้เสริมของเธอมาจากการไปร้องเพลงกับเพื่อน ๆ ที่คาบาเร่ โดยเพลงที่เธอชอบร้องเป็นประจำคือ “Ko Ko Ri Ko” (ทำนองมาจากเพลง cock-a-doodle-doo ของฝรั่งเศส) กับ “Qui qu’a vu Coco” (เนื้อหาเป็นเรื่องราวของเด็กสาวที่สูญเสียสุนัขของเธอ)

ว่ากันว่าชื่อ Coco นั้น ได้มาจากทำนองเพลงที่เธอชอบร้องที่มีชื่อว่า Qui qu’a vu Coco โดยตั้งชื่อตามสุนัขที่หายไปตามเนื้อหาของเพลง บ้างก็ว่า ชื่อนี้มาจากคำว่า Cocotte ในภาษาฝรั่งเศสซึ่งแปลว่า “เมียเก็บ” อีกกระแสก็ว่า Coco เป็นชื่อที่พ่อของเธอใช้เรียกเมื่อยามเธอเป็นเด็ก หลังจากที่เธอทำอาชีพนักร้องไปสักพัก ชาแนลรู้สึกว่าอาชีพนี้ ไม่ค่อยเหมาะกับเธอเท่าไหร่นัก เธอจึงตัดสินใจหยุดมัน และนั่นถือเป็นจุดเปลี่ยนจุดแรกบนเส้นทางใหม่ของเธอ

 

จุดเริ่มต้นของเส้นทางแฟชั่น

ในปี ค.ศ. 1905 ชาแนลอายุได้ 23 ปี เธอพบรัก กับ เอเตียน บัลซอง (Etienne Balsan) และกลายเป็นเมียเก็บลับๆ ของเขา เอเตียน บัลซอง ผู้นี้เป็นชาวอังกฤษ เขาเป็นอดีตทหารม้าและเป็นถึงทายาทมหาเศรษฐี ครอบครัวของเขาร่ำรวยมาจากอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เกี่ยวข้องกับทหาร ตลอดเวลา 3 ปีที่ชาแนลได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขานั้น ด้วยความที่บัลซองร่ำรวยมหาศาล  จึงเป็นใบเบิกทางให้ชาแนลได้คลุกคลีและทำความคุ้นเคยอยู่กับสังคมชั้นสูง

ชาแนลได้มีโอกาสใช้ชีวิต และมีข้าวของเครื่องใช้ที่หรูหรา ทั้งไข่มุก เสื้อผ้าอาภรณ์ รวมไปถึงเครื่องเพชรพลอยต่างๆ บัลซอง ได้สอนให้ชาแนลได้เรียนรู้ความสวยงามและความหรูหราจากข้าวของราคาแพงเหล่านี้ไม่น้อย ในปี ค.ศ. 1909 เมื่อชาแนลไปที่ปารีส เขาได้ให้ชาแนลยืมพื้นที่ของเขาที่ 160 Boulevard Malesherbes เพื่อเปิดร้านของเธอใน Deauville พร้อมทั้งยังแนะนำให้ชาแนลได้รู้จักบุคคลผู้มีชื่อเสียงหลายท่าน

Etienne Balsan

เอเตียน บัลซอง

ซึ่งบุคคลที่เอเตียน บัลซองแนะนำให้เธอรู้จัก 1 ในนั้นคือเพื่อนสนิทของบัลซองนามว่า อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด คาเปล (Arthur Edward Capel) ชายผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของชาแนล คาแปลตกหลุมรักชาแนลทันทีเมื่อแรกพบ ในปี ค.ศ. 1909 เขาให้เงินสนับสนุนชาแนลในการเปิดร้านขายหมวกที่เธอออกแบบเองบนถนน Cambon ในกรุงปารีส โดยใช้ชื่อร้านว่า Chanel Modes

Chanel Modes

Chanel Modes บนถนน Cambon ในกรุงปารีส

หมวกของชาแนลนั้นโด่งดังมาจากการที่นักแสดงหญิงที่ชื่อ เกเบรียน โดซิแอด (Gabrielle Dorziat) ซึ่งได้นำหมวกของเธอไปสวมใสเข้าฉากในภาพยนตร์ด้วยกันถึงสองเรื่องก็คือ Bel Ami และ Les Modes ด้วยลักษณะการออกแบบที่มีดีไซน์โดดเด่นและไม่ซ้ำแบบใคร และแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองในทุกชุด จึงทำให้ไม่ยากนักที่ร้านของเธอจะเป็นที่รู้จัก และถูกกล่าวถึงในเวลาอันรวดเร็ว

Gabrielle Dorziat

Gabrielle Dorziat นักแสดงสาว

ในที่สุดชีวิตรักของเธอกับ บัลซอง ก็จบลง ในเวลาเพียงแค่ 5 ปี ในปี ค.ศ. 1910 เธอได้ตัดสินใจเลิกรากับบัลซอง และได้ไปครองคู่อยู่กับนายทุนของเธอ คือ อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด คาเปล นั่นเอง เหตุผลส่วนหนึ่งของการเลิกราครั้งนี้คือความเป็นเพลย์บอยของบัลซอง ที่ไม่ลงหลักปักฐานแต่งงานรับเธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องเสียที

โดยหลังจากที่คาเปลและชาแนลได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้ง 2 ได้ให้ความสนับสนุนกันดีในทุกๆ เรื่อง ว่ากันว่าสไตล์การใช้ชีวิตของคาเปล    มีอิทธิพล และเป็นแรงบันดาลใจอันดีเยี่ยม ที่มีผลอย่างมากต่อชาแนลทั้งในด้านภาพลักษณ์ และการออกแบบต่างๆ แต่เบื้องหลังที่น่าเศร้า คือ ชาแนลไม่ได้เป็นคนรักคนเดียวของคาเปล โดยที่คาเปลนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ภายหลังจากการแต่งงานของเขากับคู่หมั้น      คาเปลก็ยังคงมีความสัมพันธ์กับชาแนลมานานถึง 9 ปี ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต