To top
5 มี.ค.

Chanel Boy – เปิดที่มาของสุดยอด Iconic Bag ตลอดกาล

Chanel Boy เป็นกระเป๋าที่ทาง Chanel นำเสนอคอลเลกชั่นใหม่ๆ ออกมาทุกฤดูกาล ความคลาสสิกและรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ดูหรูหราทำให้ Boy Bag เป็นกระเป๋าที่ต้องมีติดไว้ในตู้ของเหล่าบรรดาสาวกชาแนลอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อะไรที่ทำให้กระเป๋าใบนี้เป็นที่ต้องการอย่างมาก? อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์กระเป๋ารุ่นนี้? วันนี้ เราจะพาทุกท่านดำดิ่งไปค้นหาคำตอบตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงวันที่ได้กระแสตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามในปัจจุบัน ของกระเป๋าที่โด่งดังที่สุดรุ่นหนึ่งของ Chanel กระเป๋าที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Iconic Bag ตลอดกาล

"<yoastmark

The Chanel Boy Bag

The Boy Bag เปิดตัวครั้งแรกในงานแฟชั่นโชว์ Fall/Winter Ready-To-Wear Collection ของ Chanel ในปี ค.ศ. 2011 ซึ่งหลังจากวันนั้น The Boy Bag ก็ขึ้นแท่นกระเป๋ายอดนิยมของแบรนด์ในทันที ตีคู่มากับ กระเป๋ารุ่น Classic Flap ด้วยรูปลักษณ์ที่คลาสสิค สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น ดีไซน์โดย คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าใส่กระสุนปืนของนักล่าสัตว์

The Boy Bag ได้รับความสนใจจากโลกแฟชั่นในทันที ด้วยความโดดเด่นและโฉบเฉี่ยว ตัวกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สายสะพายโซ่ที่มีขนาดกว้าง ตัวอะไหล่ที่ออกแบบมาให้ดูแข็งแรง ตัวล็อคที่ออกแบบมาละม้ายคล้ายตัวต่อเลโก้ แตกต่างจากรุ่น Classic อย่างสิ้นเชิง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ Chanel ในการถ่ายทอดความทันสมัย หรูหรา แต่แฝงไปด้วยความทะมัดทะแมงของกระเป๋า Chanel Boy Bag

 

Who Was Boy Capel? : ที่มาของชื่อ The Boy Bag

เป็นการยากที่จะชื่นชมผลงานของแบรนด์ Chanel โดยที่ไม่เข้าใจหรือศึกษาประวัติของเธอคนนี้ กาเบรียล ชาแนล (Gabrielle Chanel) ในปี ค.ศ. 1909 ชาแนลพบกับ อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด คาเปล (Arthur Edward Capel) นักธุรกิจหนุ่มชาวอังกฤษ ผู้มีชื่อเล่นว่า “Boy” ในขณะที่เธอมีอายุได้ 26 ปี ซึ่ง อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด คาเปล ตกหลุมรักชาแนลทันทีตั้งแต่แรกพบ

อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด คาเปล Arthur Edward Capel

อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด บอย คาเปล (Arthur Edward “Boy” Capel)

เขาผู้นี้ คือบุคคลที่เป็นนายทุนให้กับชาแนล เพื่อสนับสนุนเธอในการเปิดร้านขายหมวก ที่เธอออกแบบด้วยตัวเอง บนร้านเลขที่ 21 ถนน Cambon ในกรุงปารีส โดยใช้ชื่อร้านว่า Chanel Modes ตามด้วยอีก 2 ร้าน ที่ถนน rue Goutaut ในเมือง Deauville (ร้านขายเสื้อผ้าแห่งแรกของเธอ) และ Villa Larralde บน rue Gardres ในเมือง Biarritz (เป็นร้านที่จัดแสดงแฟชั่นโชว์)

นอกเหนือจากการเป็นนายทุนแล้ว คาเปล ยังมีสถานะเป็นคู่รัก (แบบลับๆ) ของชาแนลอีกด้วย กล่าวกันว่า คาเปล คือหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของชาแนลในการออกแบบสินค้าสไตล์ผู้ชาย หรือที่เรียกว่า “Chanel Look” ซึ่งชาแนลตั้งใจที่จะลงหลักปักฐานกับคาเปล แต่เบื้องหลังที่น่าเศร้า คือ ชาแนลไม่ได้เป็นผู้หญิงคนเดียวของคาเปล ในทางกลับกัน คาเปลนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว เป็นถึงสตรีชั้นสูงของประเทศอังกฤษ ภายหลังจากการแต่งงานของคาเปลกับคู่หมั้น เขาก็ยังคงมีความสัมพันธ์ลับกับชาแนลมานานถึง 9 ปี จนกระทั่งเขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

BOY BY KARL LAGERFELD

BOY by Karl Lagerfeld

และนี่คือตำนานรักของชาแนล ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Karl Lagerfeld นำชื่อของ BOY รักแท้และรักเดียวของชาแนล มาตั้งเป็นชื่อรุ่นของกระเป๋ารุ่นนี้ ซึ่งเขาได้เคยกล่าวไว้ว่า “Chanel used men’s underwear to make dresses; she has this boyish attitude, in fact it is the very spirit of Chanel. She got it from Boy Capel, the great love of her life, which, incidentally, explains why the new bag is called the Boy Chanel.”

