To top
8 ก.ย.

History of Hermes Watches จากธุรกิจอานม้าสู่อาณาจักรเรือนเวลา

History of Hermes Watches – หนึ่งในแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานแบรนด์หนึ่งของโลก ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักจากคอลเล็กชั่นนาฬิกาอันน่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับอันบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ ซึ่งรวมไปถึงน้ำหอม ของตกแต่งบ้าน และเครื่องประดับอีกด้วย แต่ทว่า Hermes ไม่ได้เป็นเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตนาฬิกา ความเชื่อมโยงระหว่าง Hermes กับการผลิตนาฬิกา ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1912 ไปพบกับจุดเริ่มต้นการผลิตของนาฬิกาพกพาที่มีกลไกอันชาญฉลาดได้พร้อมกันในบทความนี้

 

The History of Hermes Watches

Hermes แบรนด์สุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส ถือกำเนิด โดย Thierry Hermès ด้วยทักษะการผลิตเครื่องหนังจนชำนาญที่ได้รับการฝึกฝนระหว่างอาศัยอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า หลังจากการสูญเสียครอบครัวเนื่องจากโรคระบาด และได้เริ่มกิจการเครื่องหนังของเขาเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1837 ภายใต้ชื่อ “The French house of Hermes” ตั้งอยู่บนถนน Rue Basse du Remparts (Grands Boulevards ในปัจจุบัน) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในยุคนั้นการคมนาคมยังคงใช้ม้าเป็นหลัก สินค้าของเทียร์รี่จึงมีเพียงเครื่องหนังและอุปกรณ์เกี่ยวกับการขี่ม้าเท่านั้น

Thierry Hermès

Thierry Hermès

เทียร์รี่ นำเทคนิคงานศิลปะที่เขาฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์มาปรับใช้และผสมผสานกับงานฝีมือตัดเย็บเครื่องหนังที่ร่ำเรียนมา รังสรรค์อุปกรณ์สำหรับม้า ไม่ว่าจะเป็นบังเหียน สายคล้อง อานม้า การพิถีพิถันเลือกหนังเพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุรวมถึงการตัดเย็บที่ละเอียด ผลงานของเขาจึงเป็นที่เลื่องลือถึงฝีมืออันไม่ธรรมดา โดยลูกค้าของเขาส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มคนชั้นสูงผู้ดีมีเงิน ขุนนาง ราชวงศ์ รวมถึงจักรพรรดิ นโปเลียนที่ 3 ก็มีรับสั่งให้เขาทำอานม้าถวาย

เทียร์รี่ แต่งงานกับ Christine Pétronille Pierrart มีโซ่ทองคล้องใจเพียงคนเดียวคือ ชาร์ลส์ เอมิล แอร์เมส (Charles Émile Hermès) ซึ่งต่อมาได้สืบทอดกิจการหลังจากการเสียชีวิตของเทียร์รี่ ในปี ค.ศ. 1878 ต่อยอดความชำนาญของครอบครัวที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องเทียมม้า สู่การผลิตสินค้าในไลน์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพายรุ่นยอดนิยมอย่างรุ่น Kelly และ Birkin ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากไอคอนชั้นนำแห่งยุค อย่าง Grace Kelly และ Jane Birkin

สำหรับไลน์การผลิตนาฬิกาของ Hermes เริ่มต้นเมื่อ Jacqueline บุตรสาวของ Émile-Maurice Hermès บุตรชายและผู้สืบทอดกิจการต่อจาก Charles-Émile ได้สวมใส่นาฬิกาพกที่ข้อมือ ซึ่งมีสายรัดพิเศษและไม่เหมือนใคร ช่วยให้สวมใส่นาฬิกาบนข้อมือได้ โดยไม่ต้องถอดออกระหว่างที่ขี่ม้า ผลิตขึ้นโดยช่างทำอานและช่างฝีมือเครื่องหนัง มีชื่อเรียกว่า “porte-oignon” อันเป็นนาฬิกาต้นแบบเรือนแรกของ Maison

Jacqueline กับ นาฬิกา porte-oignon ในปี ค.ศ. 1912

Jacqueline กับ นาฬิกา porte-oignon ในปี ค.ศ. 1912

สายหนังของนาฬิกาเรือนนั้น เป็นฝีมือของช่างประจำตระกูล ที่มีประสบการณ์ในเชิงช่าง และมีความสามารถในการผลิตเครื่องหนังสำหรับเครื่องเทียมม้า ที่มีความปราณีต จากการผลิตสายหนังคล้องมือสำหรับจ๊อกกี้ขณะอยู่บนหลังม้า สะท้อนองค์ความรู้ของ Hermes ที่สั่งสมจนชำนาญ และถ่ายทอดความรู้ความชำนาญผ่านทางนาฬิกาต้นแบบอย่าง “porte-oignon” ซึ่งโดดเด่นทางเทคนิคทางกลไก การตัดเย็บของสายหนัง รวมทั้งการใช้งาน

การพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้เข้ามาแทนที่การเดินทางด้วยม้า ธุรกิจอานม้าได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออานม้าไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป Hermès จึงหันมาเพิ่มการผลิตสินค้าในไลน์อื่น ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าถือ เสื้อผ้า ผ้าพันคอ อุปกรณ์แต่งรถ รวมถึง “นาฬิกา” อีกหนึ่งสินค้าสำคัญของตระกูล ในช่วงปี ค.ศ. 1928 บูทีคของ Hermes ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 24 Rue du Faubourg Saint-Honoré ในปารีส  ได้เปิดตัวนาฬิกา Hermes เรือนแรก ในตอนนั้นเองที่พวกเขาได้ขยายธุรกิจของตนในด้านการผลิตนาฬิกา ด้วยกลไกที่ได้รับการผลิตจากบริษัทผลิตนาฬิกาของสวิสที่ดีที่สุด

