To top
13 ส.ค.

ประวัติ Leica เลนส์สัญชาติเยอรมัน สู่ iconic แห่งรสนิยม

เปิด ประวัติ Leica กล้องในฝันที่ช่างภาพส่วนใหญ่ อยากมีไว้ในครอบครอง ไลก้า (Leica) ขึ้นชื่อว่าเป็นกล้องชั้นนำระดับโลก ที่มีความเป็นมาอย่างยาวนานมากกว่า 120 ปี ถ้าหากพูดถึงเรื่องราคานั้นเรียกได้ว่าแพงระดับ Luxury Brand เลยทีเดียว ความพิเศษของ Leica คือ การผลิตกล้องแต่ล่ะตัวนั้นล้วนใช้ช่างฝีมือในการประกอบชิ้นส่วนทุกชิ้น และผลิตออกมาแบบจำนวนจำกัด ดังนั้น คงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหาก Leica จะเป็นที่ต้องการอันดับต้นๆ ของคนรักกล้อง

ประวัติแบรนด์ Leica : Logo Leica

 

ประวัติ Leica ( ไลก้า )

ปี ค.ศ. 1849 สินค้าตัวแรกของบริษัท คือ กล้องโทรทรรศน์ แต่ในปี ค.ศ. 1855 ทางบริษัทได้เปลี่ยนเป็นผลิตกล้องจุลทรรศน์แทน ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้คิดค้นมาก่อนหน้านั้นแล้วหลายปี เมื่อทางบริษัทลองปล่อยกล้องจุลทรรศน์ออกสู่ตลาด ผลปรากฎว่า ได้รับการตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก จึงทำให้การผลิตกล้องโทรทัศน์ได้หยุดลงในปี ค.ศ. 1865 ต่อมาบริษัทเปิดได้รับวิศวกรหน้าใหม่ที่มีชื่อว่า      แอรนส์ ไลท์ซ (Ernst Leitz) เข้ามาทำงาน ด้วยความสามารถของ แอรนส์ ไลท์ซ เขาได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนของบริษัทในเวลาต่อมา และยังคงสานต่อการผลิตกล้องจุลทรรศน์

แอรนส์ ไลท์ซ (Ernst Leitz) : ผู้ก่อตั้ง Leica Camera

Ernst Leitz : ผู้ก่อตั้ง Leica Camera

ค.ศ. 1869 แอรนส์ ไลท์ซ (Ernst Leit) ได้เริ่มบริหารธุรกิจในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเลนส์นี้อย่างเต็มตัว เนื่องจาก ไลท์ซ ได้ซื้อกิจการจากบริษัทเดิม ด้วยเหตุที่ว่าผู้บริหารคนเก่าได้เสียชีวิตลง และไม่มีใครสามารถมารับช่วงต่อได้ เขาตั้งชื่อบริษัทใหม่ว่า Ernst Leitz Optische Werks เป็นธุรกิจที่มุ่งไปในทางผลิตและจำหน่ายกล้องจุลทรรศน์ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์ แน่นอนว่าไลท์มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ และเข้าใจในรายละเอียดของเลนส์เป็นอย่างดี

 

ออสการ์ บาเเน็ค (Oskar Barnack) : ผู้คิดค้น

ออสการ์ บาเเน็ค (Oskar Barnack) : ผู้คิดค้น

ใน ปี ค.ศ. 1905 ออสการ์ บาเเน็ค (Oskar Barnack) นักวิศวกรและนักออกแบบ ชาวเยอรมัน ได้เข้ามาทำงานกับบริษัทของไลท์ซ    ซึ่งเข้ามาเป็นพนักงานทดลองงานเพียงแค่ 1 สัปดาห์ เนื่องจากเขามีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงไม่สามารถทำงานได้เต็มกำลังเท่าที่ควร โดยส่วนตัวแล้ว บาเเน็ค เป็นบุคคลที่ชอบท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ และถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ เขามักจะชอบพกกล้องติดตัวไปด้วยทุกที่    แต่ด้วยเหตุที่ว่ากล้องประจำตัวเขานั้น มีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ มีปัญหาจากกระจกแตกหักง่ายบ่อยครั้ง ไม่ค่อยสะดวกต่อการใช้งานมากนัก

จึงทำให้ บาเเน็ค อยากที่จะผลิตกล้องที่มีน้ำหนักเบา กระทัดรัด พกพาสะดวก สามารถนำไปถ่ายรูปในที่ต่างๆ ได้ง่าย โดยไม่มีขั้นตอนก่อนทำการถ่ายภาพที่ซับซ้อน แต่เลนส์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่มีคุณภาพ ภาพยังคงความละเอียดเเละคมชัด เป็นสาเหตุให้บาเเน็คพยายามคิดค้นกล้องสำหรับตัวเขาขึ้นมา

บาเเน็ค เกิดไอดียอยากทำการย่อฟิล์ม ทำขนาดฟิล์มเนกาทีฟ (Negative Film) ให้เล็กลง ด้วยแนวคิดที่ว่า “Small negative large picture” เขาอยากให้การถ่ายภาพด้วย Negative Film ขนาดที่เล็กลง สามารถเก็บรายละเอียดและความคมชัดของภาพไว้ได้ เช่นเดียวกับการถ่ายภาพผ่านเลนส์ที่มีคุณภาพสูง

