To top
20 ส.ค.

จุดกำเนิด Haute Couture ศิลปะทางแฟชั่นชั้นสูง

จุดกำเนิด Haute Couture – คุณเคยสงสัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แฟชั่นหรือไม่ ? ทำไมเหล่าบรรดาดีไซเนอร์ถึงได้รับความนิยมและมีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งทำไม ? ศูนย์กลางทางแฟชั่น ถึงอยู่ที่เมืองปารีสแทนที่จะเป็นเมืองลอนดอนหรือแมดริท เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว ที่ผู้คนให้ความสนใจในเรื่องของแฟชั่น แต่ทว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นที่เรารู้จักคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ไม่ได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างจนกระทั่งช่วงปี 1850s เป็นต้นมา

หากประวัติศาสตร์ ถูกพิมพ์ไว้ในหนังสือหลายล้านเล่มต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ วิวัฒนาการการแต่งกายรวมถึงแฟชั่นต่าง ๆ ก็เป็นตัวบ่งบอกถึงทุกช่วงเหตุการณ์ของประวัติศาสตร์เช่นกัน ในศตวรรษที่ 19 มหานครปารีส ถูกขนามนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่ถูกปรับและพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย หนึ่งในนั้นคือศิลปะทางแฟชั่นที่ถือกำเนิดขึ้น ในนาม “โอต์ กูตูร์” 

House of Haute Couture – จุดกำเนิด Haute Couture

โอต์ กูตูร์ เป็นแนวความคิดที่เกิดขึ้นจากนักออกแบบชาวอังกฤษ นามว่า Charles Frederick Worth (ชาร์ลส์ เฟรเดอริกต์ เวิร์ธ) เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1825 และเริ่มฝึกงานที่ลอนดอน ก่อนที่จะย้ายมาที่ปารีส ในปี ค.ศ. 1845 ในตำแหน่งพนักงานขายเครื่องแต่งกายให้กับเสื้อผ้าแบรนด์ Gagelin เขาสำเร็จการศึกษาจากแผนกตัดเย็บเสื้อผ้าและได้รับรางวัลชมเชยจากการจัดแสดงที่งานนิทรรศการอันยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 1851 ที่ลอนดอน และงานนิทรรศการ Paris Exposition Universelle ในปี ค.ศ. 1855

Charles Frederick Worth (ชาร์ลส์ เฟรเดอริกต์ เวิร์ธ)

Charles Frederick Worth (ชาร์ลส์ เฟรเดอริกต์ เวิร์ธ)

หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1858 อาณาจักรโอต์ กูตูร์ของเวิร์ธ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “Worth et Bobergh” ที่อาคารเลขที่ 7 ย่าน  rue de la Paix กรุงปารีส เพื่อออกแบบเสื้อผ้าสำหรับลูกค้าชั้นสูง ที่ต้องการชุดที่ออกแบบตัดเย็บอย่างปราณีต หรูหราและมีรูปแบบเฉพาะ สำหรับรสนิยม อันเป็นปัจเจกสำหรับลูกค้าแต่ละคนเท่านั้น แบบเสื้อแต่ละแบบ จะต้องมีความเป็นต้นฉบับ ที่ดีไซน์โดยผู้ออกแบบเอง ห้องเสื้อโอต์ กูตูร์ จึงเป็นสถานที่สร้างสรรผลงานใหม่ ๆ จากจินตนาการและความคิดของผู้ออกแบบอย่างเสรี

ชุดราตรีของเวิร์ธทุกชุดมีการตกแต่งสิ่งทอ และเป็นงานปักประดับที่ดูหรูหราเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดัง และเป็นที่รู้จักในนาม “‘บิดาแห่งโอต์กูตูร์” ในเวลาต่อมา โดยลูกค้าของเขามีทั้ง จักรพรรดินียูจีนี มเหสีของจักรพรรดิ นโปเลียนที่ 3 , เอลิซาเบธ จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย และฮังการี , หลุยซา (Louisa) ราชินีแห่งสวีเดน , มาเรีย คริสตินา (Maria Cristina) ราชินีแห่งสเปน  และรานาวาโลนา (Ranavalona) ราชินีแห่งมาดากัสการ์

คำว่า “โอต์ กูตูร์” เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึง การตัดเย็บขั้นสูงหรือแฟชั่นชั้นสูง เสื้อผ้าที่ถูกจัดว่าเป็นโอต์กูตูร์ได้นั้น จะได้รับการตัดเย็บด้วยกรรมวิธีที่ซับซ้อน และต้องใช้ช่างฝีมือที่มีความสามารถชั้นสูง ผู้มากประสบการณ์ในการเก็บรายละเอียดอย่างปราณีตและบรรจงที่สุด โดยตัดเย็บขึ้นด้วยมือ ตั้งแต่เริ่มจนจบ ซึ่งบางครั้งมีการใช้ใยผ้าแบบพิเศษ รวมทั้งการเย็บอย่างบรรจงในทุกรายละเอียด แฟชั่นเฮาส์กูตูร์จะต้องใช้ทีมงานจำนวนมากสำหรับตัดเย็บชุดโอต์ กูตูร์เพียงหนึ่งชุด