Hermes ได้ก่อตั้งบริษัทผลิตนาฬิกาของตัวเองอย่างเป็นทางการ ชื่อว่า La Montre Hermès ขึ่นที่เมือง Biel ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางอุตสาหกรรมนาฬิกาของสวิส เมื่อปี ค.ศ. 1978 เพื่อรับผิดชอบด้านการผลิตนาฬิกาอย่างเต็มตัว โดยนาฬิการุ่นแรก ที่ทำการออกแบบและผลิตขึ้นเองคือรุ่น “Arceau” (อาร์โซ) ซึ่งออกแบบโดย Henri d’Origny  เป็นนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการเสริมอุปกรณ์ที่มีรูปทรงโค้งแบบอสมมาตร แทนที่หมุดในการเชื่อมกรอบนาฬิกาทรงกลมด้านข้าง เสมือนว่าตัวสายหนังนาฬิกายึดติดกับโลหะ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 34 มิลลิเมตร

นาฬิการุ่น “Arceau” (อาร์โซ)

นาฬิการุ่น “Arceau” (อาร์โซ)

ความพิเศษของนาฬิการุ่นนี้  ปรากฏให้เห็นบนหน้าปัดอีกด้วย นอกจากตัวเลขที่มีลักษณะลาดเอียงแล้ว ยังมีลวดลายที่ประดับรอบ ๆ ซึ่งเน้นการตกแต่งแบบละเอียดอ่อน ทั้งจุดเวลาและนาที ลวดลายสะดุดตา ซึ่งแอร์เมสผลิตเม็ดมะยมรุ่นนี้ด้วยเพชรโรสคัทโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ก่อตั้งสาขานี้ Hermes ได้พัฒนานาฬิกา Hermes อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการผสมผสานทักษะในการผลิตนาฬิกาที่ไม่เหมือนใคร

หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 2003 Hermes ได้ร่วมกับ Vaucher Manufacture Fleurier ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาชั้นนำระดับโลก ในการออกแบบคิดค้นกลไกคาลิเบอร์ ซึ่งกลไกของนาฬิกา นับว่าเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญอย่างมาก เป็นหัวใจสำคัญที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายร้อยชิ้นขนาดเล็ก ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องมีคุณภาพที่ได้รับมาตรฐาน Vaucher Manufacture Fleurier (VMF) จึงเปรียบเสมือนหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการผลิตนาฬิกาชาวสวิส ดังนั้นองค์ประกอบของกลไกนาฬิกาจึงเป็น Swiss Made 100% อย่างแท้จริง

Vaucher Manufacture Fleurier

Vaucher Manufacture Fleurier

จากนั้นปี ค.ศ. 2006 La Montre Hermès ได้เพิ่มทักษะความชำนาญของช่าง ในการผลิตสายนาฬิกาโดยเฉพาะ  ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญ รวมไปถึงการเลือกสรรวัสดุหนังที่มีคุณภาพมาใช้ในการตัดเย็บ ไม่ว่าจะเป็น หนังแพะ หนังลูกวัว หนังนกกระจอกเทศ จวบจนถึง หนังจระเข้ ซึ่ง Hermes ถือเป็นนาฬิกาแบรนด์เดียวที่ผลิตสายหนังเองทุกขั้นตอน เป็นนาฬิกาที่ผลิตจากหนัง full grain ทั้งเรือน จากประสบการณ์ฝืมือในการตัดเย็บที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่รู้จบ

Hermès เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเรื่องการผลิตนาฬิกาสุดหรู ความสร้างสรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้และหาที่เปรียบมิได้มาโดยตลอด ด้วยการออกแบบที่เป็นนวัตกรรมและความงดงามของงานฝีมือ นาฬิกา Hermes จึงเป็นนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับความนิยมกระทั่งปัจจุบัน อาทิ รุ่น Arceau, Cape Code, Dressage L’heure masquée , Heure H นาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี หรือรุ่น Slim d’ Hermès ซึ่งมีรุ่นที่ออกแบบหน้าปัดเป็นพิเศษสำหรับสุภาพบุรุษอีกด้วย

นาฬิการุ่น Heure H

นาฬิการุ่น Heure H

Hermès นำเสนอคอลเล็กชันนาฬิกา ที่ไม่เพียงแต่มีเอกลักษณ์และเต็มไปด้วยสร้างสรรค์เท่านั้น ด้วยความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการนำ “หนัง” มาผลิตเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ตั้งแต่อานม้าไปจนถึงเครื่องนุ่งห่ม สั่งสมความเป็นเลิศยาวนานกว่า 184 ปี ทั้งด้านการสลักลาย การเคลือบหนัง การตัดเย็บหรือการหุ้ม ก่อเกิดผลงานที่ประณีตงดงามจนยากจะปฏิเสธ

ปัจจุบัน Hermès จำหน่ายสินค้าผ่านบูทีค ที่มีทั้งหมดราว 304 แห่งทั่วโลก ในปัจจุบัน มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 1.63 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นที่ 6 อย่าง อักเซล ดูมา ที่เข้ามาบริหารตั้งแต่ปี 2014 และในปี 2019 รวมถึงได้ Nadège Vanhée-Cybulski มากุมบังเหียนเป็นครีเอทีฟได้เร็กเตอร์ แอร์เมส ถูกจัดให้เป็นแบรนด์แฟชั่นที่ทันสมัยที่สุดในโลก มีไลน์การผลิตสินค้าตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ น้ำหอม นาฬิกา รองเท้า ผ้าพันคอ เน็คไท และของแต่งบ้าน

KATE