ค.ศ. 1914 บาเเน็ค ประสบความสำเร็จในการคิดค้นกล้องตัวแรกโดยบริษัท ใช้ชื่อว่า UR-LEICA ถือได้ว่าเป็นก้าวที่สำคัญของการพัฒนากล้องฟิล์มเลยก็ว่าได้ ซึ่งการออกแบบนั้น คิดค้นมาเพื่อการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ (Landscape) ที่มาพร้อมกับระบบฟิล์มม้วนคู่ ภาพถ่ายที่ได้ขนาด 24×36 มิลลิเมตร มีระบบการง้างชัตเตอร์เพื่อป้องกันการเกิดภาพซ้อน แต่ไม่นานหลังจากนั้น การผลิตกล้องฟิล์มที่บริษัทได้พัฒนาขึ้นก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องด้วยผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1

 

ที่มาของชื่อ LEICA

LEICA นั้นเป็นการประสมคำสองคำ คือ LEI(tz) + CA(mera) ซึ่งสามารถแปลความหมายได้ว่า กล้องตัวนี้มาจากบริษัทของไลท์ซนั่นเอง

UR-LEICA

UR-LEICA

ประวัติ Leica ถูกจารึกเมื่อ ปี ค.ศ. 1924 ในฐานะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์กล้องอย่างแท้จริง เมื่อ Ernst Leit II ได้ตัดสินใจนำกล้อง UR-LEICA ที่บาเเน็ค คิดค้นขึ้น มาดัดแปลงผสมผสานคุณสมบัติต่างๆ เพื่อนำมาผลิตกล้อง Leica โดยใช้ฟิล์มขนาด        35 มิลลิเมตรได้ แบบเดียวกับที่ใช้ถ่ายภาพยนต์ หลักการ คือ เอาฟิล์มถ่ายภาพยนต์มาอัดเป็น 2 ชั้น ถึงแม้ Leica จะไม่ใช่บริษัทแรกที่ใช้ฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตร ในกล้องถ่ายรูป แต่เป็นบริษัทแรกที่ผลิตขึ้นมา แล้วสามารถใช้งานได้จริง ถือว่าเป็นการปฎิวัติอุสาหกรรมกล้องที่แท้จริง และเป็นที่มาของฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตร อีกด้วย

Leica ได้ทำการผลิตกล้องออกมาจำหน่ายอย่างจริงจัง เมื่อ ปี ค.ศ. 1925 บริษัทสามารถทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักและยอมรับได้อย่างกว้างขวาง สินค้าโด่งดังและเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก บริษัทพัฒนากล้องขึ้นตามเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ จนทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางด้านกล้องถ่ายภาพ

LEICA1

LEICA 1

ในปี ค.ศ. 1930 Leica ได้ออกมานำเสนอกล้องถ่ายภาพขนาด 35 มิลลิเมตร ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้หลายแบบ นั่นคือ LEICA 1 เมื่อสินค้าตัวนี้ออกสู่ตลาด ผลปรากฎว่ากล้อง LEICA 1 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ผู้คนรู้จักให้ความสนใจในสินค้าตัวนี้ จนเป็นกล้องที่สามารถครองตลาดได้ ในช่วง ปี ค.ศ. 1932 โดยมีการผลิตและจำหน่ายได้มากถึง 60,586 ตัวกันเลยทีเดียว

LEICA M3

LEICA M3

จนในปี ค.ศ. 1954 ได้ถือกำเนิด LEICA M3 เป็นกล้องที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ออกมาได้ตามชอบ ซึ่งการผลิตสินค้าใหม่ๆ ในแต่ล่ะครั้ง ของ Leica นั้น ทำให้ Leica สามารถไต่ระดับขึ้นเป็นบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมถ่ายภาพ และเป็นบริษัทแนวหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตกล้องตั้งแน่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อก่อนกล้องมีขนาดใหญ่ แต่ Leica สามารถนำมาย่อส่วนให้มีขนาดเล็กลง เพื่อความสะดวกในการพกพาไปได้ในทุกที่ อีกทั้งยังสามารถประกอบกับเลนส์ที่มีคุณภาพสูงได้ทุกอัน ที่สำคัญ คือ พกติดตัวไปได้ทุกที่ พร้อมถ่ายภาพได้ทุกสถานการณ์ ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง ซึ่งเป็น Format ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Leica ยังคงยึดมั่นในแนวทางการใช้ช่างฝีมือผลิตสินค้า (Craftaman) โดยในกล้อง 1 ตัวนั้น จะประกอบด้วยชิ้นส่วนไม่ต่ำกว่า 1,000 ชิ้น และมีจำนวนมากกว่า 500 ชิ้น มาจากช่างฝีมือเป็นคนผลิตขึ้นมา โดยที่ช่างฝีมือของ Leica ล้วนแล้วแต่เป็นสตรีทั้งสิ้น เพราะต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างมากในการผลิต คงไม่เป็นที่น่าแปลกใจ หากราคาของกล้อง Leica ค่อนข้างสูง ประกอบกับ Leica ผลิตกล้องออกมาอย่างจำกัด ยิ่งทำให้เป็นที่ต้องการของช่างภาพมืออาชีพ ที่ต้องการครอบครองกล้องดีๆ สักตัว

 

สำนักงานอันหรูหราของ Leica