Haute Couture จัดว่าเป็นสุดยอดของสุดยอดแฟชั่น ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแฟชั่นของชนชั้นสูง (High Fashion) ถือว่าเป็นศิลปะการตัดเย็บขั้นสูง “high sewing” ซึ่งจำกัดวงเฉพาะอยู่ในเมืองแฟชั่นระดับแนวหน้าของโลกเท่านั้น เสื้อผ้าในแบบโอต์ กูตูร์ไม่ได้ถูออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นในการโชว์ศักยภาพ รวมทั้งงานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ จึงทำให้เสื้อผ้าประดภทนี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งเลยทีเดียว

ตามประวัติศาสตร์ แฟชั่นโอต์ กูตูร์ ได้มีมาตั้งแต่สมัยยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศสแล้ว ยุคของ Marie Antoinette แต่ยังไม่มีการจัดระเบียบแฟชั่นอย่างชัดเจน จนกระทั่งเวิร์ธ เข้ามาเปิดโลกของโอต์ กูตูร์ในปารีส รวมถึงยังได้ก่อตั้งสมาคม Chambre Syndicale de la Couture Parisienne ซึ่งกำหนดบรรทัดฐานของแฟชั่นโอต์ กูตูร์ อีกทั้งยังสร้างโรงเรียนด้านแฟชั่นอย่าง Ecole de la Chambre Syndicale de la Couture Parisienne ( ECSCP) อีกด้วย

Chambre Syndicale de la Couture Parisienne

Chambre Syndicale de la Couture Parisienne

The Chambre Syndicale de la Haute Couture ถูกก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1868 เพื่อดูแลอุตสาหกรรมการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงของฝรั่งเศส ซึ่งต่อมาได้รวมเข้ากับ  The Chambre Syndicale du Pret-a-Porter des Couturiers et des Createurs de Mode ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของ prêt-à-porter และ The Chambre Syndicale de la Mode Masculine ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของเสื้อผ้าผู้ชาย ทั้ง 3 องค์กรณ์รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมกลาง ชื่อ the Federation Francaise de la Couture, du Pret-a-Porter des Couturiers et des Createurs de Mode ทำหน้าที่ดูแลอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งหมด รวมถึงการกำหนดปฏิทินแฟชั่นในแต่ละปี

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเปิดห้องเสื้อแบบ Haute Couture ได้ เนื่องจากข้อจำกัดอันเคร่งครัด และทุกคนต้องปฏิบัติตาม ดังต่อไปนี้

  • ต้องเป็นงานฝีมือที่ตัดเย็บขึ้นด้วยมือตั้งแต่ต้นจนจบเท่านั้น ไม่มีการใช้เครื่องจักรเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • ต้องเป็นการดีไซน์แบบ Made-to-order สำหรับลูกค้า Private เท่านั้น
  • ต้องมี Workshop หรือ Atelier อยู่ที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น (หากอยู่ที่ประเทศอื่น จะใช้คำเรียกว่า Couture ไม่สามารถใช้คำว่า Haute Couture ได้) และใน Atelier จะต้องมีพนักงานที่ทำงานเต็มเวลาอย่างน้อย 15 คน
  • ในหนึ่ง Atelier จะต้องมีช่างเทคนิคที่ทำงานเต็มเวลาอย่างน้อย 20 คน
  • ในทุก ๆ ฤดูกาล ช่วงเดือนมกราคม (แฟชั่นฤดู ใบไม้ผลิ และฤดูร้อน) และเดือนกรกฎาคม (แฟชั่นฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว) จะต้องมีการโชว์ผลงานอย่างน้อย 50 ดีไซน์ ทั้งชุดกลางวันและชุดราตรี เพื่อให้ผู้บริโภค ได้รู้ถึงทิศทาง (Trend) ในฤดูที่จะมาถึง

 

Fashion Designer – Couturier

แต่ไม่ใช่ว่า ทุกแฟชั่นเฮ้าส์จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “กูตูริเยร์“ง่าย ๆ โดยจะต้องได้รับการรับรองจาก Chamber Syndicate de la Haute Couture Parisienne ภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ซึ่ง Update ล่าสุด ในปี ค.ศ. 2021 มีเพียง 16 แบรนด์เท่านั้น ที่ได้รับเกียรติเป็นสมาชิกสมาคมโอต์ กูตูร์ อันได้แก่ Adeline André, Alexandre Vauthier, Alexis Mabille, Bouchra Jarrar, Chanel, Christian Dior, Frank Sorbier, Giambattista Valli, Jean Paul Gaultier, Givenchy, Julien Fournié, Maison Margiela, Maurizio Galante, Maison Rabin Kayrous, Schiaparelli และ Stéphane Rolland

นอกจากนี้ ในแต่ละปี จะมีแบรนด์ที่ได้รับเชิญให้นำเสนอคอลเล็กชั่นกูตูร์ ในฐานะ Correspondent members หรือกลุ่มแฟชั่นเฮ้าส์ ที่มีกระบวนการผลิตและการตัดเย็บเข้าข่ายมาตรฐานของโอต์กูตูร์ แต่ไม่ได้มีสำนักงานหลักอยูในประเทศฝรั่งเศส โดยในปี ค.ศ. 2021 มีแบรนด์ที่อยู่ในฐานะ C