“ชาแนลรังสรรค์เครื่องแต่งกายจากชุดชั้นในของผู้ชาย เธอมีความเป็นผู้ชายในตัวสูง อันที่จริงแล้วมันเป็นจิตวิญญาณของชาแนล ซึ่งเธอได้ซึมซับมาจาก Boy Capel ความรักอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอ ซึ่งเป็นการอธิบายว่าทำไมกระเป๋ารุ่นใหม่นี้ จึงมีชื่อเรียกว่า BoyChanel”

ชาแนล และ คาเปล

ชาแนล และ คาเปล

 

Boy Bag Sizing Breakdown

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ The Boy Bag ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั่นก็คือ ขนาดที่มีให้เลือกหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่าแฟนๆชาแนลอย่างครบถ้วน โดยในปัจจุบัน Boy Bag มีด้วยกันถึง 5 ขนาด คือ small , medium , New Medium , large และ Shopping Tote แต่ขนาดมีการปรับแต่งเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ภาพด้านล่างนี้คือตัวอย่างกระเป๋าแต่ละขนาด ซึ่งแตกต่างออกไป ตามแต่ฤดูกาลแฟชั่นนั้นๆ

ขนาดของกระเป๋า Chanel Boy มีดังนี้

  • Small Boy : 4.7 × 7.8 × 3.1 นิ้ว
  • Old Medium Boy : 5.9 × 9.8 × 3.5 นิ้ว
  • New Medium Boy : 11 x 7 x 3.5 นิ้ว
  • Large Boy : 11.8 x 8.3 x 3.9 นิ้ว
  • Tote Boy (Shopping Tote) : 12.6 x 9.1 x 6.5 นิ้ว

ในส่วนของกระเป๋าในขนาดNew Medium นั้น พึ่งได้ฤกษ์ออกสู่ตลาดหลังจากการเปิดตัวของ The Boy Bag เพียงไม่นาน โดยในขนาด New Medium นี้ จะมีพื้นที่ด้านในกว้างขวางกว่า Old Medium อยู่เล็กน้อย ทำให้มีพื้นที่ในการจัดเก็บข้าวของมากขึ้น ในส่วนของกระเป๋าขนาดเล็กหรือ Small นั้น เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบออกงานสังคมบ่อย หรือโอกาสพิเศษต่างๆ ที่ไม่ต้องการถือของเทอะทะมากมายนัก หากเป็นสาวๆนักเดินทางที่มักจะพกพาของพะรุงพะรังมากมาย The Large Size ก็ดูเป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสมเช่นกัน

ความแตกต่างระหว่าง Old Medium และ New Medium

ความแตกต่างระหว่าง Old Medium และ New Medium

 

Quilting, Materials, and Hardware

เอกลักษณ์และจุดเด่นของกระเป๋า The Boy Bag นั่นก็คือ สายโซ่ที่หนา ทนทานแข็งแรง อะไหล่ที่ดูคลาสสิค และตัวล็อคที่คล้ายตัวต่อเลโก้ สายสะพายนั้นมีความยืดหยุ่นสูงอีกทั้งยังสามารถปรับความสั้นยาวได้ตามต้องการ โดยสามารถใช้เป็นกระเป๋าสะพายข้างหรือเป็นกระเป๋า Crossbody ก็เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน

The Boy Bag มาพร้อมกับวัสดุและอะไหล่ที่หลากหลาย แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ตั้งแต่รุ่นหายาก Limited Edition หรือรุ่นธรรมดาทั่วไป มีทั้งวัสดุที่ทำจากหนังไปจนถึงผ้าทอที่หรูหรา หนังที่พบมากที่สุดคือหนัง Lambskin (หนังแกะ) และ goatskin (หนังแพะ) อีกทั้งยังมีวัสดุที่ทำจากผ้าชั้นดี เช่นผ้าทวีต (tweed) หรือกำมะหยี่ (velvet) รวมถึงวัสดุผ้าใบแคนวาส , ผ้ายีนส์ , PVC ที่ปรากฏในรุ่นต่างๆ ไม่ซ้ำกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นของกระเป๋า The Boy Bag ก็คือ ตัวล็อคที่คล้ายตัวต่อเลโก้ โดยตัวล็อคมีด้วยกัน 2 รุ่น คือตัวล็อคดั้งเดิม กับตัวล็อคที่พบเห็นทั่วไปในปัจจุบัน ในส่วนของตัวล็อคดั้งเดิมนั้น ตัวปุ่มที่สลักโลโก้ CC จะเป็นวงกลามขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วย วงกลมซ้อนอีกชั้นหนึ่ง ตัวปลดล็อคด้านข้างจะมีลักษณะโค้งมนเล็กน้อย สำหรับตัวล็อคที่ใช้ในปัจจุบัน ตัวปุ่นสลักโลโก้ CC จะมีขนาดเล็กลงมาและนูนกว่าของดั้งเดิมเล็กน้อย ล้อมรอบด้วย โลโก้ CC ขนาดใหญ่ทับอีกชั้นหนึ่ง ตัวปลดล็อคด้านข้างจะมีความเหลี่ยมกว่ารุ่นดั้งเดิม