To top
3 ก.ค.

รวมสุดยอด Be@rbrick ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

รวมสุดยอด Be@rbrick กับราคาที่ไม่ธรรมดา! ถึงแม้จะผลิตมาเพื่อเป็นของเล่น แต่เพราะความพิเศษหลายๆ อย่าง อาทิเช่น รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนหัวเป็นหมีแต่ส่วนตัวคล้ายคนดูแปลกตาไปจากเลโก้ตัวอื่นอย่างมาก หรือจะเป็นลวดลายที่แตกต่างกันออกไป โดยเป็นการร่วมงานกับศิลปินชื่อดังจากหลากหลายสาขา สิ่งหล่านี้ทำให้หลายชิ้นกลายเป็น Item ที่เหล่าสาวกต่างตามหาเพื่อให้ได้มาครอบครอง แม้จะต้องสู้กับราคาที่แพงลิบลิ่วก็ตาม

ความพิเศษที่นอกจากจะเป็นของเล่นน่ารักแล้ว เจ้าหมีแบร์บริคยังถือเป็นผลงานศิลปะที่มีมูลค่าเหนือกว่าสิ่งที่มันเป็นอีกด้วย โดยในครั้งนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Bearbrick ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ด้วยไซ้ซ์ 1000% มีความสูงอยู่ที่ 70 เซนติเมตร จะมีผลงานที่เกิดจากการ Collabs กับศิลปินท่านไหน และราคาสูงเท่าไหร่บ้างนั้น ตามไปทำความรู้จักกันเลย

 

Kaws ‘Chomper’ Bearbrick

Kaws “Chomper” Bearbrick

หนึ่งในแบร์บริคที่หลายคนคุ้นตา และโด่งดังเป็นอันดับต้นๆ ผลงานการออกแบบโดย ไบรอัน ดอนเนลลี (Brian Donnelly) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ คอวส์ (Kaws) โดยเป็นการสร้างสรรค์ดึงเอาเอกลักษณ์ของ Kaws อย่าง ตารูปตัว X และเสริมฟันแบบ Chomper มาผสมผสานเข้ากับสีน้ำเงิน ที่เป็นเอกลักษณ์ของงาน A-Nation เทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงซัมเมอร์ หรือเดือนสิงหาคม ของประเทศญี่ปุ่น

แบร์บริคตัวนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ปี 2003 และจำหน่ายจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม ในปีเดียวกัน เป็นแบร์บริคที่มีการซื้อขายบ่อยสุดอีกหนึ่งรุ่น ผลิตในจำนวนที่น้อยมาก วางขายเฉพาะที่ญี่ปุ่นและช้อปออนไลน์ของแบร์บริคเท่านั้น ราคาประมูลอยู่ที่ 2,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 82,500 บาท

 

Coco Chanel Bearbrick

Coco Chanel Bearbrick

เป็นรุ่นที่หายากมาก และมีจำนวนเพียง 1,000 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ผู้โด่งดัง อย่าง คาร์ล ลาเกอร์เฟล (Karl Lagerfeld) โดยผลิตมาในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2006 จนถึงปี 2007 ด้วยการรวบรวมองค์ประกอบต่างๆ ที่บ่งบอกความเป็น โคโค่ ชาแนล (Coco Chanel) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Chanel ประกอบไปด้วย ชุดคลาสสิคจากผ้าทวีต พร้อมสร้อยไข่มุก แว่นกันแดด และดอก Camellia

Coco Chanel Bearbrick มีราคาประมูลอยู่ที่ 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 88,500 บาท ซึ่งเป็นราคาประมูลจากงานการกุศล “Love is Big, Love is Bearbrick” โดยจะนำรายได้มาสนับสนุน และช่วยเหลือผู้ป่วยในมูลนิธิ Hong Kong Blood Cancer Foundation

 

Colette 10th Anniversary Bearbrick

Colette 10th Anniversary Bearbrick

แบร์บริคลวดลายเรียบง่าย แต่เป็นที่ต้องการนี้ เกิดจากการร่วมงานกับ Colette (โคเล็ต) ร้านบูติกสไตล์ปารีสยอดนิยม ที่คอยสนับสนุน และร่วมออกแบบเจ้าหมีแบร์บริคมาหลายปี โดยตัวนี้เป็นผลงานชิ้นแรกที่ทำร่วมกัน เพื่อฉลอง 10th Anniversary ให้กับร้าน Colette ด้วยตัวหมีสีขาว พร้อมเอกลักษณ์ลายเซนต์ของศิลปินแนวสตรีทกว่า 12 คน

ได้แก่ André, Devilrobots, Brian Damage (aka Perks), Pete Fowler, Futura, James Jarvis, Kaws, Michael Lau, Stash, Will Sweeney, และ Kuntzel + Deygas โดยผลิตมาเพียง 100 ตัวเท่านั้น เปิดตัวเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2007 ด้วยราคา 484 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15,500 บาท ปัจจุบันราคา 2,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 95,000 บาท

 

Alexander Girard x Stitch “International Love Heart” Bearbrick

Alexander Girard x Stitch “International Love Heart” Bearbrick

ผลงานการออกแบบโดย อเล็กซานเดอร์ จิราร์ด (Alexander Girard) สถาปนิกนักออกแบบตกแต่งภายใน และผู้ช่วย อย่าง Chrles & Ray Eamas และ Herman Miller โดยผลงานที่โด่งดังที่สุดของ Girard อย่าง “International Love Heart” ภายในหัวใจที่มีคำว่า “รัก” ถึง 16 ภาษา และถูกพิมพ์ด้วยสีขาวบนตัวแบร์บริคสีแดง

เป็นผลงานชิ้นสุดพิเศษสำหรับร้าน Japanese Lifestyle และแบรนด์ Stitch เปิดตัวเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ปี 2009 ด้วยราคา 3,990 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 126,000 บาท

 

Karimoku Walnut Wood Bearbrick

Karimoku Walnut Wood Bearbrick

ปิดท้ายด้วยแบร์บริคเรียบง่ายอย่าง Karimoku Walnut Wood Bearbrick โดยรุ่นนี้เป็นการร่วมงานกับ Karimoku บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์จากประเทศญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ โดยชิ้นนี้เป็นผลงานจากการร่วมงานกันครั้งแรก ซึ่งทั้งตัวผลิตจากไม้วอลนัท (Walnut) แทนพลาสติก และผลิตด้วยมือทุกชิ้น เผยโฉมครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2013 ราคา 6,300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 198,500 บาท ถือเป็นชิ้นในฝันของนักสะสมหลายๆ คน

 

Comme des Garcons “Happy Ribbon” Bearbrick

Comme des Garcons “Happy Ribbon” Bearbrick

ผลงานการร่วมงานกับ Comme des Garçons (กอมเดการ์ซง) แบรนด์สินค้าแฟชั่นจากประเทศญี่ปุ่น และ Dover Street Market ร้านรีเทลชื่อดังจากกรุงลอนดอน ที่ปัจจุบันมีสาขาย่อยอยู่อีกหลายประเทศ แบร์บริคตัวนี้มาในรูปแบบใส เพ้นท์ “Happy Ribbon Comme des Garcons” สีดำที่ลำตัว เปิดตัวเพื่อตอนรับวันหยุดคริสต์มาส ในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2006

Happy Ribbon มีด้วยกัน 2 ไซ้ซ์ คือ 400% และ 1000% โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 194 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,300 บาท ปัจจุบันราคาพุ่งไปถึง 2,980 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 94,000 บาท แต่นี้ยังแพงไม่สุด คุณอาจจะเปิดไปเจอเว็บที่ลงขายด้วยราคาถึง 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 221,000 บาทเลยก็เป็นได้

 

Nike x UNHCR 2006 World Cup Charity Bearbrick: Portugal

Nike x UNHCR 2006 World Cup Charity Bearbrick: Portugal

เพื่อสนับสนุน ninemillion.org โครงการการกุศลที่ให้การช่วยเหลือการศึกษาแก่เด็กในค่ายผู้ลี้ภัย โดย UNHCR หรือ United Nations High Commission for Refugees องค์กรณ์ที่คอยช่วยเหลือกลุ่มผู้ลี้ภัย ได้ทำการเปิดประมูล Bearbrick ที่ใส่ชุดนักฟุตบอลจาก Nike สปอนเซอร์การแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup ปี 2006

ซึ่งมีทั้งชุดจากประเทศ Portugal, Brazil, Australia, Croatia, Holland, Mexico, Korea และ US เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2006 โดยจะวางจำหน่ายในแบบของการประมูลเท่านั้น ซึ่งตัวที่แพงที่สุดคือ แบร์บริคที่ใส่ชุดทีม Portugal ราคาอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 315,500 บาท

 

Swarovski x Colette “White Crystal Christmas” Bearbrick

Swarovski x Colette “White Crystal Christmas” Bearbrick

อีกหนึ่งแบร์บริค จากการออกแบบของ Colette (โคเล็ต) ที่ดูเรียบง่ายแต่มีความหรูหราอย่างมาก ด้วยการตกแต่ง Crystal จาก Swarovski ผลิตมาเพื่องาน “White Crystal Christmas” โดยเปิดตัวมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2009 ราคายู่ที่ 16,954 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 533,500 บาท

 

The Black Sense Market x The Contemporary Fix Stainless Steel Bearbrick

The Black Sense Market x The Contemporary Fix Stainless Steel Bearbrick

แบร์บริคดีไซน์เรียบง่าย แต่เป็นที่ต้องการของนักสะสม และแน่นอนว่าเป็นชิ้นที่หายากมาก ออกแบบโดย The Black Sense Market ส่วนหนึ่งของเครือข่ายนิตสาร Sense Magazine ของประเทศญี่ปุ่น ชิ้นนี้ทำขึ้นเพื่อ Sense’s 9th Anniversary ฉลองครบรอบ 9 ปี ของนิตยสาร Sense

แบร์บริคตัวนี้ผลิตจากสแตนเลสแท้ และมีน้ำหนักถึง 13.5 กิโลกรัม เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2009 จำหน่ายเฉพาะที่ The Contemporary Fix ในญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งราคาอยู่ที่ 43,613 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,373,100 บาท